บนใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของเยี่ยนชิงเป็นความสงบนิ่งทั่วทั้งดวง
“ไม่ไป”
ในเวลานี้ยังไม่มีความจำเป็นชั่วคราว
ถึงอย่างใดพวกอวี๋มั่วก็ล้วนอยู่
อีกอย่าง ที่ท่าเรือดอกท้อฝั่งนี้ก็ยังจำเป็นต้องมีคนดูแล
“ขอรับ”
นายทหารผู้นั้นเห็นท่าทีของเยี่ยนชิงแน่วแน่ จึงไม่ได้ถามต่อ แล้วหันกายจากไป
ภายในห้องเหลือแค่เพียงเยี่ยนชิงคนเดียว
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง และมุ่งเดินไปทางนอกประตู
ยังไม่ทันได้เดินออกจากประตูใหญ่ของลานกว้าง ก็ชนเข้ากับถังเคอที่ตั้งใจเดินเข้ามาด้านหน้าโดยเฉพาะ
เยี่ยนชิงค้อมกายคารวะ
“ผู้อาวุโสถังเคอมาเยือนเช่นนี้ มีเรื่องที่เร่งด่วนหรือไม่”
ถังเคอหัวเราะแหะๆ แล้วเอ่ย
“ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนอันใด แต่ช่วงนี้จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบหลอมอาวุธจำนวนหนึ่ง…”
เยี่ยนชิงพลันชะงัก
“ท่านเขียนรายการไว้แล้วหรือไม่”
ถังเคอยื่นมือส่งให้ไปตามสะดวก
“อืม ล้วนอยู่นี่แล้ว”
เยี่ยนชิง “…”
ถังเคอนวดมือเล็กน้อย
“แหะๆ รบกวนเจ้าสักหน่อยจริงๆ”
เรื่องนี้หากว่าเป็นเมื่อก่อน การคิดอยากจะนำของเหล่านี้มาจากเหยียนเก๋อนั้น ไม่ได้ง่ายนัก
แต่ เวลานี้สิ่งที่เขาหลอมล้วนส่งไปให้ฉู่หลิวเยว่ มีพระราชอนุญาตของฝ่าบาท เหยียนเก๋อไม่กล้าไม่ให้
เยี่ยนชิงยังคงมีสีหน้าเย็นชา
“นี่เดิมทีก็เป็นเรื่องในความรับผิดชอบของข้า หากผู้อาวุโสไม่มีเรื่องอื่นอีก ข้าก็ขอตัวลาก่อนแล้ว”
ถังเคอหัวเราะแหะๆ “รีบไปทำธุระเถิด!”
หลายเรื่องราวของท่าเรือดอกท้อในช่วงนี้ล้วนเป็นเยี่ยนชิงจัดการ ยุ่งมากจริงๆ
เยี่ยนชิงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วถึงค่อยจากไป
ขณะกำลังมองเงาหลังของเขา ถังเคอก็ “จิ๊” เสียงหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะเอ่ยพึมพำเสียงหนึ่ง
“หลายปีถึงเพียงนี้แล้ว นิสัยนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนไปแม้เพียงครึ่ง…”
…
ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ สระอัสนี
ฉู่หลิวเยว่เดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าและมั่นคง
ดวงแสงสีเงินเรืองรองโอบล้อมอยู่รอบตัวนาง อานุภาพของทัณฑ์สวรรค์นับไม่ถ้วนแทรกซึมเข้าไปในกายนาง แล้วห่อหุ้มพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ภายในร่างเอาไว้ทีละเล็กทีละน้อย
ยิ่งเดินเข้าไปด้านใน ขุมพลังที่อบอวลอยู่ในทัณฑ์สวรรค์ก็ยิ่งกล้าแกร่ง
แต่ อาจเป็นเพราะร่างศักดิ์สิทธิ์ของนางค่อนข้างพิเศษ ทัณฑ์สวรรค์เหล่านี้จึงไม่ได้มีภัยคุกคามอันใดต่อนาง
พูดให้ตรงตัวหน่อยก็คือ…ไม่เจ็บไม่คัน
หลังจากเดินมาเป็นช่วงระยะทางหนึ่ง นางก็ยังไม่อาจสัมผัสถึงพลังปราณของอี้เจา จึงเอ่ยถามขึ้นในใจอย่างไม่รู้ตัว
“ถวนจื่อ เจ้าสัมผัสอันใดได้หรือไม่”
ฉู่หลิวเยว่ “อืม” เสียงหนึ่ง กลับไม่ได้ประหลาดใจ
หากสามารถหาอี้เจาพบได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนั้นจริง เช่นนั้นถึงจะมีปัญหาแล้ว
