………………..
ฉู่หลิวเยว่เรียกเฉินอีมา เพื่อปรึกษาเรื่องการเดิมทางไปตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์พร้อมกัน
“ข้าน้อยขอร่วมเดินทางไปกับนายท่าน”
สำหรับการตัดสินใจของฉู่หลิวเยว่ เฉินอีแทบจะไม่แปลกใจแต่อย่างใด
หรือตั้งแต่ที่ตัวอักษรนั่นปรากฏวาววับขึ้นบนท้องฟ้า เขาก็เตรียมพร้อมไว้แล้ว
“ท่าเรือดอกท้อขาดคนไม่ได้ เจ้าต้องอยู่…”
เมื่อฉู่หลิวเยว่พูดออกไปครึ่งหนึ่ง และเห็นสีหน้าของเฉินอีจึงกลืนคําพูดที่เหลือกลับไป
“ช่างเถอะ เจ้าไปข้าก็แล้วกัน”
“ขอรับ ในสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ นายท่านคิดจะพาใครไปด้วยอีกหรือไม่”
ฉู่หลิวเยว่พิจารณาอย่างตั้งใจอยู่ครู่หนึ่ง
“ซานซานรับหน้าที่ดูแลท่าเรือดอกท้อ อู่เหยากับอวี๋จิ่วอยู่คุ้มกันค่ายกลนั่น ทว่าสิบสามยังเด็กเกินไปก็ให้อยู่ต่อไปได้ ใช่แล้วยังมีสือฟังให้เขาอยู่ปลูกผักที่จวนเยว่ต่อไปก็พอ”
จะว่าไปแล้วก็มีเพียงหัวซวงซวงกับน้องแปดเท่านั้นที่ตามไปด้วย
“ถังเคอกับท่านซูมีสถานะพิเศษ เกรงว่าจะไม่ค่อยสะดวกนัก หรือเชิญองค์ไท่จู่น่าจะเหมาะสมกว่า”
ถึงแม้ท่าเรือดอกท้อจะมีผู้แข็งแกร่งมากมาย แต่การเดินทางครั้งนี้อันตรายนัก อีกทั้งจุดศูนย์กลางมีความไม่แน่นอนมากเกินไป ดังนั้นฉู่หลิวเยว่จำเป็นต้องระมัดระวังอย่างมาก
ท้ายที่สุดแล้วเมื่อดูจากสถานการณ์ของเฟยซิงเหมินและภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวง ทางท่าเรือดอกท้อก็ต้องเหลือกำลังการต่อสู้เอาไว้ให้เพียงพอ เผื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น
เฉินอีก้มลงด้วยนัยน์ตาที่แคบลงและนิ่งเฉย เหมือนมีแสงสว่างทอดผ่าน
จากนั้นเขาจึงเงยหน้าถามขึ้น
“เชียงหว่านโจว นายท่านจะพาไปด้วยหรือไม่”
“แม้ว่าตอนนี้เขาจะยังเป็นเพียงเทพขั้นสูง แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่ธรรมดา อีกทั้งมีความสามารถไม่น้อย บางที่ถือว่านี้คงเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับเขา”
ฉู่หลิวเยว่อยู่ในห้วงความคิดสักพักหนึ่ง
“ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล เช่นนั้นก็ให้เสี่ยวโจวไปด้วยกัน”
นางเคยเห็นพลังการต่อสู้ของเสี่ยวโจวมาแล้ว และแม้ว่าเขาจะติดตามนางมาได้ไม่นาน โดยปกติแล้วเขาจะรู้ว่าควรทำอย่างใดโดยที่ไม่ต้องรอให้นางเอ่ยปาก
“แต่เฉินอี้ เจ้าสนิทกับเสี่ยวโจวตั้งแต่เมื่อใด”
ฉู่หลิวเยว่กวาดตามองฉินอีรอบหนึ่งอย่างละเอียดด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
จากความเข้าใจของนางเกี่ยวกับเฉินอี นอกจากสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ เขาไม่เคยให้ความสนใจกับเรื่องของคนอื่นเลย
บัดนี้เขาเริ่มพูดถึงชื่อของเสี่ยวโจว…ช่างหาได้ยากยิ่งนัก
เฉินอีขยับที่มุมปาก และหัวเราะขึ้นเบาๆ
“เขาคือคนของนายท่าน ในเมื่อนายท่านเชื่อใจ ข้าก็ย่อมเชื่อใจเช่นกัน”
ขอเพียงนายท่านดำเนินการได้อย่างสะดวก เรื่องอื่นก็ไม่สำคัญ
นี่คือคำตอบที่เฉินอีให้มาอย่างแท้จริง
ฉู่หลิวเยว่ขจัดความคิดที่วุ่นวายเหล่านั้นออกไป
“ได้ เช่นนั้นตกลงตามนี้ เจ้าไปแจ้งพวกเขาว่าข้าจะไปหาองค์ไท่จู่และจะออกเดินทางเย็นนี้”
“เยว่เออร์! ข้าจะไปด้วย!”
ชือรุ่ยเออร์ลุกขึ้นในทันที
ฉู่หลิวเยว่ส่ายหน้า
“เจ้าได้รับบาดเจ็บต้องรักษาตัวให้หายดีเสียก่อน อีกอย่างสถานะเจ้าในตอนนี้ก็ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทุกคนในเฟยซิงเหมินล้วนต้องพึ่งพาเจ้า”
“ได้ ข้าเชื่อเจ้า! หากมีเรื่องต้องการอันใด ข้าและคนของเฟยซิงเหมินทั้งหมดจะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน!”
ฉู่หลิวเยว่ตบไหล่ของนางเบาๆ จากนั้นจึงหันหลังและจากไป
…
ยามค่ำใกล้เข้ามา

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...