………………..
จิ้นอวิ๋นไหลลองทดสอบอีกครั้ง
เมื่อขนนกสีทองปัดเบาๆ บนหน้าผากของนางแต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สายตาของเขาเย็นชาและเข้มงวดขึ้นพลางจ้องมองฉู่หลิวเยว่ด้วยความหมายที่เต็มไปด้วยการพิจารณาอย่างละเอียด
“ตราสัญลักษณ์ของเจ้าล่ะ?”
“ตราสัญลักษณ์?”
ในใจฉู่หลิวเยว่สั่นไหว เพียงชั่วครู่ก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
นางชะงักและพูดขึ้น
“เรียนเสินสื่อสำดับที่เจ็ด ข้าไม่มีตราสัญลักษณ์”
“ไม่มี?”
จิ้นอวิ๋นไหลเลิกคิ้วขึ้น
ฉู่หลิวเยว่อธิบายต่อ
“ข้า…มาจากนอกอาณาจักรเสิ่นซวี่ ดังนั้นจึงไม่มีตราสัญลักษณ์ของพลังแห่งสายเลือด”
แน่นอนว่านางมี แม้ว่านางจะไม่ได้เกิดในอาณาจักรเสิ่นซวี่ แต่ในร่างของนางกลับมีตราสัญลักษณ์แปลกๆ อยู่จริงๆ
ไม่เช่นนี้ในตอนแรกที่ใช้นาฬิกาไร้กาลเวลาทดสอบระดับพลังแห่งสายเลือดในพระราชวังเมฆาสวรรค์นางก็ไม่สามารถตรวจสอบ
“สิบเอ็ด” ได้”
แม้แต่ตัวนางเองยังไม่รู้แน่นชัดว่าเกิดอะไรขึ้น
ตั้งแต่ที่นางเกิดใหม่ในร่างของฉู่หลิวเยว่ ตราสัญลักษณ์แปลกๆ นี้ก็ปรากฏตามมาด้วย
ในตอนแรกนางยังไม่สนใจมากนัก ต่อมาเมื่อนางไปที่อาณาจักรเสิ่นซวี่จึงได้รู้ว่านั่นคือสิ่งที่เรียกว่าตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์
ทว่าสิ่งนั้นบางครั้งมีบางครั้งกลับไม่มี แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่อาจควบคุมมันได้
จิ้นอวิ๋นไหลพิจารณานางอย่างละเอียดรอบหนึ่ง ความชื่นชมในดวงตาหายไปในทันที แม้กระทั่งสีหน้าดูถูกบางส่วนยังคงแวบเข้ามา
แม้ท่าทางเช่นนี้จะหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ฉู่หลิวเยว่ก็มองเห็นมันได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
หน้าผากของนางค่อยๆ ย่นขึ้นอย่างมิอาจตรวจสอบได้
ทว่าในเมื่อไม่มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ก็เท่านั้น เหตุใดเสินสื่อสำดับที่เจ็ดท่านนี้ ดูเหมือนจะไม่ชอบนางขึ้นมาในทันที?
เมื่อหลายคนได้ยินว่านางมาจากนอกอาณาจักรเสิ่นซวี่ และไม่มีพลังสืบทอดแห่งสายเลือด กลับมองนางด้วยสายตาอันน่าทึ่ง
เพราะจากแง่มุมง่ายๆ หมายความว่าความสามารถในตัวของนางแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆ ดังนั้นนางจึงสามารถบุกทะลวงไปสู่ระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว
แต่ท่านนี้…ดูเหมือนจะตรงกันข้ามกัน
จิ้นอวิ๋นไหลหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาแล้วส่งให้
“คนที่ไม่มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์จะต้องผูกถวนซิ่นจื่อนี้ไว้กับตัว”
ฉู่หลิวเยว่รับของสิ่งนั้นมา และมองมันอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง
นี่คือเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ที่ทำมาจากเชือกถักสีแดง ด้านบนมีลูกบอลใสเท่าตัวหมากรุกติดอยู่
พื้นผิวของลูกบอลไม่ใช่ทองหรือหยก แต่เรียบเนียนสุกใส
ด้านในมีตัวอักษร “มายา” สีทองเล็กๆ อยู่
“คนที่ไม่มีพลังแห่งสายเลือด ความเป็นไปได้ที่จะขึ้นสวรรค์ทะลวงเทพศักดิ์สิทธิ์แทบจะเป็นศูนย์ เดิมทีเจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะมาที่นี่ แต่ในเมื่อเจ้าข้ามสะพานมาได้แล้ว ข้าก็จะให้โอกาสเจ้า”
“ภายในเวลาที่กำหนด หากเจ้าไม่สามารถฝึกฝนความก้าวหน้าได้ตามข้อกำหนด ตัวอักษรในถวนซิ่นจื่อนี้จะค่อยๆ เลือนหายไป เมื่อมันหายไปก็ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องออกจากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ เข้าใจหรือไม่”
ที่แท้สิ่งนี้คือของที่เอาไว้ตรวจจับระดับความเร็วของการฝึกฝน และดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับพลังแห่งเลือดอย่างมาก
ฉู่หลิวเยว่ผูกถวนซิ่นจื่อไว้บนเอว
“ขอพระคุณเสินสื่อสำดับที่เจ็ด”
จิ้นอวิ๋นไหลไม่ได้สนใจนางมากนัก และยกคางขึ้น
เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ท่าทางของเขาเย็นชาลงอย่างมาจนเห็นได้ชัด
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ชอบฉู่หลิวเยว่ แม้กระทั่งครึ่งคำก็ไม่อยากจะเอ่ยออกมา
ฉู่หลิวเยว่ไม่ได้สนใจอะไรนัก นางจึงยกเท้าข้ามธรณีประตูไป
ในชั่วพริบตาไข่มุกธาราในตันเถียนของนาง จู่ๆ ก็สั่นขึ้นเบาๆ



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...