………………..
ฉู่หลิวเยว่ดึงสติกลับมาอีกครั้ง มุมปากบางยุโค้งขึ้นยิ้มรับ
“ไม่มีเจ้าค่ะ เพียงแต่นามนี้ช่าง…คุ้นหูยิ่งนัก เหมือนเคยได้ยินมาก่อนรำไร”
เซียวหนานไม่ได้ใส่ใจนัก
“อย่างใดเสียร้านแบบนี้ ก็ใช้ชื่อจำเจถมเถไป”
ฉู่หลิวเยว่คิดตาม และเห็นด้วย
น่าจะแค่บังเอิญกระมัง…
“ท่านบอกว่าที่นั่น นอกจากจะมีสมุนไพรขายแล้ว ยังขายสมบัติด้วยหรือ?”
“ใช่แล้ว! พวกเจ้าเพิ่งมา อาจจะยังไม่รู้ ผู้ฝึกตนมากมายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ล้วนเป็นคู่ค้าลับๆ กับร้านเจินเป่าเก๋อกันทั้งนั้น อย่างเซียนหมอระดับสูงพวกนั้นที่สามารถนำสมุนไพรจำนวนหนึ่งจากเทือกเขาโอสถมาใช้ได้อย่างเสรี พวกเขาขายสมุนไพรเหล่านั้นให้ร้านเจินเป่าเก๋อ เรียกกำไรแบบขายส่งโดยเปลี่ยนมือผู้ค้า ด้วยวิธีนี้ ทำให้คนที่ไม่สะดวกขึ้นไปเอาสมุนไพรบนเทือกเขาโอสถ ได้รับสิ่งที่ต้องการตามประสงค์ แถมยังไม่เสียสุขภาพจิตด้วย”
ตัวอย่างเช่นฉู่หลิวเยว่ หากนางอยากเข้าไปในสวนสมุนไพรบนเทือกเขาโอสถ ก็จำต้องหายาอายุวัฒนะระดับสูงไปติดสินบนมหาปรมาจารย์โอสถ
ซึ่งต้องจ่ายด้วยราคาสูงและไม่คุ้มค่า
แต่ถ้าไปร้านเจินเป่าเก๋อ ก็จะได้สินค้าในราคาที่ย่อมเยา
โดยรวมแล้วถือเป็นเรื่องดีสำหรับทุกคน
ยกเว้นเสินสื่อลำดับแปด
“แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น…เสินสื่อลำดับแปดจะไม่โกรธเคืองหรือ?”
แค่พวกน้องแปดต้องการเก็บผลวิญญาณสวรรค์ ก็เจออีกฝ่ายคัดค้านเสียเต็มประดา
และการมีอยู่ของร้านเจินเป่าเก๋อ ถือเป็นการขัดผลประโยชน์ของอีกฝ่ายอย่างมาก
เช่นนี้แล้วเสินสื่อลำดับแปดจะยอมรับได้จริงหรือ?
“แน่นอนว่านางย่อมไม่เห็นด้วย แต่ถ้าตายก็ทำอันใดไม่ได้ นางควบคุมเทือกเขาโอสถได้ แต่ร้านเจินเป่าเก๋อแห่งนี้ นางมิหาญกล้าลงมือหรอก”
“หือ? เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?”
ฉู่หลิวเยว่ถามด้วยความสงสัย
ตำแหน่งเสินสื่อแห่งตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์นั้นสูงศักดิ์ยิ่งนัก ร้านเจินเป่าเก็อแห่งนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร ถึงต้องเกรงกลัวกันเช่นนี้?
“เรื่องนี้มันยากเกินจะอธิบาย แน่เพราะท่านผู้นั้นแห่งร้านเจินเป่าเก๋อ นางจึงไม่กล้ากวนใจเขา!”
ขณะกล่าวเช่นนั้น เซียวหร่านก็ยอดส่ายสายตามองไปรอบๆ ราวหวาดระแวง
“ความจริงแล้ว ไม่ค่อยมีใครในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ที่กล้าพูดถึงคนผู้นั้น วันนี้ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังเพียงเท่านี้ เจ้าจำไว้ให้ขึ้นใจก็พอแล้ว”
ปุจฉานานาคำที่เตรียมพุ่งออกมาจากปากของฉู่หลิวเยว่ จำต้องกลืนหายลงไปในลำคออีกครั้ง
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
“มีอันใดให้ขอบคุณกัน?”
เซียงหรานส่ายหัวเหนื่อยหน่าย สองแขนยกขึ้นประสานสองมือพาดไว้หลังศีรษะ แล้วสาวเท้าไปข้างหน้าสองก้าว ก่อนจะหันกลับมามองพลันกล่าวว่า
“จริงสิ ข้าเห็นทักษะด้านปรมาจารย์ของเจ้าไม่เลวเลย ไม่เข้าใจตรงไหน ก็มาถามข้าได้ ตอนนี้ข้าเบื่อหน่ายยิ่งนัก”
ฉู่หลิวเยว่ได้ยินเขาพูดเช่นนี้หลายครั้งแล้ว ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“แน่นอนเจ้าค่ะ”
ร่างสูงโปร่งของเซียวหรานยืดตัวก้าวเท้าออกไปอย่างถือดี ฉูหลิวเยว่คิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดว่า
“ข้าจะลองไปร้านเจินเป่าเก๋อดูเสียหน่อย”
หัวซวงซวงตอบรับทันที
“นายท่าน ข้าจะไปกับท่านด้วย”
“ข้าด้วย!”
ในที่สุดน้องแปดก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้นอน นางอ้าปากหาวพลางเดินไปหาอีกฝ่ายอย่างเกียจคร้าน
“น้องแปด ง่วงขนาดนี้เจ้าไม่ต้องไปหรอกกระมัง?”
“ต้องไปด้วย ข้าไม่…”
ข้าไม่มีสมุนไพรเหลือแล้ว
หลังจากหลุดปากออกไปสองสามคำ น้องแปดก็รีบปิดปากฉับในทันใด
“ข้าเบื่อนั่งๆ นอนๆ อยู่ที่นี่แล้ว ให้ข้าออกไปเดินเล่นกับนายท่านดีกว่า”
นางกล่าวระรัวพลางกอดแขนฉู่หลิวเยว่แน่น หัวทุยเอนเอียงซบไหล่นายของตนอย่างออดอ้อน
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้ารับคำ
“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
…
อาณาเขตของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์นั้นกว้างใหญ่ไพศาล ภายในรายล้อมไปด้วยเรือนจวนและร้านรวงมากมาย
และดีร้านเจินเป่าเก๋อนั้นตั้งอยู่บนทำเลที่ยอดเยี่ยม ทำให้พวกเขาหาร้านเจอได้ในเวลาอันสั้น
บนถนนสายนี้ ผู้คนมากมายต่างเดินไปยังทิศทางเดียวกับพวกเขา
และเมื่อมาถึงสนามที่ดังกล่าว พวกเขาจึงยืนยันได้ว่าคนเหล่านี้ ล้วนมุ่งหน้ามายังร้านเจินเป่าเก๋อแห่งนี้


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...