เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2178

………………..

เฟยซิงเหมินเป็นตระกูลชั้นหนึ่งในอาณาจักรเสิ่นซวี่ที่สืบทอดมาเป็นเวลาหลายพันปี มีรากฐานหยั่งลึกอย่างมั่นคงและมีพลังมหาศาล

อย่างใดก็ตามทะเลเพลิงที่ลุกไหม้อย่างบ้าคลั่งกลับกลืนกินทุกสิ่งอย่างง่ายดาย

หรงซิวย่นคิ้วเล็กน้อย

ในขณะนั้นมีทหารองค์รักษ์เกราะดำกลุ่มหนึ่งพุ่งมาจากทางทะเลเพลิงนั่น

ปกคอเสื้อของพวกเขาล้วนถูกสลักด้วยสัญลักษณ์ของพระราชวังเมฆาสวรรค์

คนเหล่านี้…เป็นอัศวินดำของหรงซิว!

“ถวายบังคมฝ่าบาท!”

ทหารหลายร้อยนายทำความเคารพอย่างพร้อมเพียง อย่างกล้าหาญเด็ดเดี่ยว

หรงซิวพูดขึ้น

“คนล่ะ”

“ทูลฝ่าบาท หลังจากข้าน้อยได้รับคำสั่งจากฝ่าบาทจึงรีบไปทันที แต่ช้าไปก้าวเดียว เมื่อมาถึงที่นี่เปลวไฟก็ประทุขึ้นแล้ว เฟยซิงเหมินที่เหลือส่วนใหญ่ต่างล้มลงและเสียชีวิต เหลือเพียงหนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ดคนสุดท้ายที่รอดชีวิตมาได้ ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดอยู่ห่างออกไปร้อยลี้ทางตะวันตกเฉียงใต้ พ่ะย่ะค่ะ”

“ท่านประมุขตระกูลซือกับชือรุ่ยเออร์เป็นอย่างใดบ้าง”

“ท่านประมุขตระกูลซือหลบหนีไปเพื่อปกป้องคนในตระกูลได้ทำลายจิตวิญาณจนสิ้น ตอนนี้คุณหนูรองซือไม่เป็นอันใดร้ายแรง เพียงแต่นางยังคงเศร้าเสียใจและไม่ยอมพูดมาตลอด พ่ะย่ะค่ะ”

ไม่ว่าใครเมื่อเจอกับเหตุการณ์กระทันหันเช่นนี้ เกรงว่าคงยากที่จะยอมรับได้

หรงซิวพยักหน้า

“ข้าจะไปดูสักหน่อย พวกเจ้าไม่ต้องตามมา”

แม้ว่าเหล่าทหารจะรู้สึกประหลาดใจ แต่พวกเขาก็เคารพและเชื่อฟังคำสั่งของหรงซิวเท่านั้น จึงไม่ถามหรือขัดขวางอันใดให้มากความ เพียงแต่รับคำสั่งด้วยความเคารพและรอคอยอยู่ที่เดิม

บ้านเรือนทุกหลังถูกทะเลเพลิงกลืนกินจนหมด เหลือเพียงโครงร่างที่เลือนรางเท่านั้น

อุณหภูมิสูงที่ร้อนระอุทำให้อุณหภูมิของอากาศรอบ ๆ สูงขึ้นอย่างมาก แม้แต่แม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลแทบจะเหือดแห้งลง

พื้นที่ทุกตารางนิ้วกำลังเผชิญกับความร้อนอบอ้าวที่น่าสะพรึงกลัว จนแทบจะหลอมละลายจนผิดรูปร่าง

หรงซิวมองลงไปด้านล่าง

ในเปลวไฟที่ไม่มีที่สิ้นสุด กระจกบานใหญ่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น

เปลวไฟเหล่านั้นเต้นรําอย่างบ้าคลั่งที่ แต่ดูเหมือนมีความหวาดกลัวอย่างลึกซึ้งและไม่กล้าเข้าใกล้กระจกบานนั้นแม้แต่ครึ่งเดียว

ไม่นานก็มีร่างหนึ่งสะท้อนอยู่ในกระจก

ใบหน้านั่นเหมือนกับหรงซิวทุกประการ

ชายผู้นั้นสวมเสื้อคลุมสีดำสายตาดำมืดลึกล้ำ

เย่อหยิ่ง เยือกเย็น สูงศักดิ์!

เขาจ้องมองหรงซิว และพูดขึ้นอย่างช้าๆ

“เจ้าควรกลับไปได้แล้ว”

“ท่านประมุข ท่านนั่งลงพักสักครู่เถอะ?”