“อย่างนั้นพวกเราก็ไปดูที่ด้านในกันสักหน่อย”
…
“เหตุใดนางถึงเดินไปยังด้านในอยู่อีก”
“ยิ่งเป็นด้านใน อานุภาพของทัณฑ์สวรรค์ยิ่งแข็งแกร่ง ฝั่งนั้นแม้แต่ข้าก็ล้วนไม่ค่อยกล้าไป นางกล้าเช่นนี้ก็กล้าเกินไปแล้วกระมัง”
“ไม่ว่าจะมองอย่างใดข้าก็เห็นว่า…ทัณฑ์สวรรค์เหล่านั้นไม่มีภัยคุกคามใดต่อนางเลยใช่หรือไม่ ได้ยินว่านางบรรลุระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ได้ตั้งแต่เยาวัย พรสวรรค์แก่กล้า แต่…ก็ไม่ถึงกับแกร่งเช่นนี้กระมัง”
“ข้ากลับได้ยินมาว่า ร่างศักดิ์สิทธิ์ของซั่งกวนเยว่นี้ถึงขั้นจำแลงมาจากทัณฑ์ทลายเทพ แม้แต่ทัณฑ์ทลายเทพนั่นนางล้วนยังต้านทานได้ สิ่งตรงหน้าเหล่านี้ก็น่าจะไม่สร้างปัญหากระมัง แต่ว่า ข้ากลับยิ่งแปลกใจว่าที่สุดแล้วนางจะเดินไปได้ถึงไหนกัน”
“สถานการณ์มีความไม่ถูกต้องอยู่บ้าง ไปแจ้งเสินสื่อลำดับที่สี่เถิด”
เมื่อคนโดยรอบได้ยินเขาพูดเช่นนี้ต่างก็มองหน้ากันไปมา
อันที่จริงการไปเชิญเสินสื่อลำดับที่สี่นั้นไม่ใช่เรื่องยากอันใด สิ่งสำคัญคือ…
เรื่องนี้ ผู้ใดจะยินยอมไปทำกันล่ะ
เฉิงเพ่ยที่ในเวลานี้เพิ่งจะเดินออกมาจากสระอัสนีพอดี เมื่อได้ยินวาจานี้ ก็อดแค่นหัวเราะเสียงหนึ่งไม่ได้
“เหล่าซ่ง แต่ไรมาที่สระอัสนีแห่งนี้ก็ล้วนเข้าออกได้อย่างอิสระ เป็นตายรับผิดตนเอง ในเมื่อนางต้องการไปด้วยตนเอง เช่นนั้นก็ต้องจ่ายราคาในการเลือกของตนเอง ได้ยินว่าก่อนหน้านี้ก็มีคนไม่น้อยที่ล้วนฝังร่างเอาไว้ในสระอัสนีแห่งนี้นะ กลับไม่เคยได้ยินว่าเสินสื่อลำดับที่สี่เป็นฝ่ายลงมือช่วยคน ต่อให้ท่านในเวลานี้ไปแจ้ง ก็เกรงว่าจะเสียแรงเปล่า”
ผู้คนต่างก็สบตากัน แล้วจึงล้วนนิ่งเงียบลง
วาจานี้ของเฉิงเพ่ยแม้จะกระดากหูอยู่บ้าง แต่ที่พูดกลับเป็นเรื่องจริง
ไม่ว่าจะพูดจากมุมใด เสินสื่อลำดับที่สี่ กระทั่งรวมไปถึงพวกเขาที่อยู่ในเหตุการณ์เหล่านี้ก็ล้วนไม่มีหน้าที่ไปช่วยเหลือ
ภายในใจของซ่งชิงยุ่งเหยิงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วทำได้เพียงล้มเลิกไป
เขาก็ไม่ได้เกี่ยวพันอันใดกับฉู่หลิวเยว่มากนัก เพียงรู้สึกว่านางยังเยาว์ สามารถเดินมาถึงจุดนี้ได้ในวันนี้ พรสวรรค์เลิศล้ำจริงๆ ไม่ง่ายดายอย่างมาก
ซ่งชิงประทับใจในตัวนางหลายส่วน
แต่ที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ในเวลานี้ การที่ทุกคนสามารถดูแลตนเองให้ดีได้นั้นก็ไม่ง่ายอย่างมากแล้ว นับประสาอันใดกับคนอื่นเล่า
หวังเพียงว่านางจะสามารถหลุดพ้นออกมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว…
เฉิงเพ่ยหัวเราะเสียงหนึ่ง ในดวงตาวาบประกายความเย็นชาสายหนึ่งพาดผ่าน
ถ้าวันนี้นางสามารถตายอยู่ที่นี่ได้ ก็ประหยัดกลยุทธ์ในมือเขาไปได้ไม่น้อย
…
ฉู่หลิวเยว่จมลงมาตลอดเส้นทาง
เพราะรอบด้านล้วนเป็นทัณฑ์สวรรค์สีเงินลิ่วละล่อง ด้านล่างนี้จึงไม่ได้มืดมิด กลับสว่างไสวเรืองรอง
เพียงมองไปก็ไม่เห็นปลายทาง
นางเดินไปต่อข้างหน้าตามทิศทางที่ถวนจื่อชี้นำ
ไม่รู้ว่านานเท่าไร แสงเรืองสีทองสายหนึ่งก็วาบปรากฏขึ้นที่ตรงหน้านางไม่ไกล!
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...