เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2219

………………..

คนที่ยืนอยู่หน้าธรณีประตูคือ มู่หย่าเฟิง

ซื่อจิงหันหน้ามาถามว่า

“นายท่าน ท่านรู้จักหรือ?”

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า

“แม่นางมู่มาในยามนี้มีเรื่องอันใดหรือ?”

สายตาของมู่หย่าเฟิงพาดผ่านซื่อจิงไป จนถึงร่างของฉู่หลิวเยว่

“ข้ามีเรื่องหนึ่งที่อยากพูดคุยกับแม่นางซั่งกวน”

ฉู่หลิวเยว่ยิ้ม “มีเรื่องอันใด แม่นางมู่ว่ามาเถิด?”

มู่หย่าเฟิงเผยสีหน้าลำบากใจขึ้นหลายส่วน

“เอ่อ…ตรงนี้ไม่สะดวกนัก มิทราบว่าแม่นางมู่ให้ข้าคุยเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่?”

ฉู่หลิวเยว่เข้าใจกระจ่างทันที

ดูท่าแล้วคงมิใช่เรื่องธรรมดา

แต่คงจะจริง เรื่องสามัญธรรมดาที่ไหน จะทำให้แม่นางมู่ผู้นี้เดินทางมาด้วยตนเอง

“แม่นางมู่เชิญเข้ามา”

มู่หย่าเฟิงตามฉู่หลิวเยว่เข้าไปในห้องของนาง

เมื่อทั้งสองนั่งลงแล้ว ฉู่หลิวเยว่ก็เข้าประเด็นทันที

“ตอนนี้ที่นี่ไม่มีใครอื่น แม่นางมู่ว่ามาเถิด”

“หือ?” คิ้วแต่งแต้มสีดำของฉู่หลิวเยว่เลิกขึ้น

“ข้ามีวิธีทำให้แม่นางซั่งกวนพร้อมผู้ติดตามอยู่ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ต่อไปได้ อีกทั้งภายหน้าหากพวกเจ้าต้องการสิ่งใดข้าจะหามาให้อย่างเต็มที่”

มู่หย่าเฟิงพูดชัดอย่างชัดถ้อยชัดคำ

นางคิดว่าเมื่อพูดถึงขั้นนี้ ฉู่หลิวเยว่จะต้องมีสีหน้าประหลาดใจและตื่นเต้นเป็นแน่

ทว่ากลับไม่เป็นดั่งที่คาดไว้ แม่นางตรงหน้าทำเพียงคลี่ยิ้มจางๆ สีหน้ายังคงไม่แปรเปลี่ยน

“แม่นางมู่ต้องการสิ่งใด?”

มู่หย่าเฟิงให้ข้อเสนอเหล่านี้ ช่างใจกว้างอย่างไร้ข้อสงสัย

สำหรับคนที่ไม่ได้มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์แล้ว นี่เป็นเรื่องน่าสนใจอย่างถึงที่สุด

มู่หย่าเฟิงกล้าเปิดข้อเสนอเช่นนี้ เข้าใจได้ทันทีว่าสิ่งที่นางต้องการย่อมไม่ใช่เรื่องเล็ก

มู่หย่าเฟิงกัดริมฝีปากแน่น

ชั่วขณะหนึ่ง นางรู้สึกว่าความคิดทั้งหมดราวถูกฉู่หลิวเยว่ที่อยู่เบื้องหน้า อ่านออกทะลุปรุโปร่ง

ความรู้สึกนี้ทำให้นางรู้สึกไม่ค่อยดีนัก

มิควรเป็นเช่นนี้นี่นา…

หรือว่านางไม่สนใจเรื่องที่สามารถอยู่ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ต่อได้เลยหรือ?

ต่อให้นางไม่สนใจ แล้วผู้ติดตามเหล่านั้นของนางเล่า จะไม่สนใจเลยหรือ

ท่าทางราวกับไม่แยแสสิ่งใดของฉู่หลิวเยว่ ชั่วขณะหนึ่งทำให้มู่หย่าเฟิงเกิดความเข้าใจว่าข้อเสนอที่ตนให้ไปนั้น ไม่สามารถโน้มน้าวใจอีกฝ่ายได้

แม่นางผู้นี้ จิตใจช่างยากแท้หยั่งถึง….

