เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2187

………………..

หลังจากถามคำถามนี้ออกไป ตัวของจิ้นอวิ๋นไหลก็ตกตะลึง

เป็นเพราะเขาสับสนจึงได้ถามคำถามเช่นนี้

ตำหนักมายาศักดิ์สิทธ์ทุกๆ หมื่นปีถึงจะเปิดประตูครั้งหนึ่ง ชายผู้นี้จะเคยมาก่อนหน้านี้ได้อย่างไร

“ไม่เคย”

เฉินอีตอบกลับอย่างเรียบเฉย ดวงตาเรียวยาวและเย็นชาดูสงบนิ่ง ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจกับคำถามที่อธิบายไม่ได้ของจิ้นอวิ๋นไหล

จิ้นอวิ๋นไหลชำเลืองมองหน้าผากของเขา เป็นดังที่คาดไว้เขาก็เป็นอีกคนที่ไม่มีตราแห่งสายเลือดเช่นเดียวกัน

เขาพอจะมองออกแล้วว่า คนด้านหลังเหล่านี้ล้วนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับซั่งกวนเยว่ที่เพิ่งเข้าไปผู้นั้น

คาดว่าล้วนมาจากนอกอาณาจักรเสิ่นซวี่

เขาโบกมืออย่างไม่สบอารมณ์เล็กน้อย

“ผ่าน”

เฉินอีหยิบถวนซิ่นจื่อและข้ามธรณีประตูไป จนมาอยู่ด้านข้างฉู่หลิวเยว่

จิ้นอวิ๋นไหลยังหันมามองเขาแวบหนึ่งอีกครั้ง

ความรู้สึกคุ้นเคยเช่นนั้นเมื่อครู่นี้…แท้จริงแล้วเหมือนกับเคยพบที่ไหนมาก่อน

แต่ลมปราณและรูปลักษณ์ของชายผู้นั้น กลับแปลกไปจริงๆ

บางทีเขาอาจจะจำผิดกระมัง…

จิ้นอวิ๋นไหลถอนสายตากลับ

ฉู่หลิวเยว่มองจิ้นอวิ๋นไหลจากนั้นมองเฉินอีอีกครั้ง และพูดเสียงต่ำขึ้นว่า

“เฉินอี เมื่อครู่เขา…เหตุใดถึงถามเจ้าเช่นนั้น”

“เจ้าเป็นเทพขั้นสูง?

ในขณะนั้นเสียงของจิ้นอวิ๋นไหลก็ดังขึ้นอีกครั้ง

ฉู่หลิวเยว่แหงนหน้ามอง คนที่กำลังได้รับการตรวจสอบคือหัวซวงซวง

เขาไม่เพียงไม่มีตราแห่งสายเลือด แม้แต่ระดับเทพศักดิ์สิทธิ์เขาก็ไม่มีเช่นกัน

จิ้นอวิ๋นไหลขมวดคิ้ว ความหงุดหงิดและการดูถูกอย่างปิดไม่มิดปรากฏบนใบหน้าของเขา

“เทพขั้นสูงเข้าไปไม่ได้ เจ้ากลับไปเถอะ!”

หัวซวงซวงชะงักไปครู่หนึ่งและกำหมัดถามขึ้นในทันที

“ขอถามเสินสื่อสำดับที่เจ็ด เป็นเพราะเหตุใด”

“เทพขั้นสูงไม่สามารถผ่านเมืองทะเลนั้นได้ และแน่นอนว่าไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์”

จิ้นอวิ๋นไหลพูดขึ้นด้วยเสียงเย็นชา

“แต่ว่าตอนนี้พวกข้ามาถึงที่นี่แล้ว เหตุใดถึงเข้าไปไม่ได้”

หัวซวงซวงยิ้มและเอ่ยถามขึ้น

สีหน้าขอจิ้นอวิ๋นไหลยิ่งนิ่งขึ้น สายตาของเขากวาดมองบนตัวของน้องแปดและเชียงหว่านโจวที่อยู่ด้านหลัง

“พวกเจ้าสามคนล้วนเป็นเทพขั้นสูง?”