เสียงแก่ๆ ดังขึ้นมาจากด้านลัง

ชือรุ่ยเออร์ส่ายหน้าและไม่พูดอันใด และยังคงมองออกไปไกลๆ

ที่นี่อยู่ห่างจากที่นั่นหลายร้อยลี้ แต่ก็ยังสามารถมองเห็นแสงไฟที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าได้

คาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์ทางนั้นเลวร้ายเพียงใด

แต่พวกเขา…เพิ่งหนีออกจากสถานที่นรกนั่น

ซึ่งที่นั่นเคยเป็นบ้านของนาง

เมื่อท่านพ่อของนางเสียชีวิตไป นางได้รับคำสั่งให้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลอย่างเป็นทางการ

ดวงตาของนางแดงก่ำ แต่กลับไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียวไหลออกมา

อีกทั้งเปลวไฟนั่นทำให้น้ำตาของนางระเหยไปจนหมด

ตอนนี้แม้แต่แรงจะร้องไห้นางยังไม่มี เพียงแค่อาศัยกำลังสุดท้ายเพื่อยืนหยัดต่อไปก็เท่านั้น

ชายชราที่ยืนอยู่ด้านหลังนางเห็นถึงความทุกข์ใจของนาง เมื่อคิดไปคิดมาเขาจึงพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ว่า

“นายท่าน ท่านพยายามอย่างเต็มที่แล้ว หากท่านไม่แจ้งขอความช่วยเหลือออกไป คนของพระราชวังเมฆสวรรค์ก็คงไม่มา เกรงว่าตอนนี้พวกเรา…”

ชือรุ่ยเออร์มีสีหน้าหวาดกลัว

อันที่จริงในเวลานั้นนางไม่มีความคาดหวังมากนัก เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป

สิ่งเดียวที่นางคิดได้ในเวลานั้น ก็คือขอความช่วยเหลือจากท่าเรือดอกท้อ

โชคดีที่คนของพระราชวังเมฆาสวรรค์มาทันเวลาพอดี

ไม่เช่นนั้นเฟยซิงเหมินทั้งหมดของพวกเขาอาจไม่สามารถรักษาไว้ได้

เมื่อฉู่หลิวเยว่คิดถึงเรื่องนี้และมองไปทางถวนจื่อ

“ถวนจื่อ พวกเขายังอยู่ที่เขา…หรือไม่”

“อยู่เจ้าค่ะ!”

ถวนจื่อพยักหน้าและชี้ไปทางตำหนักศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวง

“ผู้อาวุโสเฒ่าอี้เจาและพวกเขาดูเหมือนจะอยู่ที่นี่กันทั้งหมด! แต่ว่า…”

ถวนจื่อกัดมือและพูดขึ้นอย่างไม่แน่ใจนัก

“เหมือนจะขาดไปหนึ่งคน”

ฉู่หลิวเยว่ใจเต้นรัวและถามขึ้น

“ขาดใครหรือ”

“ผู้อาวุโสใหญ่”

อี้กง!

ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วขึ้น

เดิมที่อี้กงกับถวนจือไม่ได้ขัดแย้งกัน หลังจากที่ถวนจื่อกลายเป็นนายน้อย อี้กงก็ยิ่งถูกโจมตีอย่างหนัก จนแทบไม่ได้ออกมาเลย

เหตุใดจู่ๆ ถึงหายไปล่ะ?

ในกรงขังที่มืดมิดและคับแคบ หลานเซียวกำลังยืนพิงกำแพงครึ่งหนึ่งพลางไขว้ขาด้วยสีหน้าที่ยังคงดูสบาย

“ข้าว่า เจ้าเป็นแบบนี้ไม่มีประโยชน์เลยจริงๆ เดิมที่ทุกคนล้วนหารือและลงนามในพันธสัญญาเรียบร้อยแล้ว เจ้าคิดจะทำลายมันฝ่ายเดียวได้อย่างใด? และยังขังนายน้อยกับคนอื่นๆ ไว้อีก? เจ้าคงไม่คิดจริงๆ ว่า หากขังแล้วพวกข้าจะเชื่อฟังเจ้าจริงๆ หรอกนะ?”

เขาหัวเราะเย้ยหยัยและพลิกตัวกลับไป

“ทะเลก็สูญสิ้นไปนานเช่นนี้แล้ว เจ้ายังไม่ยอมแพ้อีกหรือ? ช่างไร้เดียงสาจริงๆ ข้าจะแนะนำเจ้าสักหน่อย นายน้อยมีอารมณ์รุนแรงอย่างมาก ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าสามารถคุณควบคุมได้ เจ้าควรจะรีบปล่อยนายน้อยออกไปก่อนที่นายน้อยจะโกรธ”

ในที่สุดเสียงที่ทุ้มต่ำและแหบแห้งก็ดังขึ้น

“พวกเจ้าหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์กันเอง เดิมที่เป็นพวกเจ้าที่ละเมิดสัญญาก่อน หากจะลงโทษจริงๆ น่าจะเป็นพวกเจ้าคนแรก!”

หลานเซียวส่งเสียง “เฮ้ย” พลางนั่งลง และพูดด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายขึ้น

“นายน้อยไม่เพียงหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่นางหนูเยว่เออร์เป็นคนส่งทัณฑ์สวรรค์นั่นมา เหตุใดถึงอิจฉาเล่า?”

“นายน้อยขอเตือนท่านสักคำ สิ่งที่นางส่งมา…คือทัณฑ์สวรรค์สีทอง!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์