เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2191

………………..

บนเกราะกิเลนเปล่งประกายด้วยแสงสว่างบางๆ

จากนั้นจึงเกิดคลื่นอันทรงพลังแผ่ขยายออกมา!

ในความมืดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เหมือนมีอะไรบางอย่างเรียกมันมาจากที่ไกลๆ!

ในใจของฉู่หลิวเยว่สั่นไหว นางมองไปยังทิศทางของพลังที่ถูกเรียกออกมาและเลิกคิ้วขึ้นในทันที

การเรียกขานเช่นนี้ ที่แท้มาจากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!

ในขณะเดียวกันตู๋กูโม่เป่าที่ติดอยู่ในกรงขังอันมืดมนไร้ความหวังได้ลืมตาขึ้นมาทันที!

นางหนูเยว่เออร์มาที่นี่แล้วหรือ

เขาร่ายฝ่ามือเบาๆ ภายในดวงตาสีม่วงที่แปลกประหลาด ดูเหมือนจะมีคลื่นแสงพลุ่งพล่านขึ้น

การเชื่อมต่อนั้นถูกตัดขาดในทันที!

“เอ๊ะ?”

ฉู่หลิวเยว่มองไปทางเกราะกิเลนสีม่วงในมือของนางด้วยความประหลาดใจ

ในชั่วพริบตานางสัมผัสได้ถึงพลังลมปราณของพี่เป่าอย่างชัดเจน แต่เหตุใดจู่ๆ ถึงหายไปอย่างกะทันหัน

ฉู่หลิวเยว่เงยหน้าขึ้นอย่างลังเลและคิ้วขมวดแน่นขึ้น

ดูเหมือนว่า…พี่เป่าจะตั้งใจทำเช่นนี้หรือ

“อาเยว่ เป็นอันใดหรือ”

ถวนจื่อวิ่งเข้ามากอดต้นขาของนางและเงยหน้าถามขึ้น

“หาผู้เฒ่าต้าเป่าพบแล้วใช่หรือไม่”

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาจึงไม่สามารถออกมาได้ และตั้งใจตัดขาดการติดต่อกับนาง

ดูจากสถานการณ์ของเขาจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับหลานเซียวและผู้อาวุโสลำดับห้านั้น ยิ่งไม่มีข่าวคราวแม้แต่น้อย

ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ใหญ่โตอย่างมาก หากต้องการค้นหาว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน เกรงว่าจะเป็นเรื่องยากยิ่งนัก

ท้ายที่สุดแล้วในตอนนี้นางไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ด้วยซ้ำ

ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้คือการมีอยู่อันศักดิ์สิทธิ์และสูงส่งอย่างยิ่ง บนเส้นทางแห่งดวงดาวชายผู้นี้เพียงแค่ยกนิ้วขึ้นชี้ ก็ถูกลงโทษอย่างรุนแรง

จึงจินตนาการได้ไม่ยาก หากผลีผลามมมุ่งหน้าไปจะเกิดเรื่องที่อันตรายมากขนาดไหน

ความแข็งแกร่งในตอนนี้ของนาง เกรงว่าอาจถูกเสินสื่อตัดสินก่อนที่นางจะมาถึงหน้าประตูด้วยซ้ำ!

ถวนจื่อขมวดคิ้วเล็กๆ ขึ้นด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

“ชะ…เช่นนั้นตอนนี้พวกเขาก็ถูกขังไว้อยู่ใช่หรือไม่ พวกเขาจะทุกข์ทรมานมากเพียงใด”

ฉู่หลิวเยว่ย่นคิ้วและถอนหายใจเบาๆ อย่างอับจนหนทาง

นี่น่าจะเป็นคำตอบเดียว

พูดให้ถูกก็คือทั้งสามคนถูกขังไว้ตั้งแต่หลายพันปีก่อน

ในช่วงเวลาหลายปีอันยาวนาน พวกเขาถูกปราบปรามในทะเลทรายจันทราสีชาดและไม่สามารถออกมาได้อีกเลย

นี่ถือเป็นการลงโทษตนเองที่รุนแรงอย่างยิ่ง

และในครั้งนี้ไม่ทราบด้วยเหตุใด พวกเขาทั้งสามคนจึงถูกนำตัวมาที่นี่อีกครั้งและยังคงถูกคุมขังอยู่

ฉู่หลิวเยว่รู้สึกอย่างคลุมเครือว่าเรื่องราวต่างๆ ช่างซับซ้อนกว่าที่นางคาดคิดเอาไว้มาก

“ทำได้เพียงรอดูการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆ ไปก่อน”

ขณะที่ฉู่หลิวเยว่พูดก็มองไปทางถวนจื่ออีกครั้ง

“ถวนจื่อ เจ้าสัมผัสลมปราณผู้อาวุโสอี้เจาได้หรือไม่? หรือกลุ่มคนอื่นๆ ล่ะ?”