อันที่จริงในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ว่าไม่มีเทพขั้นสูงเคยเข้าไป

แต่โดยพื้นฐานพวกเขามีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งพลังแห่งสายเลือดก็ไม่ธรรมดา

แต่ทั้งสามคนคนนี้ล้วนเป็นเทพขั้นสูง หากทายไม่ผิดก็น่าจะไม่มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน

ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยมีคนเช่นนี้เข้ามา

“เสินสื่อสำดับที่เจ็ด”

ฉู่หลิวเยว่เอ่ยขึ้นในทันที

“พวกเจ้าทั้งสามคนเป็นข้าที่พามา แม้จะใช้วิธีการเล็กน้อย แต่ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครบอกว่าจะทำเช่นนี้ไม่ได้ บัดนี้ในเมื่อพวกข้ามาถึงที่นี่แล้ว ก็ถือว่ามีโชคชะตากับตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ หากท่านไม่ให้พวกเขาเข้ามาเพียงเพราะพวกเขาไม่ใช่เทพขั้นสูง และไม่มีตราสัญลักษณ์ เช่นนั้น…บางทีตั้งแต่แรก คุณไม่ควรตั้งเมืองทะเลด้านล่าง และเลือกกลุ่มคนที่เข้าตาท่านโดยตรงไปเสีย ท่านคิดว่าอย่างไร”

จิ้นอวิ๋นไหลจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชา

“เจ้ากล้าไม่น้อยเลยนะ”

กล้าพูดเช่นนี้กับเขา

มุมปากของฉู่หลิวเยว่โค้งงอลง

“ข้าแค่พูดความจริงไปสองสามประโยค อีกทั้งนี่ก็เป็นการพิจารณาของท่าน ท่านยังกล่าวอีกว่าประตูแดนสวรรค์ของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์เปิดทุกๆ หมื่นปีเพื่อรับผู้ฝึกตนที่โด่นเด่นที่สุด แม้ว่าตอนนี้พวกเขายังไม่เป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ แต่จริงๆ แล้วพวกเขาล้วนโดดเด่นอย่างมาก หากท่านปล่อยให้พวกเขาจากไป สำหรับตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์แล้วนั้น อาจไม่ใช่ความสูญเสีย”

เมื่อก้าวข้ามประตูแดนสวรรค์เข้ามา ตรงหน้าคือถนนอันกว้างใหญ่หาเทียบได้

ถนนเส้นนี้แกะสลักจากหยกดำ เช่นเดียวกับสะพานเงินนั่นด้านบนมีจุดแสงสีเงินที่เปล่งประกายระยิบระยับอย่างเงียบๆ

พวกมันกระจัดกระจายไปทั่ว แสดงให้เห็นความงดงามที่ยากจะอธิบายได้

ท่ามกลางความวุ่นวาย แต่เหมือนมีกฎเกณฑ์บางอย่าง

แต่สิ่งที่แตกต่างจากสะพานนั้นก็คือ จุดแสงเหล่านี้ถูกสกัดอยู่ใต้หยกสีดำนั่น

ชั้นหยกโปร่งแสงที่บางอย่างมากได้ปกคลุมไว้อย่างสมบูรณ์ กลุ่มแสงอันหนาแน่นส่องสว่างอย่างเจิดจรัส

“นายท่าน สิ่งเหล่านี้ก็คือตำหนักมาจาศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ”

จากประสบการณ์ก่อนหน้า ตอนนี้เมื่อน้องแปดได้เห็นฉากนี้ ก็เชื่อมโยงกับสะพานเงินนั้นก่อนหน้าโดยไม่รู้ตัว

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าเบาๆ

แม้จะไม่ได้มองอย่างละเอียด แต่นางก็มั่นใจว่า สิ่งเหล่านั้นก็คือค่ายกลจริงๆ

อีกทั้ง…หากเทียบกับระดับข้างนอกแล้ว เกรงว่าจะสูงหรือต่ำกว่าเท่านั้น

“ถนนสายนี้ทอดยาวจากประตูแดนสวรรค์ไปยังตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ด้านบนมีค่ายกลนับไม่ถ้วนมาบรรจบกัน ไม่ว่าจะเป็นแสงสว่างหรือความมืดมิดล้วนเปล่งประกายราวกับแสงดาว แสงทั้งหมดที่ส่องสว่างจึงถูกเรียกว่าถนนแห่งดวงดาว”

จิ้นอวิ๋นไหลอธิบายด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ค่ายกลที่อยู่ด้านบนนี้ สามารถฝึกฝนวิชาได้”

สีหน้าทุกคนตื่นตกใจ

“มากมายเช่นนี้ ข้าจะเข้าใจการฝึกฝนได้อย่างไร”

ต้องรู้ว่าแต่ละค่ายกลที่ระดับสูงล้วนเป็นสมบัติที่ไม่มีตัวตน

แม้แต่พวกเขาที่เกิดจากตระกูลชั้นสูง ก็ไม่อาจละทิ้งที่จะนําสมบัติของตนออกมาได้

อย่างไรก็ตามตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์นี้ กลับมีค่ายกลมากมายเช่นนี้ ทั้งหมดถูกประทับไว้บนทางแห่งดวงดาว!

จู่ๆ จิ้นอวิ๋นไหลก็หัวเราะและเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

“ค่ายกลของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ มีมากมายนับไม่ถ้วน ไม่กลัวที่พวกเจ้าจะมองเห็น แต่เกรงว่าพวกเจ้า…จะมองไม่ออก”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์