เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2180

………………..

ฉู่หลิวเยว่เรียกเฉินอีมา เพื่อปรึกษาเรื่องการเดิมทางไปตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์พร้อมกัน

“ข้าน้อยขอร่วมเดินทางไปกับนายท่าน”

สำหรับการตัดสินใจของฉู่หลิวเยว่ เฉินอีแทบจะไม่แปลกใจแต่อย่างใด

หรือตั้งแต่ที่ตัวอักษรนั่นปรากฏวาววับขึ้นบนท้องฟ้า เขาก็เตรียมพร้อมไว้แล้ว

“ท่าเรือดอกท้อขาดคนไม่ได้ เจ้าต้องอยู่…”

เมื่อฉู่หลิวเยว่พูดออกไปครึ่งหนึ่ง และเห็นสีหน้าของเฉินอีจึงกลืนคําพูดที่เหลือกลับไป

“ช่างเถอะ เจ้าไปข้าก็แล้วกัน”

“ขอรับ ในสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ นายท่านคิดจะพาใครไปด้วยอีกหรือไม่”

ฉู่หลิวเยว่พิจารณาอย่างตั้งใจอยู่ครู่หนึ่ง

“ซานซานรับหน้าที่ดูแลท่าเรือดอกท้อ อู่เหยากับอวี๋จิ่วอยู่คุ้มกันค่ายกลนั่น ทว่าสิบสามยังเด็กเกินไปก็ให้อยู่ต่อไปได้ ใช่แล้วยังมีสือฟังให้เขาอยู่ปลูกผักที่จวนเยว่ต่อไปก็พอ”

จะว่าไปแล้วก็มีเพียงหัวซวงซวงกับน้องแปดเท่านั้นที่ตามไปด้วย

“ถังเคอกับท่านซูมีสถานะพิเศษ เกรงว่าจะไม่ค่อยสะดวกนัก หรือเชิญองค์ไท่จู่น่าจะเหมาะสมกว่า”

ถึงแม้ท่าเรือดอกท้อจะมีผู้แข็งแกร่งมากมาย แต่การเดินทางครั้งนี้อันตรายนัก อีกทั้งจุดศูนย์กลางมีความไม่แน่นอนมากเกินไป ดังนั้นฉู่หลิวเยว่จำเป็นต้องระมัดระวังอย่างมาก

ท้ายที่สุดแล้วเมื่อดูจากสถานการณ์ของเฟยซิงเหมินและภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวง ทางท่าเรือดอกท้อก็ต้องเหลือกำลังการต่อสู้เอาไว้ให้เพียงพอ เผื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น

เฉินอีก้มลงด้วยนัยน์ตาที่แคบลงและนิ่งเฉย เหมือนมีแสงสว่างทอดผ่าน

จากนั้นเขาจึงเงยหน้าถามขึ้น

“เชียงหว่านโจว นายท่านจะพาไปด้วยหรือไม่”

“แม้ว่าตอนนี้เขาจะยังเป็นเพียงเทพขั้นสูง แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่ธรรมดา อีกทั้งมีความสามารถไม่น้อย บางที่ถือว่านี้คงเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับเขา”

ฉู่หลิวเยว่อยู่ในห้วงความคิดสักพักหนึ่ง

“ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล เช่นนั้นก็ให้เสี่ยวโจวไปด้วยกัน”

นางเคยเห็นพลังการต่อสู้ของเสี่ยวโจวมาแล้ว และแม้ว่าเขาจะติดตามนางมาได้ไม่นาน โดยปกติแล้วเขาจะรู้ว่าควรทำอย่างใดโดยที่ไม่ต้องรอให้นางเอ่ยปาก

“แต่เฉินอี้ เจ้าสนิทกับเสี่ยวโจวตั้งแต่เมื่อใด”

ฉู่หลิวเยว่กวาดตามองฉินอีรอบหนึ่งอย่างละเอียดด้วยความแปลกใจเล็กน้อย

จากความเข้าใจของนางเกี่ยวกับเฉินอี นอกจากสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ เขาไม่เคยให้ความสนใจกับเรื่องของคนอื่นเลย

