………………..
ฉู่หลิวเยว่หยุดลง จ้องมองไปที่ด้านหน้าเขม็ง
ในตอนที่มองเห็นภาพฉากตรงหน้าอย่างชัดเจน นางถึงกับหยุดหายใจไปโดยพลัน
เห็นเพียงว่าที่ด้านหลังของทัณฑ์สวรรค์สีเงินนับไม่ถ้วนนั้นวาบปรากฏแสงเรืองสีทอง เป็นประกายระยิบระยับ
ทัณฑ์สวรรค์สีทองสุดคณานับ เกี่ยวกระหวัดพัวพันซ้อนทับกันเป็นชั้น รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน
กลุ่มก้อนแสงสีทองขนาดใหญ่นั้นอยู่ที่ส่วนลึกของสระอัสนีแห่งนี้ ดำรงอยู่อย่างสงบนิ่งไร้สุรเสียง
หนาแน่น! แกร่งกล้า! ลี้ลับ!
“นี่คือ…”
ฉู่หลิวเยว่เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย แทบจะคิดว่าตนเองนั้นมองเห็นภาพมายา
ไม่ใช่ว่านางจะไม่เคยเห็นทัณฑ์สวรรค์สีทองมาก่อน
ในตอนที่ช่วยหลานเซียวฟื้นคืนร่างศักดิ์สิทธิ์เมื่อคราแรก นางก็ยังช่วยเหนี่ยวนำไปหลายสาย
แต่ว่า ที่ตรงหน้าเหล่านี้…กลับยากจะกะประมาณ!
นางยืนอยู่ที่ตรงนี้ ก็ชัดแจ้งว่าช่างกระจิริดนัก
“อาเยว่! เหมือนว่าท่านปู่เจ้าสำนักจะอยู่ที่นี่!”
เสียงของถวนจื่อเรียกสติของนางกลับมา
คิ้วของนางพลันเลิกขึ้น ใจกระตุกวาบคราหนึ่ง
“เจ้าบอกว่าอยู่ในทัณฑ์สวรรค์สีทองนั่นหรือ”
“อือๆ!”
มาถึงจุดนี้แล้ว สัมผัสของถวนจื่อน่าจะไม่เกิดข้อผิดพลาดขึ้นแล้ว
สองไหล่ราวกับว่ากำลังแบกยอดเขาที่หนักอึ้งอยู่ สองขาก็ราวกับว่าหล่อโลหะ
ทัณฑ์สวรรค์สีเงินแล่นปราดอยู่รอบกายนาง ความเจ็บปวดทีละน้อย เริ่มส่งผ่านมาจากทุกส่วนบนร่างกาย
ความคิดของนางพลันแล่นปราด แล้วอัญเชิญร่างศักดิ์สิทธิ์!
เกราะอ่อนอันงดงามเป็นประกายปกคลุมลงบนร่างกายของนาง สุดท้ายก็กีดกันทัณฑ์สวรรค์เหล่านั้นเอาไว้ที่ด้านนอก
แม้ไม่อาจจะกำจัดอานุภาพของทัณฑ์สวรรค์นั่นได้อย่างหมดจด แต่ก็นับว่าสามารถทำให้นายผ่อนคลายลงไปอยู่บ้าง
…
ตามระยะห่างที่ค่อยๆ ลดลงของนางกับทัณฑ์สวรรค์สีทองกลุ่มนั้น นางก็ค่อยๆ สัมผัสได้ถึงลมปราณที่คุ้นเคยอยู่บ้างสายหนึ่ง
ช่างเหมือนกันกับลมปราณของอี้เจาไม่ผิดเพี้ยน!
นางกัดฟัน แล้วเดินไปข้างหน้าต่อ
…
ในเวลาเดียวกัน ที่ประตูสวรรค์ บุรุษผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งในที่สุดก็เดินมาจากสะพาน
ผิวของเขาดำเข้ม มีความน่าเกรงขามทรงพลัง กล้ามเนื้อของสองแขนเป็นมัด ระหว่างเอวนั้นห้อยค้อนเหล็กด้ามหนึ่งเอาไว้
“ฮึ…มาถึงสักที!”
ซื่อจิงเช็ดเหงื่อที่หน้าคราหนึ่ง แล้วผ่อนลมหายใจเฮือกหนึ่ง
ตั้งแต่ได้รับข่าวของพี่ใหญ่ เขาก็เร่งรีบมาโดยแม้แต่ม้าก็ยังไม่ได้หยุดเท้า
เป็นการห้อตะบึงตลอดเส้นทาง
แต่ว่าก็โชคดี เหมือนจะนับไม่ได้ว่ามาช้า
เขาเงยหน้ามองประตูสวรรค์ที่ตรงหน้า แววตาสะท้อนอารมณ์
และก็เป็นในเวลานี้เอง เงาร่างสายหนึ่งพลันค่อยๆ เดินเข้ามาหา
ซื่อจิงเก็บสายตากลับ แล้วหันไปมองคนผู้นั้น
สายตาของทั้งสองสบประสานกันอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้าคือเสินสื่อสำดับที่เจ็ดของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ จิ้นอวิ๋นไหล่”
ซื่อจิงตะลึงงันครู่หนึ่ง แล้วจึงประสานมือคารวะ
“ที่แท้ก็เป็นเสินสื่อสำดับที่เจ็ด เสียมารยาทแล้วๆ!”
“เจ้ามาผู้เดียวหรือ”
จิ้นอวิ๋นไหล่มองไปยังด้านหลังเขาเล็กน้อย แล้วเอ่ยถามอย่างแปลกใจอยู่บ้าง
ซื่อจิงพยักหน้า “ใช่แล้ว! มีปัญหาอันใดหรือไม่”
จิ้นอวิ๋นไหล่ส่ายศีรษะเล็กน้อย
“ไม่มีอันใด เพียงแต่ในตอนที่เปิดประตูสวรรค์ โดยปกติแล้วผู้คนมักเดินทางไปด้วยกัน มีผู้ที่ไปเพียงลำพังน้อยอย่างยิ่ง”
ซื่อจิงหัวร่อแหะๆ แล้วเกาศีรษะเล็กน้อย
“อ้อ เรื่องนี้น่ะหรือ อันที่จริงก่อนหน้านี้นายท่านบ้านข้าพวกเขามาถึงก่อนแล้ว ข้าล่าช้าไปเพราะเรื่องราวจำนวนหนึ่ง ถึงได้เพิ่งมาช้าไปสักหน่อย”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...