………………..
เส้นสายสีเงินเกี่ยวพันกัน ราวกับมีแสงสีทองปรากฏขึ้นภายในส่วนลึกของความมืดมิด สว่างพร่างพราวราวจรัส!
นี่มันสระอัสนีบาตของจริง!
ทัณฑสวรรค์ที่ถังเค่อสั่งสมมาในตอนนั้น แทบเทียบกับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เลย หรืออาจจะเทียบไม่ติดเลยด้วยซ้ำ
เหนือสระอัสนีบาต กลุ่มเมฆดำรวมตัวกัน บดบังแสงสว่างราวคืนเดือนดับ
โลกาอันกว้างใหญ่สว่างครึ่งมืดครึ่งราวแบ่งเป็นสองส่วน ก่อเกิดความแตกต่างที่ชัดเจนสู่สายตา
แม้ว่ายามนี้นางจะอยู่ห่างจากสระสายอัสนีบาต แต่กลับรู้สึกได้ถึงความกดดันอันทรงพลัง ที่พลุ่งพล่านอยู่ข้างใน!
ทันใดนั้นดวงตาของนางก็หันจับจ้องมองบางอย่าง ชายคนหนึ่งพยายามเดินเข้าไปในสระอัสนีบาตทีละก้าว ร่างกายของเขาอาบด้วยแสงของทัณฑ์สวรรค์
รอบๆ ตัวเขาเต็มไปด้วยสายอัสนีบาตพันเกี่ยวราวกับงูสีเงิน
ไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่ากระบวนการนี้สร้างเจ็บปวดเพียงใด
แต่เขายังคงเดินเข้าไปด้านในอย่างต่อเนื่อง ยิ่งกอบโกยทัณฑ์สวรรค์ได้มากเท่าไร ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ฉู่หลิวเยว่ก็สังเกตเห็นว่าลมปราณบนกายเขา ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“นี่คือ… การหลอมพลังปราณภายในหรือ?”
นางพึมพำเบาๆ ราวไม่แน่ใจ
“นายท่านเยว่ ไยเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?”
ทันใดนั้นก็มีสุ้มเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น
ฉู่หลิวเยว่หันศีรษะไปมองทันที “ผู้อาวุโสซ่งชิง?”
แม้นางจะไม่ค่อยสนิทกับซ่งชิง แต่ก็ไม่ได้มีเรื่องขัดแย้งกันอย่างใด ดังนั้นฉู่หลิวเยว่จึงค่อนข้างสุภาพอ่อนน้อมกับเขา
ซ่งชิงยกมือขึ้นแล้วชี้ไปที่สระอัสนีบาตเบื้องหน้า
ฉู่หลิวเยว่ตกตะลึง
“ขัดเกลาร่างศักดิ์สิทธิ์หรือ?”
“ครั้นอยู่ในอาณาจักรเสิ่นซวี่ อาจทำไม่ได้ แต่เมื่ออยู่ที่นี่ ย่อมมิใช่ปัญหา”
ซ่งชิงลูบเคราของตนไปมา
“ในสระอัสนีบาตนั้นเต็มไปด้วยพลังของทัณฑ์สวรรค์จำนวนนับไม่ถ้วน ไม่เพียงแต่ช่วยหลอมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังช่วยขัดเกลาร่างศักดิ์สิทธิ์ และเพิ่มความแข็งแกร่งของผู้ฝึกตนด้วย! หลังจากมาที่นี่ได้ไม่นาน ข้าก็ได้ยินคำร่ำลือของมันนักต่อนัก และได้ลองกับตัวแล้วหลายครา มันได้ผลจริงๆ ข้าเดาว่าเพราะก่อนหน้านี้นายท่านเยว่ยุ่งอยู่กับเส้นทางดวงดาว จึงรู้เรื่องนี้ช้าไป?”
ขณะพูด จู่ๆ เขาก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมา และปรายตาไปมองฉู่หลิวเยว่อีกครั้ง
“จริงสิ ข้าได้ยินว่าร่างศักดิ์สิทธิ์ของนายท่านเยว่ สร้างขึ้นจากทัณฑ์ทลายเทพ เดิมทีก็มีพลังแกร่งกล้าอยู่แล้ว ไม่ต้องเข้าไปในสระอัสนีบาตก็ได้ จะได้ไม่ต้องทนแบกรับความเจ็บปวดเหล่านั้นด้วย”
ดวงตาของฉู่หลิวเยว่วูบไหวเล็กน้อย
“แล้วผู้อาวุโสเฉิงเพ่ยเคยเข้าไปในสระหรือไม่เจ้าคะ?”
ซ่งชิงพยักหน้า
“แม้ว่าเขาจะอยู่เกือบติดขอบสระเพียงชั่วโมงเดียว แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับโดดเด่นมาก”
มุมปากของเขาหยักยกขึ้นเล็กน้อย “ไม่น่าเล่า ตอนที่ข้าเจอผู้อาวุโสเฉิงเพ่ยเมื่อครู่ก่อน ถึงรู้สึกว่าแข็งแกร่งขึ้นมาก ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง”
เฉิงเพ่ยที่เพิ่งมาถึง เห็นสองคนสนทนากันจึงส่งเสียงหัวเราะเบาๆ
“อันใดกัน? นายท่านเยว่เองก็อยากเข้าไปดูหรือ? ข้าบอกเจ้าแล้วใช่หรือไม่ว่าให้เลิกล้มความคิดนั่นเสีย! เสินสื่อลำดับสี่ได้กล่าวไว้แล้วว่า พลังของทัณฑ์สวรรค์ที่อยู่ในสระอัสนีบาตแห่งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดมิใช่การหลอมพลังศักดิ์สิทธิ์และขัดเกลาร่างศักดิ์สิทธิ์ แต่เพื่อกระตุ้นพลังแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ในกายของผู้ฝึกตน ช่วยให้ผู้ฝึกตนทะลวงผ่านขอบเขตสวรรค์ขึ้นไปเป็นเทพ! แต่ข้าดูแล้วว่า นายท่านเยว่มิได้มีจุดประสงค์เช่นนั้นมิใช่หรือ?”
พลังแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์
ฟังดูแล้วเหมือนกับวิธีที่ถวนจื่อใช้พลังแห่งทัณฑ์สวรรค์ ของตาน้ำบนเขาหมื่นเมรัย เพื่อทะลวงเป็นหงส์ทองคำเลย
นางหลุบตาลงเล็กน้อย มิได้โกรธเคืองต่อคำพูดของเฉิงเพ่ยแต่อย่างใด พลันหันไปสนใจอย่างอื่นแทน
“เสินสื่อลำดับสี่? พวกท่านได้พบเห็นกับตาแล้วหรือ?”
ซ่งชิงพยักหน้าและอธิบายว่า “เขามาที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อน แต่เพียงเห็นแค่ด้านเดียว ก่อนจะหายวับไป”
ย่อมเป็นเสินสื่อองค์หนึ่ง
ดูเหมือนว่าทุกสิ่งในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์จะถูกควบคุมโดยเสินสื่อ



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...