“ใช่แล้ว ข่าวไปถึงแม่นางมู่เร็วจริงเชียว ผู้ดูแลรองเพิ่งกลับมาเดี๋ยวเดียว ท่านก็ทราบข่าวแล้ว”
มู่หยาเฟิงยิ้มรับอย่างอ่อนโยน
“ผู้ดูแลรองจากไปตั้งหลายปี ใจข้าก็เฝ้ารอทุกวี่วัน ไม่ทราบว่ายามนี้ผู้ดูแลรองอยู่ข้างบนหรือไม่? ข้ามีเรื่องอยากจะปรึกษาเขา”
หมิงซูตอบอย่างเร็ว
“อยู่สิ แม่นางมู่รอประเดี๋ยว ข้าจะขึ้นไปแจ้งให้เขาทราบว่าท่านต้องการพบ”
“ลำบากใต้เท้าหมิงแล้ว”
“เรื่องเล็กน้อย มิได้ลำบากกระไร”
เมื่อหมิงซูพูดจบ เขาก็เดินขึ้นไปชั้นบน
ร้านเจินเป่าเก๋อทั้งร้านอยู่ภายใต้การดูแลของเขา เขาจึงมิได้วิตกกังวลหากจะหายตัวไปจากหน้าร้านสักพัก
ทว่าหลังจากหมิงซูเดินขึ้นไปข้างบน ผู้คนในร้านพลันทำหน้าตาตื่นตกใจ และกระซิบกระซาบกันอย่างออกอรรถรส
“ผู้ดูแลรองกลับมาแล้วหรือ? ตั้งแต่เมื่อใดกัน? เหตุใดข้าไม่เห็นได้ข่าวเลย?”
“เหมือนว่าจะสองสามวันก่อนกระมัง…หลักๆ พวกข้าเองก็ไม่รู้ แต่เห็นว่ามีวงไหนเล่าต่อๆ กันมา แต่หลังจากกลับมาแล้ว ยังไม่เห็นว่าผู้ดูแลรองจะโผล่หน้าออกมาเลยสักครา”
“ครั้งนี้เขาหายไปนานเลยมิใช่รึ? ไม่รู้เกิดอันใดขึ้นบ้าง บางคนเดาว่าเขาออกจากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์…”
“ชู่! เรื่องแบบนี้จะมาพูดมั่วๆ ไม่ได้ อีกอย่างนั่นไม่สำคัญเสียหน่อย ประเด็นสำคัญก็คือ ผู้ดูแลรองกลับมาแล้ว เช่นนั้นร้านเจินเป่าเก๋อ ก็น่าจะเปิดทำการได้หมดทุกสาขาแล้วสิ? ตั้งแต่เขาจากไป ก็เหลือเพียงร้านเจินเป่าเก๋อสองสาขาเล็กที่เปิดอยู่ วัตถุดิบหลายชนิดก็เริ่มหาได้ยาก”
“ก็จริงของเจ้า แต่ต้องบอกว่า แม่นางมู่หยาเฟิงเองก็ใจกล้าไม่เบา เพียงเข้าร้านมาก็ขอพบหน้าผู้ดูแลรองแล้วหากเป็นข้า คงไม่กล้าเพียงนั้นหรอก เหอะ!”
”อย่างไรเสียก็เป็นคนที่มีโอกาสก้าวข้ามผ่านเส้นทางดวงดาวได้มากที่สุด แถมยังถูกพวกของเสินสื่ออันดับเจ็ดยกย่องเยินยอสารพัด ย่อมแตกต่างจากเราเราอยู่แล้ว”
…
มู่หยาเฟิงยืนอยู่ตรงนั้น แผ่นหลังบางเหยียดตรง สองมือวางซ้อมทับไว้ตรงหน้าท้อง รอคอยอย่างสุภาพ ดวงหน้างามสงบนิ่ง
นางเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากงามระบายยิ้มในบัดดล
“ใต้เท้าหมิง ยามนี้ข้าขึ้นไปได้หรือยัง?”
ทว่าท่าทีของหมิงซูกลับดูกระอักกระอ่วนกว่าเมื่อครู่
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธไป
“แม่นางมู่เอย วันนี้ผู้ดูแลรองไม่ค่อยสบาย ไม่พร้อมแขกคนใด หากท่านมีกิจอันใด ก็ฝากข้าไปบอกเขาได้”
สิ้นประโยคนี้ ทั่งทั้งโถงชั้นหนึ่งพลันเงียบกริบ
รอยยิ้มบนใบหน้าของมู่หยาเฟิงแข็งค้าง
“ใต้เท้าหมิง นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”
หมิงซูเองก็ลำบากใจ แต่ไม่กล้าขัดคำสั่งของผู้ดูแลรอง
“ช่วงนี้ผู้ดูแลรองทำงานหนักมาก โปรดอภัยในความไม่สะดวกเถิด”
เช่นนี้ก็แน่นอนแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ยอมให้นางขึ้นไป
มู่หยาเฟิงขบเม้มริมฝีปากแน่น
เมื่อก่อนนางเคยมาที่นี่ ผู้ดูแลรองไม่เคยปฏิเสธนางเลย
ไม่ค่อยสบายหรือ…มันก็แค่ข้ออ้าง ที่เขาไม่อยากพบนางก็เท่านั้น
แต่เหมือนว่านางจะไม่ได้ทำให้คนผู้นั้นขุ่นเคืองหรอกใช่หรือไม่?
