เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2212

………………..

นับตั้งแต่ประสบกับเหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นในทะเลทรายจันทราสีชาด ฉู่หลิวเยว่ก็ยิ่งระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะเรื่องที่ถวนจื่อพูดเองเช่นนี้

อี้เจาหายตัวไปและอาจติดอยู่ในสระอัสนีบาตแห่งนี้ ไม่สามารถหาทางออกมาได้

และเผ่าหงส์ทองคำทั้งเผ่าก็จะถูกบีบให้สิ้นอำนาจอีกครา

ฉู่หลิวเยว่ก็เชื่อว่าอี้เจาจักต้องเจ็บปวดเป็นแน่

เขาดิ้นรนทำทุกอย่างมากมายเพียงนี้ เพื่อไม่ให้สมาชิกในเผ่าทุกตนต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดเหล่านั้น

ซึ่งหนึ่งในสมาชิกเหล่านั้น ก็รวมถึงถวนจื่อด้วย

ภาพตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ที่เด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหลัง ทำให้ฉู่หลิวเยว่ไม่กล้ารับประกัน ว่าต่อจากนี้จะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นหรือไม่

แต่นางไม่กล้าปล่อยให้ถวนจื่อเข้าไปในสระอัสนีบาตเพียงลำพังหรอก

นางจะต้องไปด้วย!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ นางก็เลิกลังเลแล้วสาวเท้าไปข้างหน้าโดยตรง จากนั้น…

เพียงเท้าข้างหนึ่งจมลงในสระ!

ครืน!

ทัณฑ์สวรรค์บนท้องฟ้าด้านบนพลันเคลื่อนตัวรวมกัน เสียงลมกระโชกหวีดร้องเสียดหู ทัณฑ์สวรรค์เหล่านั้นพุ่งมาตลิ่งฝั่งนี้ด้วยความเร็วสูง!

ฝูงชนที่เดิมทีหันมองนางเป็นพักๆ พลันเบิกตากว้าง เมื่อเห็นร่างของนางก้าวเข้าไปอยู่ในสระอัสนีบาต พวกเขาอึ้งพูดไม่ออกกันพักใหญ่

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ก็เริ่มมีแซ่เสียงวิจารณ์ดังขึ้นจากรอบด้าน

“นั่นคือซั่งกวนเยว่หรือ? นางลงไปในสระทั้งๆ แบบนั้นเลยหรือ? ใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว?”

“ได้ยินว่านางเป็นถึงผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ และมีร่างศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน ข้าเดาว่านางอาจต้านพลังของอัสนีบาตได้พักหนึ่ง…”

“เหอะ ใครจะรู้ว่านางคิดการใดอยู่ ก่อนหน้านี้ก็ยอมแพ้เรื่องถนนแห่งดวงดาวกลางคัน แล้วตอนนี้ยังมาที่สระอัสนีบาตรอีก บางทีนางอาจจะอยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ ให้ได้มากที่สุด ภายในเวลาอันน้อยนิดขณะอยู่ที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นได้ ครั้นยามจากไป จะได้ไม่เสียดายนักกระมัง?”

…

“ครืน”

ขาทั้งสองข้างของนางจมอยู่ในสระอัสนีบาต

ทัณฑ์สวรรค์หลายสายรวมตัวกันหมุนวนรอบตัวนาง และปกคลุมร่างกายส่วนใหญ่ของนางในไม่ช้า

อย่างใดเสีย อาจเป็นเพราะนางอยู่แถวๆ ขอบสระ พลังปราณภายในทัณฑ์สวรรค์เหล่านี้ ถึงมิได้สร้างความเสียหายต่อกายาของนาง

นางสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินไปข้างหน้า

…

ภายในห้อง เฉินอีกำลังเอนตัวพิงเก้าอี้

บนโต๊ะตรงหน้าเขามีขวดน้อยใหญ่หลายสิบใบตั้งอยู่

“อยู่ที่นี่แล้วหรือ?” เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำราวกระซิบ

ใต้ดวงตากลมโตของน้องแปดปรากฏรอยดำคล้ำ ก่อนจะล้มลงนอนบนเก้าอี้ยาวด้านข้างอย่างหมดแรง

“อยู่ที่นี่… กัน… หมดแล้ว…”

เฉินอียกมือขึ้นหยิบขวดหยกขึ้นมาหนึ่งขวดแล้วเปิดดู

กลิ่นหอมอันเข้มข้นของยา แพร่กระจายออกมาจากด้านใน

เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“ดีกว่าครั้งที่แล้วนะ”

เป็นเรื่องยากที่จะได้ยินคำชมจากเขา น้องแปดรีบเงยหน้าขึ้นมองด้วยความซาบซึ้ง

“จริงหรือ? ถ้าไม่คืบหน้า ข้าคงช้ำใจตายเพราะทำงานหนัก จนใต้ตาดำคล้ำเช่นนี้แน่ๆ”

เฉินอีผงกศีรษะสองที

“นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ข้าเองก็ตั้งใจทำมากเหมือนกัน!”

