………………..
หากจะบรรลุค่ายกลปรมาจารย์ระดับมหาราชา เห็นได้ชัดว่าต้องใช้พลังและเวลาที่มากกว่าเดิม
ระดับความเร็วของฉู่หลิวเยว่ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงความคิดของนางเองเท่านั้น
ในสายตาของทุกคนที่อยู่รอบๆ ระดับความเร็วในตอนนี้ของนางนับว่าผิดปกติแล้ว
สายตาพวกเขาที่มองนางตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการดูถูกเหยียดหยาม และค่อยๆ ซับซ้อนมากขึ้น
เป็นความจริงที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้เห็นผู้ที่มีความสามารถที่โดดเด่นเช่นนี้มาเป็นเวลานานแล้ว
แต่ถึงกระนั้นนางก็ไม่มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์
สิ่งนี้ยังบอกได้ว่า ไม่ว่าความสามารถของนางจะโดดเด่นสักเพียงใดในเวลานี้ แต่สุดท้ายจุดจบก็ถูกกำหนดไว้แล้ว
ด้านหนึ่งทุกคนอิจฉาความสามารถของนาง แต่ในทางกลับกันก็รู้สึกเสียดายสายเลือดของนาง
แน่นอนว่าในที่แห่งนี้ คนที่โชคดีที่สุด คือ คนที่ครอบครองได้มากที่สุด
แต่ไม่ว่าพวกเขาจะคิดอย่างไร ฉู่หลิวเยว่กลับไม่สนใจแต่อย่างใด
ตอนนี้นางมีความคิดเดียวเท่านั้น…เดินบนเส้นทางแห่งดวงดาวจนสำเร็จ และเข้าสู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!
ปัง!
ค่ายกลปรากฏขึ้นมาตรงหน้านางอย่างรวดเร็ว และประกายไฟสีเงินก็ค่อยๆ ส่องสว่างเหนือศีรษะของนาง
จากนั้นนางจึงก้าวไปข้างหน้าต่อไป
เซียวหรานที่อยู่ด้านข้างมองดูอยู่พักหนึ่งจนในที่สุดก็ทนไม่ไหว เขาลูบคางและเอ่ยถามขึ้น
“สาวน้อย ค่ายกลวายุอัสนีเมื่อครู่นี้ เหตุใดเจ้าถึงเข้าใจมันได้รวดเร็วเช่นนี้”
ฉู่หลิวเยว่ ไม่หันกลับไป ดวงตาของนางยังคงจ้องมองค่ายกลที่ใต้เท้าของนางและพูดขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา
“เพราะข้าเคยเห็นมันมาก่อน”
บางอย่างก็ง่ายดาย แต่บางอย่างกลับซับซ้อนกว่ากันมาก
สำหรับปรมาจารย์ค่ายกลระดับมหาราชาที่เหมือนกัน การบรรลุขั้นทั้งสองแบบของค่ายกลที่ไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้เวลาที่เสียไปจึงมีความต่างกันอย่างมาก
เช่นเดียวกับค่ายกลวายุอัสนี ในค่ายกลระดับเดียวกันทั้งหมด ถือว่าเป็นค่ายกลที่ซับซ้อนที่สุด
อย่างไรก็ตามฉู่หลิวเยว่มองดูมันเพียงช่วงสั้นๆ และแสดงมันออกมาอีกครั้งได้สำเร็จ!
ต้องรู้ว่าแม้แต่เขาในตอนแรกยังต้องใช้เวลากว่าครึ่งเดือน เพื่อทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งได้ทั้งหมด
หลายคนอิจฉาเขาอยู่ตลอดสำหรับเรื่องนี้
แต่เมื่อเทียบกับฉู่หลิวเยว่ในเวลานี้…
แม้ว่านางจะบอกว่าตนเองเคยเห็นมันมาก่อน แต่เซียวหรานก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิดในใจขึ้น
“ก่อนหน้าที่ถามเจ้าแล้วเจ้าก็บอกว่าเจ้าเคยเห็น ตอนนี้เจ้าก็ยังบอกว่าเจ้าเคยเห็น เหตุใดถึงบังเอิญขนาดนั้น ค่ายกลเหล่านี้เจ้าเคยเห็นทั้งหมดแล้วหรือ”
ปีนี้นางอายุเท่าไร
แม้ว่าจะเริ่มฝึกฝนค่ายกลตั้งแต่อยู่อยู่ในครรภ์ แต่ก็ไม่สามารถพบเจอมันได้อย่างกว้างขวางเช่นนี้ไม่ใช่หรือ
ค่ายกลมากมายบนเส้นทางแห่งดวงดาวนี้ ล้วนมีเพียงเฉพาะที่แห่งนี้เท่านั้น!
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปชั่วครู่ ดูเหมือนกำลังพิจารณาคำพูดนั้นอยู่
“คือว่า…อันที่จริงที่ข้าบรรลุค่ายกลปรมาจารย์ระดับมหาราชานั้นไม่ได้มากนัก แต่มีค่ายกลไม่น้อยที่เหมือนกันกับที่นี่ คาดว่า…จริงๆ แล้วคงเป็นเรื่องบังเอิญกระมัง?”
คำพูดเช่นนี้ตัวนางเองไม่มีทางเชื่อ
ทว่านางยังพูดอย่างจริงจัง ด้วยใบหน้าที่ดูจริงใจขึ้นว่า
“ท่านอาจไม่รู้ว่า ข้าเป็นคนที่ค่อนข้างโชคดี”
เซียวหราน “…”
ทุกคน “…”
เซียวหรานมองนางอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่สามารถบอกอะไรจากใบหน้าของนางได้ ดังนั้นเขาจึงต้องยอมแพ้ไป
…
ทางด้านนี้น้องแปดและหัวซวงซวงต่างมุ่งหน้าตรงไปที่ยอดเขาโอสถ
กล่าวกันว่ายอดเขาโอสถ แท้จริงแล้วเป็นเทือกเขาที่ทอดยาวสลับซับซ้อน
ภูเขาฉงอันสูงชัน มียอดเขาแปลกประหลาดตั้งตระหง่าน
ก่อนที่จะไปถึงก็ได้กลิ่นหอมของยาที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศเสียแล้ว
ทันใดนั้นดวงตาของน้องแปดก็เปล่งประกายขึ้น
“พี่รอง ที่แห่งนี้มีของดีๆ มากมายจริงๆ!”
หัวชวงซวงมองดูสีหน้าท่าทางที่ตื่นเต้นของนางจึงหัวเราะชอบใจ

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...