………………..
หัวซวงซวงตกตะลึง จากนั้นจึงก็เข้าใจว่าความเย่อหยิ่งที่สูงส่งของอีกฝ่ายมาจากที่ใด
จิ้นอวิ๋นไหลเสินสื่อสำดับที่เจ็ดนั้นเป็นคนเย่อหยิ่งยิ่งกว่าคนผู้นี้เสียอีก
เขาพูดด้วยรอยยิ้ม
“ที่แท้คือเสินสื่อสำดับที่แปด โปรดอภัย อันที่จริงครั้งนี้พวกเราไม่ตั้งใจจะล่วงเกินท่าน ทว่าพวกเราพึ่งมาที่นี่ ยังไม่ค่อยเข้าใจกฎระเบียบมากนัก หากล่วงเกินอันใดไป ก็ขอให้ท่านโปรดอภัยด้วย”
เดิมทีเขาเป็นคนสูงใหญ่และรูปงาม ในขณะเดียวกันท่าทีของเขาก็จริงใจอย่างมาก ยิ่งทำให้เข้าค่อนข้างน่าสนใจมากขึ้น
ท่าทีของชูจิ้งอ่อนลงเล็กน้อยและพูดเสียงเรียบขึ้น
“ยิ่งเพิ่งมาที่นี่ ยิ่งไม่เข้าใจ ก็ยิ่งต้องมีความเคารพและเกรงกลัว ที่นี่คือตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ และไม่ใช่สถานที่ที่จะมาสร้างความวุ่นวายอันใดตามใจได้ พวกเจ้าไม่มีตราสัญลักษณ์แห่งสายเลือด ยิ่งต้องใส่ใจให้มากขึ้น”
“สิ่งที่เสินสื่อสำดับที่แปดพูดไปทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริง” หัวซวงซวงรีบตอบรับในทันที
ชูจิ้งจึงพูดต่อ
“หากพวกเจ้าคิดจะใช้วัตถุดิบวิเศษในที่แห่งนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้ ยาอายุวัฒนะระดับมหาปรมาจารย์โอสถ สามารถแลกเปลี่ยนเป็นโอกาสหนึ่งครั้งได้”
ท่าทีของหัวซวงซวงและน้องแปดเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ยาอายุวัฒนะในระดับนี้หายากยิ่งนัก แม้แต่น้องแปดก็ยังไม่มี
และหากแม้ว่ามีการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ก็ไม่คุ้มค่าจริงๆ
น้องแปดโกรธจนฝืนยิ้มออกมา ริมฝีปากแดงยิ้มขึ้นเป็นเส้นโค้งที่งดงาม ดวงตาคู่งามกระจ่างใสไร้ขอบเขต
“ขอบคุณสำหรับ ‘ความปรารถนาดี’ ของเสินสื่อ แต่ข้าขอไม่รับไว้ดีกว่า ในเวลาเช่นนี้ที่ข้าน้อยไปทำอะไรไม่ดี เหตุใดจะต้องเปลืองแรงทำเรื่องลำบากเช่นนี้เล่า? พี่รอง ไปเถอะ กลับไปเอาที่ซานซานก็เหมือนกัน”
ชูจิ้งแค่คิดว่านางปากแข็ง และพูดอย่างไม่เห็นด้วยขึ้นว่า
“ถ้าไม่มีความสามารถเช่นนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องยึดมั่น ยอดเขาโอสถนี้ก็ไม่ขาดสิ่งใดเพียงแค่พวกเจ้าสองคน”
น้องแปดก้มลงมองเล็บที่จัดการอย่างตั้งใจและพูดขึ้นอย่างเกียจคร้าน
“อย่างไรก็ตามพวกเราก็จะเดินอยู่ที่นี่สักระยะแล้วค่อยไป ถือเป็นการมาท่องเที่ยวก็แล้วกัน ส่วนใต้เท้าเสินสื่อ…ท่านควรพักผ่อนให้มาก โกรธให้น้อยลง นายท่านของพวกเราพูดว่า ผู้หญิงที่โกรธบ่อยๆ มักจะแก่เร็ว”
“เจ้า!”
ชูจิ้งโมโหขึ้นทันที
“แต่น้องแปดยังคงยิ้มอย่างสดใส นางบิดเอวและดึงหัวชวงชวงออกไปอย่างสบายใจ”
กระโปรงแต่งแต้มด้วยสีสันสดใสอันงดงามพลิ้วไหวไปตามสายลม ลูกปัดหยกที่ถักด้วยเชือกสีสันสวยงามผูกที่ข้อมือและข้อเท้าส่งเสียงก้องกังวาล
รูปรางเพรียวเผยให้เห็นผิวขาวละเอียดขณะที่นางเดิน จนสะดุดตาและเย้ายวนเป็นพิเศษ
มีผู้คนที่เฝ้าดูมากมายอยู่รอบๆ ซึ่งแต่เดิมตั้งใจจะดูเรื่องตลก แต่ในเวลานี้กลับกลับจ้องมองกันอย่างไม่วางตา
น้องแปดเหมือนดังสวรรค์สร้างมา เพียงส่งสายตาหรือดีดนิ้วเบาๆ ก็สามารถดึงดูดให้คนจำนวนมากหลงใหลจนเสียสติได้
เธอมีลมปราณที่เย้ายวนจนไม่สามารถบรรยายได้ เหมือนกับสิ่งล่อใจจนทำให้ถึงแก่ชีวิตและยังเหมือนภาพวาดที่งดงามเด่นชัด ที่ดึงดูดสายตาของผู้คนได้อย่างง่ายดายและฝังลึกในความทรงจำจนไม่อาจลบเลือนได้
ทันใดนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งพุ่งไปข้างหน้าและห้ามน้องแปดและหัวซวงซวงเอาไว้
สายตาที่เขามองน้องแปดเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นอย่างมิอาจปิดบังได้
“หญิงสาวผู้นี้ ข้าน้อยเหลียงเหอ ขอถามชื่อแซ่แม่นางได้หรือไม่”
น้องแปดหรี่ตาลงพลางจ้องมองเขาครู่หนึ่ง
“ทำอันใดหน่ะ?”
เสียงของนางอ่อนโยนและนุ่มนวล แต่ตอนนี้กลับเกียจคร้านลงเล็กน้อย
ตอนที่หัวซวงซวงได้ยินเข้า ก็รู้ดีว่านางพยายามอดทนเก็บอารมณ์โกรธเอาไว้
น่าเสียดายที่ผู้ชายฝั่งตรงข้ามไม่รู้และยังเข้าใจผิดว่าแม่นางกำลังออดอ้อนอยู่ ทำให้เขารู้สึกอ่อนระทวยไปครึ่งตัวทันที
เขาจึงรีบพูดขึ้น
คำพูดนี้ฟังดูปลอมเกินไปจริงๆ
ผลวิญญาณสวรรค์ของสิ่งนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนมีมากเกินไปได้
เห็นได้ชัดว่าเขาแค่อยากทำให้น้องแปดพึงพอใจ
น้องแปดอ้าปากหาว
กลอุบายเช่นนี้นางเห็นมามากนัก และรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างมากจริงๆ
หากตอนที่นางอารมณ์ดี อาจจะสนุกกับการพูดคุยกับคนอื่นมากขึ้น
แต่ตอนนี้นางอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก และนางก็แทบจะระงับความโกรธไม่ไหวอีกแล้ว
ดังนั้นนางจึงคร้านที่จะคุยกับฝ่ายตรงข้าม

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...