มู่หยาเฟิงพร้ำคิดไม่ตก แต่ยังไม่อาจปักใจได้ จึงทำเพียงสงบความคิดฟุ้งซ่านเหล่านั้นไว้ชั่วคราว
“ความจริงแล้วที่ข้ามาวันนี้ เพราะคิดว่าไม่ได้เจอผู้ดูแลรองมาหลายปี เลยกะจะมาเยี่ยมเยียนเสียหน่อย อนิจจา กลายเป็นว่ายามนี้ผู้ดูแลรองไม่สะดวก เช่นนั้น…ก็ช่างมันเถิด”
หมิงซูลอบถอนหายใจโล่งอก รอยยิ้มกว้างระบายบนใบหน้ายามรับแขก
“ขอบคุณแม่นางมู่ที่เข้าใจหนา เช่นนั้นโปรดชมสินค้ารอบร้านเราตามอัธยาศัย หากประสงค์ต้องสิ่งใด ก็ให้บอกข้าผู้นี้”
หมิงซูตอบหลับ
“สิ่งนี้หรือ? ยังอยู่สิ”
‘ภาพทมิฬสิ้นอัคคี’ ถูกแบ่งออกเป็นสองม้วน ภายในประกอบด้วยค่ายกลระดับยอดปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ไว้มากมาย และบ่งบอกรายละเอียดวิธีการใช้ไว้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งถือเป็นประโยชน์แก่ผู้ฝึกตนด้านปรมาจารย์อย่างยิ่ง
เมื่อเทียบกันแล้ว ม้วนแรกจะง่ายกว่า และม้วนสองจะค่อนข้างยากกว่า
หมิงซูยืนลูบมือตัวเองไปมา ราวนึกคิดหาคำแก้ตัว
“เพียงแต่ว่า…ภาพม้วนนี้ คงขายให้ท่านไม่ได้แล้ว”
มู่หยาเฟิงตกตะลึง
หมิงซูเองก็ชะงักไปนิด แล้วรีบอธิบาย
“ผู้ดูแลรองสั่งไว้ว่า…ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทางร้านจะเปิดเพียงชั้นหนึ่ง ส่วนชั้นสองและชั้นสาม จะทำการปิดขายสิ้นค้าชั่วคราว สิ้นค้าภายในเองก็ถูกระงับการซื้อขาย รวมทั้ง ‘ภาพทมิฬสิ้นอัคคี’ ที่อยู่ในชั้นสองเองก็ด้วย ฉะนั้นท่านคงต้องกลับไปมือเปล่าเสียแล้ว”
แต่ไหนแต่ไหน มู่หยาเฟิงไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้เลยสักครั้ง
นอกจากไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปชั้นสองแล้ว ยังไม่คิดจะขายสิ้นค้าบนนั้นอีก?
สีหน้าของนางอึมครึมลงทันตา
“ใต้เท้าหมิง ในเมื่อร้านเจินเป่าเก๋อเปิดทำการแล้ว แต่กลับปฏิบัติกับลูกค้าเช่นนี้ ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมกระมัง?”
แม้คนรอบข้างจะไม่ได้เอ่ยปาก แต่สีหน้าของพวกเขาก็บ่งบอกได้ว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่มู่หยาเฟิงพูดทุกประการ
ถึงชั้นหนึ่งจะมีสิ้นค้ามากมาย แต่ทุกคนรู้ว่าชั้นสองและชั้นสาม ย่อมมีของที่ดีกว่า
แต่วันนี้กลับไม่ยอมให้พวกเขาขึ้นไป แม้แต่ของก็ไม่ขาย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
มุมปากของหมิงซูกระตุกยิกๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่ามิยอมให้โต้เถียง
“แม่นางมู่ ร้านเจินเป่าเก๋อของข้าจะเปิดทำการเช่นไร ดูเหมือนจะไม่ใช่ธุระกงการอันใดของเจ้า”
“แต่พี่สาวหยาเฟิงก็ไม่ได้พูดผิดหนิ? มีที่ไหนเปิดร้านแล้วไม่ขายของ? คิดว่าพวกข้าไม่มีปัญญาซื้อหรือไร!”
เด็กสาวที่อยู่ข้างกายมู่หยาเฟิงตวาดลั่นด้วยความหงุดหงิด
หมิงซูหน้าบึ้งตึงทันพลัน มือข้างหนึ่งไพล่หลัง แล้วกล่าวเสียงเข้ม
“นี่คือประกาศของเถ้าแก่ใหญ่”
มู่หยาเฟิงชะงักข้าง อายเย็นแพร่กระจายจากสองเท้าขึ้นจรดศีรษะราววิญญาณหลุดออกจากร่างก็มิปาน
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...