ฉู่หลิวเยว่ลูบมวยผมกลมๆ ของนาง

“ไม่ต้องรีบร้อน ในเมื่อพวกข้ามาถึงที่นี่แล้ว ย่อมสามารถหาเบาะแสบางอย่างได้อย่างแน่นอน”

ถวนจื่อเม้มริมฝีปาก

หลังจากปลอบใจถวนจื่อ ฉู่หลิวเยว่ก็เริ่มฝึกควบคุมลมปราณอยู่ภายในห้อง

ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพลังแห่งสวรรค์และโลกมากมายและเป็นพลังที่บริสุทธิ์อย่างมาก แม้แต่ท่าเรือดอกท้อก็มิอาจเทียบได้

อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง เพราะที่แห่งนี้จริงๆ แล้วคือสถานที่ฝึกฝน

“ถูกต้อง ค่ายกลบนเส้นทางแห่งดวงดาวนั้นแตกต่างกันตามระดับ แบ่งตามพื้นที่ที่ต่างกันไปยิ่งเข้าใกล้ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ระดับของค่ายกลก็ยิ่งสูงขึ้นและยิ่งยากต่อการบรรลุขั้น ขอเพียงบรรลุค่ายกลที่อยู่ด้านบนทั้งหมด ก็มีคุณสมบัติพอที่จะสามารถเข้าสู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้”

ขณะที่พูดเขาหันไปทางถวนซิ่นจื่อที่ผูกไว้รอบเอวของฉู่หลิวเยว่ด้วยสายตาดูถูกอยู่บางส่วน

“แต่…เจ้าไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องนี้แล้ว เรื่องนี้มันไม่มีทางเป็นไปได้”

ฉู่หลิวเยว่สะดุ้ง

ขณะนี้เสียงที่คุ้นเคยและดูล่องลอยดังขึ้นมาจากด้านหนึ่งอีกครั้ง

“ผู้อาวุโสเซียวหราน?”

เซียวหรานเอนตัวพิงขอบประตูอย่างเกียจคร้านอีกครั้ง

“ข้าบอกไปแล้วว่าไม่จำเป็นต้องเรียกข้าว่าผู้อาวุโส เรียกชื่อเซียวหรานตรงๆ ก็พอ”

ฉู่หลิวเยว่ยิ้มเล็กน้อย

เมื่อเซียวหรานพูดเช่นนี้ เป็นเพราะตัวเขาเองไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้ แต่ฉู่หลิวเยว่มีความประทับใจที่ดีต่อเขา เสียง ‘ผู้อาวุโส’ นี้ยังคงเรียกออกมา

“เซียวหราน เรื่องนี้เกี่ยวอันใดกับเจ้าอีกงั้นหรือ? เวลาเช่นนี้ไม่สู้คิดให้ดีว่าจะทะลวงขั้นได้อย่างไรไม่ดีกว่าหรือ!”

ชายวัยกลางคนที่ถูกตำหนิได้ตะคอกเสียงดังขึ้น

“อีกอย่าง…หรือว่าสิ่งที่ข้าพูดไปไม่เป็นความจริงอย่างนั้นหรือ? นางไม่มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ ไม่เกินสองเดือนนางจะถูกไล่ออกจากที่นี่ คิดจะบรรลุค่ายกลทั้งหมดบนถนนแห่งดวงดาว ช่างคิดเพ้อเจ้อเสียจริง!”

เซียวหรานพยักหน้า

“สิ่งที่เจ้าพูดมาก็ไม่ผิด อย่างไรก็ตามผู้ที่มีอายุไม่ถึงยี่สิบปีก็สามารถมาที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์นี้ได้สักครั้ง ไม่สู้ว่ามีกี่คนที่สามารถมาที่นี่ได้ด้วยการอาศัยพลังแห่งเลือด แต่กลับไม่สามารถทะลวงขั้นได้อย่างยอดเยี่ยม เจ้าว่าใช่หรือไม่”

“เจ้า!”

เมื่อเห็นชายวัยกลางคนผู้นั้นเถียงสู้เซียวหรานไม่ได้ จึงหยุดลงอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง เขาสะบัดแขนเสื้อและกลับไปที่ห้องของตน

หากมีเวลาเช่นนี้ ไม่สู้เอาไปฝึกฝนตนเองให้ดี!

เมื่อคนอื่นๆ เห็นสิ่งนี้ต่างไม่ได้พูดอะไรอีก

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาค่อนข้างเกรงกลัวเซียวหราน

ฉู่หลิวเยว่ยิ้มให้เซียวหรานและพูดขึ้น

“ขอบคุณผู้อาวุโสเซียวหราน”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์