………………..
คนผู้นั้นตกลงไปในน้ำและร่างก็จมลงไปในทะเลทันที
สองคนที่อยู่ด้านบนมองลงมากำลังคิดที่จะดึงตัวชายคนนั้นขึ้นมา แต่จู่ๆ ก็เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว
คนที่เพิ่งตกลงไป กายเนื้อของเขาถูกบดขยี้ด้วยพลังหนาทึบอันน่าสะพรึงกลัวในน้ำทะเล
สีเลือดแพร่กระจายออกไปอย่างช้าๆ กลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นพุ่งตรงเข้าจมูก เลือดและเนื้อแหลกละเอียดที่ยังเหลืออยู่ได้จมลงสู่พื้นทะเลและถูกคลื่นซัดหายไปอย่างรวดเร็ว
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา!
ตั้งแต่ต้นจนจบชายผู้นั่นยังไม่ทันได้ร้องขอความช่วยเหลือ ก็ถูกกลืนกินและจมลงไปในที่สุด!
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ทุกคนที่อยู่ด้านหลังต่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
“ทะ ทะเลนี้…”
ตู้ม!
ชายอีกคนหนึ่งทนไม่ไหวจึงตกลงไปเช่นกัน!
ตอนนี้จากในกลุ่มสามคน ชั่วพริบตากลับเหลือเพียงเทพศักดิ์สิทธิ์คนเดียวเท่านั้น!
ทว่าสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก
สองคนที่อยู่ข้างๆ ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และเสียชีวิตต่อหน้าเขา ทำให้ส่งผลกระทบกับเขาอย่างมาก
เขาตกอยู่ในสภาวะเหม่อลอยและสูดหายใจเข้าลึกๆ แต่กลิ่นคาวเลือดที่หนาแน่นทำให้เขาสำลักออกมา
และในที่สุดสิ่งนี้ก็ทำให้เขาได้สติกลับมาและหนีไปอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดชีวิต!
เขาวิ่งไปทางสะพานเงินอย่างบ้าคลั่ง
พลังในร่างลุกเป็นไฟอย่างบ้าคลั่ง สีหน้าขาวซีด และเจ็บปวดทรมานไปทั้งตัว
แต่เขาในตอนนี้แทบจะไม่สนใจสิ่งใด รู้แต่เพียงพุ่งไปข้างหน้าให้เร็วที่สุด!
สุดท้ายก่อนที่พลังของเขาจะหมดลง เขาก็มาถึงสะพานสีเงินในที่สุด!
“ตอนนี้ พวกเจ้ายังไม่เชื่อคำพูดของตาเฒ่าอีกหรือ”
ทุกคนตกอยู่ในความเงียบสงัด
สถานการณ์ที่น่าเศร้าเมื่อครู่ พวกเขาล้วนเห็นอย่างชัดเจน
ผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์แค่คิดจะข้ามมาด้วยตนเองก็ค่อนข้างยากลำบากแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคิดจะพาคนอื่นมาด้วย?
แต่ว่าเช่นนี้แล้ว คนส่วนมากในบรรดาพวกเขาคงไม่ได้ต้องการหยุดอยู่ที่นี่จริงๆ ใช่หรือไม่
“เมื่อประตูแดนสวรรค์เปิด ผู้คนต่างคิดจะไปที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์แต่เรื่องนี้จะง่ายดายเช่นนั้นหรือ? ผู้แข็งแกร่งย่อมเป็นที่เคารพ แต่หากมีพลังไม่พอจึงเป็นการรนหาที่ตายก็เท่านั้น!”
คำพูดของผู้อาวุโสชุดดำ ราวกับน้ำเย็นที่รดลงบนหัวของทุกคน
แม้คำพูดนี้จะไม่น่าฟัง แต่ก็เป็นความจริง
เทพขั้นสูงสองคนนั้นก็นับว่าค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่สุดท้ายเป็นอย่างใดล่ะ? พวกเขาทั้งหมดตกลงในไปน้ำทะเล ถูกทำลายจนสิ้น ไม่เหลือแม้แต่ร่าง!
“หรือว่ามีเพียงผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นถึงสามารถเข้าตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้จริงๆ?”
มีคนพูดพึมพำเสียงต่ำ ในคำพูดนั่นเต็มไปด้วยความล้มเหลวและพ่ายแพ้
ซั่งกวนจิ้งมองฉู่หลิวเยว่และเอ่ยถามขึ้นด้วยความลังเลอยู่เล็กน้อยว่า
“นางหนูเยว่เออร์ สถานการณ์ในตอนนี้เจ้าคิดว่าควรทำอย่างใด”
ครั้งนี้พวกเขามาด้วยกันทั้งหมดหกคน เขากันฉู่หลิวเยว่รวมทั้งเฉินอีล้วนเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ แต่หัวซวงซวงและอีกสามคนที่เหลือล้วนเป็นเพียงเทพขั้นสูงเท่านั้น!
ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้น
“เข้าไปด้วยกัน”
“ด้วยกัน?”
ซั่งกวนจิ้งเลิกคิ้วขึ้น
จากสถานการณ์เมื่อครู่ ความชัดเจนที่นางเห็นไม่มีทางที่จะไม่รู้ว่าหากทำเช่นนี้จะอันตรายมากเพียงใด
“องค์ไท่จู่มิต้องกังวล ข้ารู้ดีและจะไม่เอาชีวิตของซวงซวงและพวกเขามาเป็นเดิมพัน”
แม้เสียงของฉู่หลิวเยว่จะแผ่วเบา แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่นนัก
ผู้คนบริเวณรอบๆ จำนวนไม่น้อยต่างได้ยินบทสนทนาของพวกเขา และพากันหันมามองตาของฉู่เหลียวเยว่ราวกับมองดูคนบ้าคนหนึ่งที่ดื้อรั้น
“เมื่อครู่ซั่งกวนพูดอันใดหรือ? พูดทั้งหมดเลยเหรอ? นางไม่ได้เข้าใจอันใดผิดใช่หรือไม่ ในกลุ่มพวกเขาไม่กี่คนนั่น ทว่ามีกว่าครั่งหนึ่งที่เป็นเทพขั้นสูง!”
“ได้ยินมานานแล้วว่านางเป็นคนกล้าหาญ วันนี้ได้มาเจอก็สมคำร่ำลื่อจริงๆ…นางไปเอาความมั่นใจเช่นนี้จากไหนกัน”
“หึ ข้าก็อยากจะดูว่า นางจะพาคนเหล่านั้นข้ามไปที่นั่นอย่างปลอดภัยได้อย่างใด!”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...