………………..
ปัง!
ทันใดนั้นแส้สีดำยาวก็พุ่งเข้ามาและฟาดใส่หลานเซียวเข้าเต็มแรง!
รอยเลือดสีแดงเข้มปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วบนใบหน้าที่งดงามและละเอียดอ่อนนั้น เห็นได้ชัดว่าช่างดูตื่นตระหนกตกใจยิ่งนัก
หลานเซียวยื่นมือออกมาและเช็ดใบหน้าด้วยนิ้วหัวแม่มือของเขา เมื่อเห็นรอยเลือด เขาก็ตะโกนด่าด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“นายน้อยของเจ้า! รู้หรือไม่ว่าใบหน้านายน้อยนี้มีค่ามากแค่ไหน!”
เขารอมานานนับหมื่นปีถึงจะได้ใบหน้านี้มา!
“หากเจ้ายังต่อต้านดื้อรั้นอย่างไร้ประโยชน์ต่อไป อย่าพูดถึงใบหน้าของเจ้าเลย แม้แต่ร่างศักดิ์สิทธิ์ของเจ้านี้…คงจะไม่มีอยู่อีกต่อไปในที่สุด”
หลานเซียวหัวเราะเยาะขึ้น
“เอาเลย! เช่นนั้นไม่สู้เจ้าฆ่าข้าน้อยตอนนี้เลยล่ะ? เพื่อเห็นแก่มิตรภาพที่ผ่านมาของพวกเรา เจ้ามอบความสุขที่สุดแก่นายน้อย ไม่แน่นายน้อยที่ตายไปคงจะนึกขอบคุณเจ้าอยู่ไม่น้อย ต่อไปเมื่อเจ้าตกนรกมา ข้าก็จะให้ความสบายแก่เจ้า?”
“ช่างเถอะ เช่นนี้เจ้าก็อย่าทำให้ถนนฮวงเฉวียนของนายน้อยสกปรกจะดีกว่า น่าขยะแขยง”
ขณะที่พูดหลานเซียวก็นอนลงอีกครั้ง โดยเอามือทั้งสองรองไว้ที่ด้านหลังศรีษะ ราวกับกำลังรอความตายอยู่ทุกเมื่อ
เสียงนั้นกลับหายไปโดยไม่สนใจเขาอีก
หลังจากผ่านไปสักพัก หลานเซียวจึงส่งเสียงเย้ยหยันขึ้น
แน่นอนว่าเขาไม่กล้าฆ่าเขา หรือไม่กล้าฆ่าพวกมันคนใดคนหนึ่ง
แต่วันเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะอยู่ได้จริงๆ
พลังบนฝ่ามือของเขาวาววับ และปัดผ่านไปบนใบหน้าเขาอย่างรวดเร็ว
บาดแผลนั่นฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
เขามีร่างศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นปกติที่จะรับมือได้ง่ายอยู่บ้าง
ณ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวง
ฉู่หลิวเยว่กําลังครุ่นคิดเรื่องอี้เจาอยู่ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของจื่อเฉินดังขึ้น
“นายท่าน ดูทางด้านนั้น”
เมื่อฉู่หลิวเยว่ได้ยินเข้าจึงมองตามไปทางที่เขาชี้
ยามค่ำคืนอันมืดมิด
สะพานที่ขอบฟ้านั่น ยังคงแผ่ขยายขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง
ในเมฆที่สะพานนั้นเข้าไปไม่ได้ ดูเหมือนจะมีแสงสีเงินหลายแสงปรากฏวาบวับขึ้น
จากนั้นแสงสว่างยิ่งเปล่งประกายมากขึ้นเรื่อยๆ และซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ
พวกมันรวมกันและค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปร่างขนาดใหญ่
“นั่นคือ…”
ฉู่หลิวเยว่หรี่สายตาลง และมองอย่างละเอียด จากนั่นม่านตาของนางก็หดลง
นั่นคือประตู!
มันลอยอยู่กลางอากาศเงียบๆ สง่างาม ทรงพลัง และสูงส่งยากที่เอื้อมได้!
“นั่นคือประตูแดนสวรรค์ของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่”
จู่ๆ จื่อเฉินก็นึกอันใดบางอย่างได้ จึงถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำขึ้น
ฉู่หลิวเยว่ไม่พูดอันใด
เพราะหลังประตูบานนั้น ยังมีแสงไฟมากมายค่อยๆ หลั่งไหลมารวมและสลับกัน จนกลายเป็นโครงร่างเมืองที่งดงามแห่งหนึ่ง
เบื้องหลังหลังเมฆนั่นคือตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในข่าวลือ กำลังปรากฏตัวขึ้น!
