เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2182

………………..

คนผู้นั้นตกลงไปในน้ำและร่างก็จมลงไปในทะเลทันที

สองคนที่อยู่ด้านบนมองลงมากำลังคิดที่จะดึงตัวชายคนนั้นขึ้นมา แต่จู่ๆ ก็เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว

คนที่เพิ่งตกลงไป กายเนื้อของเขาถูกบดขยี้ด้วยพลังหนาทึบอันน่าสะพรึงกลัวในน้ำทะเล

สีเลือดแพร่กระจายออกไปอย่างช้าๆ กลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นพุ่งตรงเข้าจมูก เลือดและเนื้อแหลกละเอียดที่ยังเหลืออยู่ได้จมลงสู่พื้นทะเลและถูกคลื่นซัดหายไปอย่างรวดเร็ว

ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา!

ตั้งแต่ต้นจนจบชายผู้นั่นยังไม่ทันได้ร้องขอความช่วยเหลือ ก็ถูกกลืนกินและจมลงไปในที่สุด!

เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ทุกคนที่อยู่ด้านหลังต่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

“ทะ ทะเลนี้…”

ตู้ม!

ชายอีกคนหนึ่งทนไม่ไหวจึงตกลงไปเช่นกัน!

ตอนนี้จากในกลุ่มสามคน ชั่วพริบตากลับเหลือเพียงเทพศักดิ์สิทธิ์คนเดียวเท่านั้น!

ทว่าสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก

สองคนที่อยู่ข้างๆ ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และเสียชีวิตต่อหน้าเขา ทำให้ส่งผลกระทบกับเขาอย่างมาก

เขาตกอยู่ในสภาวะเหม่อลอยและสูดหายใจเข้าลึกๆ แต่กลิ่นคาวเลือดที่หนาแน่นทำให้เขาสำลักออกมา

และในที่สุดสิ่งนี้ก็ทำให้เขาได้สติกลับมาและหนีไปอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดชีวิต!

เขาวิ่งไปทางสะพานเงินอย่างบ้าคลั่ง

พลังในร่างลุกเป็นไฟอย่างบ้าคลั่ง สีหน้าขาวซีด และเจ็บปวดทรมานไปทั้งตัว

แต่เขาในตอนนี้แทบจะไม่สนใจสิ่งใด รู้แต่เพียงพุ่งไปข้างหน้าให้เร็วที่สุด!

สุดท้ายก่อนที่พลังของเขาจะหมดลง เขาก็มาถึงสะพานสีเงินในที่สุด!

“ตอนนี้ พวกเจ้ายังไม่เชื่อคำพูดของตาเฒ่าอีกหรือ”

ทุกคนตกอยู่ในความเงียบสงัด

สถานการณ์ที่น่าเศร้าเมื่อครู่ พวกเขาล้วนเห็นอย่างชัดเจน

ผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์แค่คิดจะข้ามมาด้วยตนเองก็ค่อนข้างยากลำบากแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคิดจะพาคนอื่นมาด้วย?

แต่ว่าเช่นนี้แล้ว คนส่วนมากในบรรดาพวกเขาคงไม่ได้ต้องการหยุดอยู่ที่นี่จริงๆ ใช่หรือไม่

“เมื่อประตูแดนสวรรค์เปิด ผู้คนต่างคิดจะไปที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์แต่เรื่องนี้จะง่ายดายเช่นนั้นหรือ? ผู้แข็งแกร่งย่อมเป็นที่เคารพ แต่หากมีพลังไม่พอจึงเป็นการรนหาที่ตายก็เท่านั้น!”

คำพูดของผู้อาวุโสชุดดำ ราวกับน้ำเย็นที่รดลงบนหัวของทุกคน

แม้คำพูดนี้จะไม่น่าฟัง แต่ก็เป็นความจริง

เทพขั้นสูงสองคนนั้นก็นับว่าค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่สุดท้ายเป็นอย่างใดล่ะ? พวกเขาทั้งหมดตกลงในไปน้ำทะเล ถูกทำลายจนสิ้น ไม่เหลือแม้แต่ร่าง!

“หรือว่ามีเพียงผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นถึงสามารถเข้าตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้จริงๆ?”

มีคนพูดพึมพำเสียงต่ำ ในคำพูดนั่นเต็มไปด้วยความล้มเหลวและพ่ายแพ้

ซั่งกวนจิ้งมองฉู่หลิวเยว่และเอ่ยถามขึ้นด้วยความลังเลอยู่เล็กน้อยว่า

“นางหนูเยว่เออร์ สถานการณ์ในตอนนี้เจ้าคิดว่าควรทำอย่างใด”

ครั้งนี้พวกเขามาด้วยกันทั้งหมดหกคน เขากันฉู่หลิวเยว่รวมทั้งเฉินอีล้วนเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ แต่หัวซวงซวงและอีกสามคนที่เหลือล้วนเป็นเพียงเทพขั้นสูงเท่านั้น!

ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้น

“เข้าไปด้วยกัน”

“ด้วยกัน?”

ซั่งกวนจิ้งเลิกคิ้วขึ้น

จากสถานการณ์เมื่อครู่ ความชัดเจนที่นางเห็นไม่มีทางที่จะไม่รู้ว่าหากทำเช่นนี้จะอันตรายมากเพียงใด

“องค์ไท่จู่มิต้องกังวล ข้ารู้ดีและจะไม่เอาชีวิตของซวงซวงและพวกเขามาเป็นเดิมพัน”

แม้เสียงของฉู่หลิวเยว่จะแผ่วเบา แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่นนัก

ผู้คนบริเวณรอบๆ จำนวนไม่น้อยต่างได้ยินบทสนทนาของพวกเขา และพากันหันมามองตาของฉู่เหลียวเยว่ราวกับมองดูคนบ้าคนหนึ่งที่ดื้อรั้น

“เมื่อครู่ซั่งกวนพูดอันใดหรือ? พูดทั้งหมดเลยเหรอ? นางไม่ได้เข้าใจอันใดผิดใช่หรือไม่ ในกลุ่มพวกเขาไม่กี่คนนั่น ทว่ามีกว่าครั่งหนึ่งที่เป็นเทพขั้นสูง!”

“ได้ยินมานานแล้วว่านางเป็นคนกล้าหาญ วันนี้ได้มาเจอก็สมคำร่ำลื่อจริงๆ…นางไปเอาความมั่นใจเช่นนี้จากไหนกัน”

“หึ ข้าก็อยากจะดูว่า นางจะพาคนเหล่านั้นข้ามไปที่นั่นอย่างปลอดภัยได้อย่างใด!”

บนพื้นทะเลแห่งนี้มีพลังกดดันที่หนาแน่ หากคิดจะข้ามไปก็ยากยิ่งนัก เรื่องอื่นกลับยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเลย

อย่างใดก็ตาม ความตายของพวกเขาสองคนที่เพิ่งถูกกดทับเอาไว้ จึงไม่สามารถเรียกอาณาเขตเซียนเทพของตนเองออกมาได้

แต่ทางด้านฉู่หลิวเยว่กลับดูผ่อนคลายอย่างมาก!

อาณาเขตเซียนเทพสีเงินแดงที่เหมือนกับแม่น้ำไหลเชี่ยวได้มาอยู่ตรงหน้าซวงซวงในชั่วพริบตา

เมื่อมีอาณาเขตเซียนเทพนี้จึงช่วยขจัดปัญหาต่างๆ ไปได้ การเคลื่อนไหวของหัวซวงซวงก็สะดวกขึ้นมาทันที

ร่างของเขาเคลื่อนไหวตามอาณาเขตเซียนเทพไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว!

อาณาเขตเซียนเทพของฉู่หลิงเยว่ ครอบคลุมเกือบครึ่งของอาณาเขตทะเล หัวซวงซวงใช้เวลาไม่นานก็มาถึงสะพานเงินจากริมฝั่งนั่น!

ในที่สุดเขาก็กระโดดลงบนสะพานเงินได้อย่างมั่นคง!

สายตาของทุกคนที่มองดูต่างตกตะลึง

เป็น…เช่นนี้ได้ไปได้อย่างใด

ยังเป็นเช่นนี้ได้หรือ!

“น้องแปด!”

ฉู่หลิวเยว่ตะโกนเรียกอีกครั้ง

น้องแปดปัดปอยผมที่ตกลงมาไว้ที่หลังหู พลางบิดตัวอันบอบบางและพุ่งไปข้างหน้า

ขณะที่เดินไปพลางก็โบกมือไปพลางให้คนด้านข้างที่พูดจากไร้สาระเมื่อครู่พลางยิ้มเยาะ

“เมื่อครู่เป็นพวกเจ้าที่พูดสินะ อยากจะดูนายท่านของพวกเราจะทำเช่นใด? งั้นตอนนี้…ก็ดูให้เต็มตาสะ! ท้ายที่สุดแล้วโอกาสเช่นนี้ พวกเจ้าก็ทำได้แค่ดูเท่านั้น”

ขณะที่พูดนางก็บินไปยังเส้นทางที่หัวซวงซวงเพิ่งนำไปเมื่อครู่นี้

นางแทบไม่ต้องใช้พลังอันใดมาก ก็มาอยู่ด้านข้างของหัวซวงซวงแล้ว

“โธ่เอ้ย ที่นี่แออัดนัก”

น้องแปดหัวเราะลั่นออกมา

“ผู้อาวุโสทั้งสองได้โปรดหลีกทางตรงนั้น ด้านหลังพวกเรายังมีอีกหลายคนที่ตามมา”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์