บัดนี้เขาเริ่มพูดถึงชื่อของเสี่ยวโจว…ช่างหาได้ยากยิ่งนัก

เฉินอีขยับที่มุมปาก และหัวเราะขึ้นเบาๆ

“เขาคือคนของนายท่าน ในเมื่อนายท่านเชื่อใจ ข้าก็ย่อมเชื่อใจเช่นกัน”

ขอเพียงนายท่านดำเนินการได้อย่างสะดวก เรื่องอื่นก็ไม่สำคัญ

นี่คือคำตอบที่เฉินอีให้มาอย่างแท้จริง

ฉู่หลิวเยว่ขจัดความคิดที่วุ่นวายเหล่านั้นออกไป

“ได้ เช่นนั้นตกลงตามนี้ เจ้าไปแจ้งพวกเขาว่าข้าจะไปหาองค์ไท่จู่และจะออกเดินทางเย็นนี้”

“เยว่เออร์! ข้าจะไปด้วย!”

ชือรุ่ยเออร์ลุกขึ้นในทันที

ฉู่หลิวเยว่ส่ายหน้า

“เจ้าได้รับบาดเจ็บต้องรักษาตัวให้หายดีเสียก่อน อีกอย่างสถานะเจ้าในตอนนี้ก็ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทุกคนในเฟยซิงเหมินล้วนต้องพึ่งพาเจ้า”

“ได้ ข้าเชื่อเจ้า! หากมีเรื่องต้องการอันใด ข้าและคนของเฟยซิงเหมินทั้งหมดจะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน!”

ฉู่หลิวเยว่ตบไหล่ของนางเบาๆ จากนั้นจึงหันหลังและจากไป

ยามค่ำใกล้เข้ามา

“ขอรับ!”

ยามค่ำคืนลมพัดอันหนาวเหน็บ

ภายใต้ท้องฟ้ายามราตรีเต็มไปด้วยดวงดาว ฉู่หลิวเยว่และผู้ติดตามรีบมุ่งหน้าไปยังสะพานนั่น

เดิมทีฉู่หลิวเยว่ต้องการไปกับหรงซิว แต่หรงซิวกลับไปพระราชวังเมฆาสวรรค์และไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อใด นางจึงให้เยี่ยนชิงไปส่งข่าว และนางจะรุดหน้าไปก่อน

แท้จริงแล้วภาพเหตุการณ์เดิมกำลังเกิดขึ้นทั่วทั้งอาณาจักรเสิ่นซวี่

ผู้ฝึกตนมากมายนับไม่ถ้วนที่เก็บซ่อนความคิดต่างๆ ไว้ในใจ ได้มุ่งหน้าไปยังตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในข่าวลือนั่น!

บนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่และไกลห่างไร้ซึ่งดวงดาวและจันทรา

มีเพียงเมืองขนาดใหญ่ที่ค่อยๆ ปรากฏออกมาจนดึงดูดสายตาของทุกคน

ดูเหมือนมันจะอยู่ที่นี่มาตั้งแต่สมัยอดีตกาล สูงศักดิ์เหนือใคร ตั้งตระหง่านอย่างมั่นคง

และสะพานนั่น คือการมีอยู่เพียงแห่งเดียวที่มนุษย์สามารถสัมผัสได้

จะสามารถปีนขึ้นไปและเข้าไปได้หรือไม่นั้นก็ต่อเมื่อประตูแดนสวรรค์เปิดออก มันจึงกลายเป็นความคาดหวังในใจของทุกคน!

สะพานนั่นอยู่ห่างไกลจากพวกเขาอย่างมาก ถึงแม้ฉู่หลิวเยว่และผู้ติดตามจะเร่งความเร็วเต็มกำลังที่ทั้งหมด แต่ก็เสียเวลาไปเต็มๆ กว่าครึ่งเดือนจนไปถึงที่นั่นในที่สุด

ภาพที่มองเห็นจากระยะไกลนั่นคือทะเลผืนหนึ่ง

สะพานสีเงินขยายขึ้นจากในทะเลแผ่ขยายไปสู่ท้องฟ้า และเชื่อมต่อกันกับเมืองที่งดงามนั่น

แสงสว่างนับไม่ถ้วน เปล่งประกายงดงามเจิดจรัส!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์