เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2190

………………..

หลังจากฉู่หลิวเยว่และผู้ติดตามจากไป ซ่งชิงที่เหลือและคนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันไปค้นหาบ้านของตนเอง

ร่างบนเส้นทางแห่งดวงดาวหายไปอย่างรวดเร็วและเงียบสงัดลงอีกครั้ง

เซียวหรานจ้องมองถนนดวงดาว ดูเหมือนจิตใจล่อยลอยไป ผ่านไปสักพักจึงหันกลับเข้าห้องไป

ขณะที่เดินไปพลางก็พูดพึมพำไปพลาง

“ไม่ง่ายเลยที่ต้องพยายามอย่างมากเพื่อให้ได้สิ่งที่ดี แต่กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีสัญลักษณ์…โธ่เอ้ย ยังต้องรอดูต่อไปอีก!”

ลานบ้านของที่นี่แยกเป็นสัดส่วน ระยะห่างระหว่างกันค่อนข้างไกลในระดับหนึ่ง จึงนับว่าสะดวกสำหรับทุกคนที่จะฝึกฝนและไม่รบกวนซึ่งกันและกัน

เมื่อเดินผ่านข้างๆ ลานนี้มา ก็จะเห็นผู้ฝึกตนบางคนกำลังฝึกฝนอยู่บ้างเป็นครั้งคราว

ในตอนแรกมีบางคนยังสนใจเกี่ยวกับพวกเขา จึงคิดที่จะเข้ามาทักทาย แต่เมื่อเห็นถวนซิ่นจื่อบนตัวของพวกเขา จึงกลับเมินเฉยในทันที แม้กระทั่งการดูถูกและเยาะเย้ยในสายตามากมายก็มิอาจปิดบังเอาไว้ได้

ยังมีบางคนที่สนใจกับการฝึกฝนและไม่ได้สนใจพวกเขาแม้แต่น้อย

ดังนั้นตลอดทางมานี้จึงไม่มีผู้ใดสนใจพวกเขาอีก

ในที่สุดฉู่หลิวเยว่ก็พบลานที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ที่สามารถรองรับพวกเขาได้ทั้งหกคนในคราวเดียวกัน

หลังจากเข้าไปในลานและปิดประตูใหญ่ ในที่สุดน้องแปดก็อดไม่ได้ที่จะกระทืบเท้าด้วยความโกรธ

“คนพวกนี้ช่างเกินไปจริงๆ! เดิมทีที่ข้าต้องอดกลั้นความโกรธมานานหลายปีเช่นนี้ ล้วนไม่เท่าวันนี้! เพียงเพราะตราแห่งสายเลือดอย่างนั้นเหรอ แล้วอย่างใดเล่า!”

“แน่นอนว่าเป็นเช่นนั้น”

หัวซวงซวงส่ายหัวพลางถอนหายใจ

“เจ้าลืมคำพูดเมื่อครู่ของเสินสื่อสำดับที่เจ็ดไปแล้วหรือ เหมือนพวกเราจะถูกกำหนดมาไม่ให้สามารถขึ้นสู่สวรรค์และทะลวงขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ไม่ว่าพวกเราจะฝึกฝนอย่างไรก็ไม่สามารถก้าวข้ามธรณีประตูที่เหนือกว่าเทพศักดิ์สิทธิ์ได้ เช่นนี้แล้วพวกเขาไม่มีสิ่งใดต้องกังวลเกี่ยวกับพวกเรา”

“แม้กระทั่งพวกเรายังต้องกังวลอยู่เสมอว่าตัวอักษรบนนั้นจะหายไป และมีความเสี่ยงที่จะถูกไล่ออกได้ทุกเมื่อ”

น้องแปดทำเสียงไม่พอใจขึ้น

อันที่จริงนางเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้ แต่ก็รู้สึกว่ามันยากที่จะทนรับไหว

เพิ่งจะมาถึงก็ถูกทุกคนดูถูกแล้ว หลังจากนี้จะผ่านมันไปได้อย่างไร

“ในเวลานี้สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่สำคัญ หากสามารถเข้ามาและอยู่ต่อได้ก็นับว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนแรกแล้ว”

ฉู่หลิวเยว่บีบแก้มน้องแปดอย่างน่าเอ็นดู

“เอาเถอะ อย่าโกรธเลย รอยเหี่ยวย่นใกล้จะออกมาแล้ว”

“นายท่าน…”

น้องแปดกอดแขนของนางและโน้มตัวเข้ามาใกล้ด้วยความน้อยใจ

“ทั้งหมดเป็นเพราะน้องแปดไร้ประโยชน์ ไม่เพียงแต่ไม่สามารถทำให้นายท่านพอใจ แต่ยังทำให้นายท่านถูกพวกเขาหัวเราะเยาะอีกด้วย”

ฉู่หลิวเยว่ยิ้มขึ้น

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอันใดกับเจ้า ต่อให้ไม่มีตราสัญลักษณ์ พวกเขาก็ควรปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน นี่เป็นปัญหาพื้นฐานที่สุด ส่วนเรื่องที่พวกเจ้าไม่ใช่เทพศักดิ์สิทธิ์…ก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น”

จุดนี้ทุกคนสามารถมองออกอย่างเห็นได้ชัดเจน

“วันนี้เป็นวันแรกที่มาถึงที่นี่ ทุกคนกลับไปพักเถอะ หากมีสิ่งใดเกิดขึ้น รอหลังจากปรับตัวกันได้แล้วค่อยว่ากัน”

ฉู่หลิวเยว่ค้นหาห้องหนึ่งและเดินเข้าไป

เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน แต่โชคดีที่มันสะอาดอย่างมาก

ทันทีที่นางนั่งลง ถวนจื่อก็ตะโกนอย่างควบคุมไม่ได้

“อาเยว่! อาเยว่!”

เพื่อความปลอดภัยฉู่ หลิวเยว่กางค่ายกลไว้บริเวณรอบๆ แล้วเรียกถวนจื่อออกมา

ฉู่หลิวเยว่ลูบหลังนางอย่างปลอบโยนและพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา

“อย่ากังวลไปเลย ไม่น่าเป็นเช่นนั้น”

นับว่านางก็คุ้นเคยกับอี้เจ้า ดังนั้นจึงสามารถแยกแยะความแตกต่างได้

เมื่อจิ้นอวิ๋นไหลใช้ขนนกปัดบนหน้าผากของนาง นางจึงให้ความสนใจกับการแยกแยะอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ โดยพื้นฐานแล้วมันไม่เกี่ยวข้องกับอี้เจาอย่างแน่นอน

ถวนจื่อถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อน ต่อมาจึงกังวลขึ้นอีกครั้ง

“แต่ถ้าไม่ใช่ของผู้เฒ่าประมุขแล้วเป็นของใครล่ะ”

ฉู่หลิวเยว่ตะลึงงันไปชั่วครู่

อันที่จริงสิ่งนี้เป็นปัญหาที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่เช่นกัน

ขนนกทองคำบรรพบุรุษป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับบรรพกาลที่มีสถานะสูงส่ง แม้แต่คนธรรมดาทั่วไปล้วนยากที่ได้พบเห็น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการใช้ขนนกของพวกเขาเป็นปากกา?

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์