ช่วงนี้ความสามารถในการกลั่นโอสถของนางเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมาก

แม้แต่นางเองก็ยังอยากจะร้องไห้กับความพรากเพียรพยายามอันหนักหน่วงของตน

เฉินอีเลิกคิ้วนิดๆ

“อย่างเจ้าเคย ‘ตั้งใจ’ กับใครเขาด้วยรึ?”

น้องแปด “…”

“ถ้าเจ้าตั้งใจมากพอ ยามนี้คงไม่ต้องฝึกฝนสิ่งเหล่านี้หรอก”

เฉินอีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

มิใช่การวิพากษ์วิจารณ์ แต่เป็นการพูดเรื่องจริง

และยิ่งพูดก็ยิ่งกระตุ้นความรู้สึกของคนฟัง

น้องแปดถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาทันที

“พี่ใหญ่! ขนาดนี้ท่านก็ยังไม่พอใจอีกรึ!?”

นอกจากยาพวกนี้จะเป็นยาเม็ดระดับมหาปรมาจารย์โอสถทั้งหมดแล้ว ทว่าสิ่งสำคัญยิ่งกว่าก็คือ

นางมิได้กลั่นออกมาเพียงเม็ดสองเม็ด แต่เป็นเก้าสิบถึงร้อยเม็ดเลยด้วยซ้ำ!

ถ้าข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ใครต่อใครย่อมตกอกตกใจกันทั้งบาง!

แต่พี่ใหญ่ยังไม่พอใจอี?

ทันใดนั้น เฉินอีก็มองไปยังหัวซวงซวงที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ตอนนี้เหลียงเหอคือเซียนหมอระดับปรมาจารย์ ที่อายุน้อยที่สุดในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่?”

“ประตูสวรรค์ยังคงเปิดอยู่ บอกให้เขามาที่นี่ทันที”

น้องแปดกะพริบตาปริบๆ

“แต่ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้พลังของพี่สี่เป็นอย่างใด? ถ้าเขาข้ามสมุทร ข้ามสะพานนั่นมาไม่ได้ล่ะ?”

เฉินอีกล่าวอย่างใจเย็น

“เขาไม่ได้ไร้ความสามารถขนาดนั้น”

หัวซวงซวงกระแอมไอเบาๆ

น้องแปดหน้าบึ้งตึงทันควัน เหมือนโดนดูถูกเลย!

…

อันที่จริงสิ่งที่เฉินอีพูดมานั้นก็ถูก

ตั้งแต่ประตูสวรรค์เปิดออก ปะทุชนมากหน้าหลากตา ล้วนพยายามขึ้นมาด้านบนจริงๆ

แม้ว่าจะมีคนที่ทำสำเร็จอยู่เพียงไม่กี่คน แต่ทุกคนก็ยังเดินหน้าต่อไป และไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

ขอเพียงมีความหวัง ถึงจะน้อยนิด แต่ก็คุ้มค่าที่จะลอง

…

เมื่อเชียงหว่านโจวตื่นขึ้นมา ทั่วทั้งห้องมีเพียงความเงียบสงบ

เขาลุกขึ้นนั่งพลางนวดขมับเบาๆ รู้สึกมึนตึงราวกับหลับไปเนิ่นนาน

แต่โชคดีที่อาการปวดหัวหายไปแล้ว

ช่วงนี้เขามักจะรู้สึกปวดหัวได้ง่ายๆ แล้วก็ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

หลังจากมาถึงตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ความรู้สึกนี้ก็ชัดเจนมากขึ้น

เขาก้มศีรษะลงและมองไปยังเส้นถวนซินจื่อที่พันอยู่รอบเอว

เขาตั้งสตินึกคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินออกไปข้างนอก

เมื่อเดินมาถึงภายในลานบ้าน กลับพบเพียงเฉินอียืนอยู่คนเดียว

เขาแสดงความเคารพ ก่อนจะสาวเท้าไปยังประตูเรือน

“นั่นเจ้าจะไปไหน?”

จู่ๆ เฉินอีก็ถามขึ้น

เชียงหว่านโจวหันกลับไปมอง เส้นผมสีทองเส้นเล็กปกคลุมเรียวคิ้วอันงดงามแลละเอียดอ่อนของเขา จนมองไม่ค่อยเห็นดวงตาและความรู้สึกนึกคิดที่สะท้อนอยู่ภายใน

เขาเอ่ยตอบเบาๆ ทว่าลื่นไหลและชัดเจน

“ก็ต้องกลับไปตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์