………………..
เซียวหรานเกาหัวไปมา
“สาวน้อยผู้นี้ช่าง…ดื้อรั้นเสียจริง แต่ช่างเถอะ เรียกตามที่เจ้าว่าแล้วกัน อย่างไรก็เป็นแค่ชื่อเรียกเท่านั้น”
มุมปากของฉู่หลิวเยว่ปรากฏรอยยิ้มลึกขึ้น
แม้ว่าเซียวหรานคนนี้จะดูเกียจคร้านเฉื่อยชา แต่เขาก็เป็นคนดี
หลังจากที่ผู้ติดตามของพวกเขามาถึงตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ เหตุเพราะพวกเขาไม่มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ จึงถูกเลือกปฏิบัติมาโดยตลอด
มีเพียงเซียวหรานเท่านั้นที่ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเท่าเทียม
แต่ครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายออกหน้าช่วยเหลือ ฉู่หลิวเยว่จึงรู้สึกขอบคุณเขาด้วยใจจริง
“คำพูดเหล่านั้นที่พวกเขาพูดออกมาเมื่อครู่ เจ้าไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”
เซียวหรานกอดอกและยกคางขึ้นอย่างเกียจคร้าน
“ช่วงหลายแสนปีในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์นี้ ไม่รู้ว่ามีผู้ฝึกฝนเข้ามามากมายเพียงใด สุดท้ายผู้ที่บรรลุค่ายกลได้ทั้งหมด เดินบนเส้นทางแห่งดวงดาวจนเข้าสู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์ก็มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แม้ว่าพวกเขาจะมีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ แต่เมื่อเทียบกับเจ้าแล้ว อาจจะไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่ากัน บางคนหายไปก่อนที่เข้าใจมันไม่จบแม้แต่ครึ่งเดียวด้วยซ้ำ สิ่งนี้ไม่เห็นมีสิ่งใดน่าทึ่งเลย!”
ฉู่หลิวเยว่ “…”
“แม้พวกเจ้าจะไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ตลอด ก็ถือโอกาสนี้ศึกษาค่ายกลเหล่านี้ให้มาก เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตนเอง เช่นนี้ก็ไม่เลวเลยทีเดียว”
ดังที่เซียวหรันพูด จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างได้และมองฉู่หลิวเยว่อยู่ครู่หนึ่ง
“เฮ้…ข้ายังไม่ได้ถามว่าเจ้าเป็นปรมาจารย์แล้วหรือ”
จริงหรือ?
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
“ใช่เจ้าค่ะ”
ตอนนี้นับว่านางเป็นปรมาจารย์ค่ายกลระดับมหาราชา แต่หลังจากบรรลุค่ายกลกระสวยสวรรค์เมื่อไม่นานมานี้ นางก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าความแข็งแกร่งของนางเพิ่มสูงขึ้น
แต่ยังไม่ได้ทดลองเป็นการเฉพาะ
“ปรมาจารย์ค่ายกลระดับมหาราชา”
“ปรมาจารย์ค่ายกลระดับมหาราชา?”
ครั้งนี้ถึงคราวที่เซียวหรานประหลาดใจแทน
เขากวาดตามองฉู่หลิวเยว่ไปมาอยู่หลายครั้งด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
“ข้าจำได้ว่า เจ้าอายุเพียงสิบแปดปีไม่ใช่หรือ ก็เป็นปรมาจารย์ค่ายกลระดับมหาราชาแล้วหรือ เจ้าไม่ใช่เทพศักดิ์สิทธิ์หรอกหรือ!”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าด้วยความประหลาดใจ
“เช่นนั้นผู้อาวุโสเซียวหรานมีปัญหาอันใดอย่างนั้นหรือ”
แน่นอนว่ามีปัญหา!
ปัญหาเริ่มใหญ่ขึ้นเสียแล้ว!
สามารถทะลวงขั้นเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ด้วยอายุเพียงเท่านี้ได้คงมีแค่หนึ่งในล้านเท่านั้นที่ทำได้กระมัง คิดไม่ถึงว่าการฝึกฝนบนค่ายกลจะโดดเด่นเกิดคาดเช่นนี้
นี่เป็นเพียงการพิสูจน์ว่าความสามารถของนางทั้งสองด้านนี้น่าทึ่งอย่างมาก!
เซียวหรานเริ่มสนใจนางขึ้นมาในทันที
“ดูไม่ออก สาวน้อยมีพู่กันสองอันจริงๆ เช่นนั้นเจ้าก็ไปลองศึกษาค่ายกลบนเส้นทางแห่งดวงดาวนั้นได้ หากจำนวนที่บรรลุมีมากพอหรือระดับที่สูงพอ ถวนซิ่นจื่อของเจ้าก็จะมีการตอบสนองเหมือนกันทั้งหมด หากเจ้ายืดเวลาที่จะอยู่ที่นี่ต่อ ด้วยวิธีนี้เจ้าก็มีโอกาสเพิ่มความแข็งแกร่งได้มากยิ่งขึ้น เช่นนี้ก็ดีไม่ใช่หรือ”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
“ขอบคุณผู้อาวุโสเซียวหรานที่ชี้แนะ ข้าน้อยก็คิดเช่นนี้”
หลังจากชะงักไปชั่วครู่ นางจึงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
“ใช่แล้ว! เสินสื่อสำดับที่เจ็ดก็คือหนึ่งในนั้น ผู้ที่พาเจ้าเข้ามาท่านนั้นล่ะ”
จิ้นอวิ๋นไหล?
ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดไปชั่วขณะ
ไม่แปลกใจเมื่อพูดถึงเส้นทางแห่งดวงดาว น้ำเสียงของจิ้นอวิ๋นไหลถึงได้ดูภูมิใจเช่นนั้น
แท้จริงแล้วทุกคนล้วนมีต้นทุนที่น่าภาคภูมิใจอยู่!
นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจลองดู
สิ่งนี้จึงเป็นวิธีเดียวที่จะเข้าสู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างเปิดเผย!
นางขอบคุณเซียวหรานอีกครั้งพลางหันกลับไปยังเส้นทางแห่งดวงดาว
เซียวหรานถามขึ้น
“เฮ้ เจ้าจะไปแล้วหรือ”
ฉู่หลิวเยว่ชะงักฝึกเท้าชั่วครู่
“ใช่เจ้าค่ะ”
แม้ว่านางจะรอได้ แต่พี่เป่าและคนอื่นๆ มิอาจจะรอได้
เมื่อเห็นนางมีท่าทีร้อนรน เซียวหรานจึงคิดว่านางยังคงกังวลว่าตัวอักษรที่อยู่บนถวนซิ่นจื่อจะหายไป และถูกขับไล่ออกจากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ เขาจึงพูดขึ้น
“ไปเถอะ ไปเถอะ! คนหนุ่มสาวเรียนรู้ให้มากขึ้นเป็นเรื่องที่ดี หากมีสิ่งใดที่ไม่เข้าใจ ก็มาถามข้าได้โดยตรง”
ฉู่หลิวเยว่แปลกใจเล็กน้อยพลางพูดขึ้น



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...