………………..
หลังจากถามคำถามนี้ออกไป ตัวของจิ้นอวิ๋นไหลก็ตกตะลึง
เป็นเพราะเขาสับสนจึงได้ถามคำถามเช่นนี้
ตำหนักมายาศักดิ์สิทธ์ทุกๆ หมื่นปีถึงจะเปิดประตูครั้งหนึ่ง ชายผู้นี้จะเคยมาก่อนหน้านี้ได้อย่างไร
“ไม่เคย”
เฉินอีตอบกลับอย่างเรียบเฉย ดวงตาเรียวยาวและเย็นชาดูสงบนิ่ง ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจกับคำถามที่อธิบายไม่ได้ของจิ้นอวิ๋นไหล
จิ้นอวิ๋นไหลชำเลืองมองหน้าผากของเขา เป็นดังที่คาดไว้เขาก็เป็นอีกคนที่ไม่มีตราแห่งสายเลือดเช่นเดียวกัน
เขาพอจะมองออกแล้วว่า คนด้านหลังเหล่านี้ล้วนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับซั่งกวนเยว่ที่เพิ่งเข้าไปผู้นั้น
คาดว่าล้วนมาจากนอกอาณาจักรเสิ่นซวี่
เขาโบกมืออย่างไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
“ผ่าน”
เฉินอีหยิบถวนซิ่นจื่อและข้ามธรณีประตูไป จนมาอยู่ด้านข้างฉู่หลิวเยว่
จิ้นอวิ๋นไหลยังหันมามองเขาแวบหนึ่งอีกครั้ง
ความรู้สึกคุ้นเคยเช่นนั้นเมื่อครู่นี้…แท้จริงแล้วเหมือนกับเคยพบที่ไหนมาก่อน
แต่ลมปราณและรูปลักษณ์ของชายผู้นั้น กลับแปลกไปจริงๆ
บางทีเขาอาจจะจำผิดกระมัง…
จิ้นอวิ๋นไหลถอนสายตากลับ
…
ฉู่หลิวเยว่มองจิ้นอวิ๋นไหลจากนั้นมองเฉินอีอีกครั้ง และพูดเสียงต่ำขึ้นว่า
“เฉินอี เมื่อครู่เขา…เหตุใดถึงถามเจ้าเช่นนั้น”
“เจ้าเป็นเทพขั้นสูง?
ในขณะนั้นเสียงของจิ้นอวิ๋นไหลก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ฉู่หลิวเยว่แหงนหน้ามอง คนที่กำลังได้รับการตรวจสอบคือหัวซวงซวง
เขาไม่เพียงไม่มีตราแห่งสายเลือด แม้แต่ระดับเทพศักดิ์สิทธิ์เขาก็ไม่มีเช่นกัน
จิ้นอวิ๋นไหลขมวดคิ้ว ความหงุดหงิดและการดูถูกอย่างปิดไม่มิดปรากฏบนใบหน้าของเขา
“เทพขั้นสูงเข้าไปไม่ได้ เจ้ากลับไปเถอะ!”
หัวซวงซวงชะงักไปครู่หนึ่งและกำหมัดถามขึ้นในทันที
“ขอถามเสินสื่อสำดับที่เจ็ด เป็นเพราะเหตุใด”
“เทพขั้นสูงไม่สามารถผ่านเมืองทะเลนั้นได้ และแน่นอนว่าไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์”
จิ้นอวิ๋นไหลพูดขึ้นด้วยเสียงเย็นชา
“แต่ว่าตอนนี้พวกข้ามาถึงที่นี่แล้ว เหตุใดถึงเข้าไปไม่ได้”
หัวซวงซวงยิ้มและเอ่ยถามขึ้น
สีหน้าขอจิ้นอวิ๋นไหลยิ่งนิ่งขึ้น สายตาของเขากวาดมองบนตัวของน้องแปดและเชียงหว่านโจวที่อยู่ด้านหลัง
“พวกเจ้าสามคนล้วนเป็นเทพขั้นสูง?”
อันที่จริงในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ว่าไม่มีเทพขั้นสูงเคยเข้าไป
แต่โดยพื้นฐานพวกเขามีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งพลังแห่งสายเลือดก็ไม่ธรรมดา
แต่ทั้งสามคนคนนี้ล้วนเป็นเทพขั้นสูง หากทายไม่ผิดก็น่าจะไม่มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน
ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยมีคนเช่นนี้เข้ามา
“เสินสื่อสำดับที่เจ็ด”
ฉู่หลิวเยว่เอ่ยขึ้นในทันที
“พวกเจ้าทั้งสามคนเป็นข้าที่พามา แม้จะใช้วิธีการเล็กน้อย แต่ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครบอกว่าจะทำเช่นนี้ไม่ได้ บัดนี้ในเมื่อพวกข้ามาถึงที่นี่แล้ว ก็ถือว่ามีโชคชะตากับตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ หากท่านไม่ให้พวกเขาเข้ามาเพียงเพราะพวกเขาไม่ใช่เทพขั้นสูง และไม่มีตราสัญลักษณ์ เช่นนั้น…บางทีตั้งแต่แรก คุณไม่ควรตั้งเมืองทะเลด้านล่าง และเลือกกลุ่มคนที่เข้าตาท่านโดยตรงไปเสีย ท่านคิดว่าอย่างไร”
จิ้นอวิ๋นไหลจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชา
“เจ้ากล้าไม่น้อยเลยนะ”
กล้าพูดเช่นนี้กับเขา
มุมปากของฉู่หลิวเยว่โค้งงอลง
“ข้าแค่พูดความจริงไปสองสามประโยค อีกทั้งนี่ก็เป็นการพิจารณาของท่าน ท่านยังกล่าวอีกว่าประตูแดนสวรรค์ของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์เปิดทุกๆ หมื่นปีเพื่อรับผู้ฝึกตนที่โด่นเด่นที่สุด แม้ว่าตอนนี้พวกเขายังไม่เป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ แต่จริงๆ แล้วพวกเขาล้วนโดดเด่นอย่างมาก หากท่านปล่อยให้พวกเขาจากไป สำหรับตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์แล้วนั้น อาจไม่ใช่ความสูญเสีย”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...