“ดูเหมือนว่าประตูสวรรค์กําลังจะเปิดออกแล้วจริงๆ เมื่อความเคลื่อนไหวนี้แพร่ออกไป ผู้ฝึกตนในอาณาจักรเสิ่นซวี่ไม่รู้เท่าใดก็จะแย่งชิงกันไปที่แห่งนั้น ”
โหมวเจินขมวดคิ้วแน่น
แม้พวกเขาจะรู้ว่าทางข้างหน้านั้นอันตราย แต่พวกเขาก็ยังไปที่นั่นโดยไม่ลังเล
“ท่านมีแผนอันใดต่อไปหรือไม่”
เขามองไปทางฉู่หลิวเยว่
ฉู่หลิวเยว่กอดถวนจื่อในอ้อมแขนไว้แน่น และพูดขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า
“ไปตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!”
…
เมื่อฉู่หลิวเยว่และผู้ติดตามออกจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวง
โชคดีที่ถวนจื่อมีขนนกทองคำบรรพบุรุษอยู่ในมือ ทำให้พวกเขาเข้าออกได้อย่างอิสระ และหลังจากออกไปแล้วยังสะกดนิ่งค่ายกลต่อไปได้
ภายใต้สถานการณ์ในตอนนี้ นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
สิ่งที่เกิดขึ้นในภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงทำให้โหมวเจินกังวลเกี่ยวกับเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้กลับไปที่ท่าเรือดอกท้อกับฉู่หลิวเยว่ แต่กลับไปที่เกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์แทน
ฉู่หลิวเยว่เดินทางอย่างรวดเร็วมาตลอดทาง
ระหว่างทางนางเห็นผู้ฝึกตนไม่น้อยมุ่งหน้าไปที่สะพานที่อยู่ตรงขอบฟ้านั่น
ดูเหมือนอาณาจักรเสิ่นซวี่ทั้งหมดจะเกิดความระส่ำระส่ายขึ้นไม่น้อย
“ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เฟยซิงเหมินที่เหลือได้รับบาดเจ็บสาหัส พวกข้าสามารถหลบหนีออกมาได้ ต้องขอบคุณความช่วยเหลือจากทหารอัศวินดำของพระราชวังเมฆาสวรรค์ มิเช่นนั้น….”
เมื่อชือรุ่ยเออร์คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จึงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าใจ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน
ฉู่หลิวเยว่ลูบมือของนางเบาๆ แต่กลับรับรู้ได้ว่าความเจ็บปวดเช่นนี้ คนข้างๆ คงไม่สามารถปลอบใจได้
นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งพลางขมวดคิ้วและถามขึ้น
“คาดว่าคนเหล่านั้นคงตรวจสอบอันใดไม่พบแล้ว แต่ไฟลุกไหม้จากศาลบรรพชนได้อย่างใดกัน”
ชือรุ่ยเออร์ส่ายหน้า
“ข้าก็ไม่รู้ เมื่อข้ารีบไปถึงทะเลเพลิงก็กลืนกินศาลบรรพชนทั้งหมดแล้ว ข้าเห็นเพียงเปลวไฟที่เหมือนจะพลุ่งพล่านออกมาจากใต้ดินของศาลบรรพชน…”
“ใต้ดิน?”
จู่ๆ ฉู่หลิวเยว่ก็ตื่นตระหนกและตึงเครียดขึ้นทันที
ชือรุ่ยเออร์ พยักหน้าและเห็นปฏิกิริยาของนาง จึงตื่นตระหนกขึ้นอย่างอดไม่ได้
“เจ้าเป็นอันใด? มีปัญหาใช่หรือไม่?”
ฉู่หลิวเยว่สูดลมหายใจลึกๆ
“เกรงว่าจะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นแล้ว…”
สถานการณ์นี้คล้ายกับทางด้านภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงยิ่งนัก…
นางครุ่นคิดครู่หนึ่งและพูดขึ้น
“ข้าวางแผนจะไปตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์”
ชือรุ่ยเออร์ตกใจอยู่ครู่หนึ่งและถามขึ้น
“ตอนนี้?”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าและมองไปทางท้องฟ้าด้านนอก
เวลานี้ท้องฟ้าสว่างสดใส แต่สะพานบนขอบฟ้านั้นกลับไม่หายไปเช่นเดิม!
เมืองนั่นถูกซ่อนไว้ แต่ประตูใหญ่บานนั้นยังคงตั้งตระหง่าท่ามกลางอากาศและส่องแสงเจิดจ้า!
ฉู่หลิวเยว่สูดหายใจเข้าลึกๆ
“ประตูแดนสวรรค์ของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์กำลังจะเปิดออก”
มันกำลังรอคอยนาง
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...