มู่หย่าเฟิงคิดเช่นนั้นก็ถอนหายใจหนัก พลางช้อนตาขึ้นมองฉู่หลิวเยว่

“แม่นางซั่งกวนฉลาดหลักแหลมนัก อย่างนั้นข้าขอกล่าวตามตรง… ข้าต้องการภาพทมิฬสิ้นอัคคี”

“เกรงว่าจะทำให้แม่นางมู่ผิดหวังแล้ว” ฉู่หลิวเยว่ตัดบทของนางทันที “เรื่องที่ขอ ข้าไร้ความสามารถช่วยได้”

สีหน้าของมู่หย่าเฟิงแข็งค้าง

อันที่จริงนางก็หมดหนทางแล้วจึงได้มาที่นี่

ค่ายกลอันสุดท้ายบนเส้นทางดวงดาวนั้น ประกอบไปด้วยรูปแบบอันซับซ้อนมากมายเหลือคณา และยากที่จะบรรลุได้

นางกลับไปศึกษามานาน กลับไม่เข้าใจแม้เพียงครึ่ง

ค่ายกลอันเดียว กลับทำให้นางลำบากใจเช่นนี้

นางไม่รู้จริงๆ ว่าหลังจากนั้นจะยังต้องใช้เวลาอีกนานเพียงไร ใช้เรี่ยวแรงแค่ไหน!

แต่นางไม่อยากคอยท่าอย่างไร้ความหวังอยู่แบบนี้อีกแล้ว

“แม่นางซั่งกวน เรื่องนี้หากเจ้าไม่พูด ข้าไม่พูด ย่อมไม่มีผู้ใดล่วงรู้ อย่างใดเสียเจ้าก็ต้องคัดลอกค่ายกล เช่นนั้นคัดลอกเพิ่มให้ข้าสักหน่อยจะเป็นไรไป ไหนจะข้อแลกเปลี่ยนกับการที่พวกเจ้าได้มีสิทธิ์อยู่ที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ตลอดไป สำหรับข้าแล้วคิดว่าไม่ได้เสียเปรียบเลยสักนิด เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ?”

ฉู่หลิวเยว่มองไปที่เส้นถวนซิ่นจื่อ แล้วถอนหายใจ

“กล่าวตามตรง พวกข้าไม่รีบร้อนเรื่องนี้ ไม่รู้เหตุใดพวกเจ้าจึงสนใจยิ่งนัก หากอยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไป ก็ง่ายดายเพียงนี้มิใช่หรือ ทุกคนล้วนอาศัยความสามารถของตนเอง เหตุใดต้องยุ่งยากเช่นนี้ด้วย”

การที่นางมาที่นี้ เป้าหมายสำคัญก็คือการตามหาพวกพี่เป่าทั้งสามคน แล้วช่วยพวกเขาออกไป

ส่วนเรื่องอื่นนั้น…

นางไม่ได้เก็บมาใส่ใจด้วยซ้ำ!

“ยิ่งไปกว่านั้น การคดโกงพรรค์นี้ก็เหมือนการมีลูก มีก็คือมี ไม่มีก็คือไม่มี จะพูดได้อย่างใดเล่าว่ามีนิดหน่อย?”

คำพูดของฉู่หลิวเยว่ยิ่งทำให้สีหน้าของมู่หย่าเฟิงยิ่งนิ่งอย่างถึงที่สุด

“กล่าวเช่นนี้แสดงว่าเจ้าจะไม่ช่วยข้าจริงๆ ใช่หรือไม่?”

“มิใช่ว่าข้าไม่อยากช่วย แต่ข้าไม่สามารถช่วยได้”

สองมือของฉู่หลิวเยว่วางลงบนโต๊ะ เอนตัวไปด้านหน้า มองมู่หย่าเฟิงจากมุมที่สูงกว่า

“แม่นางมู่ เจ้าคงไม่ได้คิดจริงๆ หรอกนะว่า หากเจ้าใช้ลูกไม้อื่นเพื่อบรรลุค่ายกลด่านที่เหลือเหล่านั้นจะไม่มีผู้ใดมองออก”

ริมฝีปากของมู่หย่าเฟิงสั่นเล็กน้อย

“เจ้า นี่เจ้าหมายความว่าอย่างใด?”

มุมปากฉู่หลิวเยว่โค้งลงเล็กน้อย

“ไม่อย่างใด ข้าเพียงแต่เตือนเจ้าเท่านั้น เสินสื่อลำดับเจ็ดมิได้โง่เขลา”

พื้นฐานลมปราณของมู่หย่าเฟิงเป็นอย่างใด จิ้นอวิ๋นไหล่ย่อมกระจ่างแจ้งในใจดี

“หากเด็กแรกเกิดเดินได้ฉับพลัน คิดว่าเขาจะเดาไม่ออกหรือว่าเกิดอันใดขึ้น?”

มู่หย่าเฟิงแทบจะขบฟันขาวจนแตก

“นี่เจ้าปรามาสว่าข้าทักษะต่ำต้อยหรือ!”

ฉู่หลิวเยว่ตอบตามตรง

“ก็ไม่เห็นจะสูงสักเท่าไรนี่”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์