………………..
คนที่ยืนอยู่หน้าธรณีประตูคือ มู่หย่าเฟิง
ซื่อจิงหันหน้ามาถามว่า
“นายท่าน ท่านรู้จักหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
“แม่นางมู่มาในยามนี้มีเรื่องอันใดหรือ?”
สายตาของมู่หย่าเฟิงพาดผ่านซื่อจิงไป จนถึงร่างของฉู่หลิวเยว่
“ข้ามีเรื่องหนึ่งที่อยากพูดคุยกับแม่นางซั่งกวน”
ฉู่หลิวเยว่ยิ้ม “มีเรื่องอันใด แม่นางมู่ว่ามาเถิด?”
มู่หย่าเฟิงเผยสีหน้าลำบากใจขึ้นหลายส่วน
“เอ่อ…ตรงนี้ไม่สะดวกนัก มิทราบว่าแม่นางมู่ให้ข้าคุยเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่?”
ฉู่หลิวเยว่เข้าใจกระจ่างทันที
ดูท่าแล้วคงมิใช่เรื่องธรรมดา
แต่คงจะจริง เรื่องสามัญธรรมดาที่ไหน จะทำให้แม่นางมู่ผู้นี้เดินทางมาด้วยตนเอง
“แม่นางมู่เชิญเข้ามา”
…
มู่หย่าเฟิงตามฉู่หลิวเยว่เข้าไปในห้องของนาง
เมื่อทั้งสองนั่งลงแล้ว ฉู่หลิวเยว่ก็เข้าประเด็นทันที
“ตอนนี้ที่นี่ไม่มีใครอื่น แม่นางมู่ว่ามาเถิด”
“หือ?” คิ้วแต่งแต้มสีดำของฉู่หลิวเยว่เลิกขึ้น
“ข้ามีวิธีทำให้แม่นางซั่งกวนพร้อมผู้ติดตามอยู่ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ต่อไปได้ อีกทั้งภายหน้าหากพวกเจ้าต้องการสิ่งใดข้าจะหามาให้อย่างเต็มที่”
มู่หย่าเฟิงพูดชัดอย่างชัดถ้อยชัดคำ
นางคิดว่าเมื่อพูดถึงขั้นนี้ ฉู่หลิวเยว่จะต้องมีสีหน้าประหลาดใจและตื่นเต้นเป็นแน่
ทว่ากลับไม่เป็นดั่งที่คาดไว้ แม่นางตรงหน้าทำเพียงคลี่ยิ้มจางๆ สีหน้ายังคงไม่แปรเปลี่ยน
“แม่นางมู่ต้องการสิ่งใด?”
มู่หย่าเฟิงให้ข้อเสนอเหล่านี้ ช่างใจกว้างอย่างไร้ข้อสงสัย
สำหรับคนที่ไม่ได้มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์แล้ว นี่เป็นเรื่องน่าสนใจอย่างถึงที่สุด
มู่หย่าเฟิงกล้าเปิดข้อเสนอเช่นนี้ เข้าใจได้ทันทีว่าสิ่งที่นางต้องการย่อมไม่ใช่เรื่องเล็ก
มู่หย่าเฟิงกัดริมฝีปากแน่น
ชั่วขณะหนึ่ง นางรู้สึกว่าความคิดทั้งหมดราวถูกฉู่หลิวเยว่ที่อยู่เบื้องหน้า อ่านออกทะลุปรุโปร่ง
ความรู้สึกนี้ทำให้นางรู้สึกไม่ค่อยดีนัก
มิควรเป็นเช่นนี้นี่นา…
หรือว่านางไม่สนใจเรื่องที่สามารถอยู่ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ต่อได้เลยหรือ?
ต่อให้นางไม่สนใจ แล้วผู้ติดตามเหล่านั้นของนางเล่า จะไม่สนใจเลยหรือ
ท่าทางราวกับไม่แยแสสิ่งใดของฉู่หลิวเยว่ ชั่วขณะหนึ่งทำให้มู่หย่าเฟิงเกิดความเข้าใจว่าข้อเสนอที่ตนให้ไปนั้น ไม่สามารถโน้มน้าวใจอีกฝ่ายได้
แม่นางผู้นี้ จิตใจช่างยากแท้หยั่งถึง….
มู่หย่าเฟิงคิดเช่นนั้นก็ถอนหายใจหนัก พลางช้อนตาขึ้นมองฉู่หลิวเยว่
“แม่นางซั่งกวนฉลาดหลักแหลมนัก อย่างนั้นข้าขอกล่าวตามตรง… ข้าต้องการภาพทมิฬสิ้นอัคคี”
“เกรงว่าจะทำให้แม่นางมู่ผิดหวังแล้ว” ฉู่หลิวเยว่ตัดบทของนางทันที “เรื่องที่ขอ ข้าไร้ความสามารถช่วยได้”
สีหน้าของมู่หย่าเฟิงแข็งค้าง
อันที่จริงนางก็หมดหนทางแล้วจึงได้มาที่นี่
ค่ายกลอันสุดท้ายบนเส้นทางดวงดาวนั้น ประกอบไปด้วยรูปแบบอันซับซ้อนมากมายเหลือคณา และยากที่จะบรรลุได้
นางกลับไปศึกษามานาน กลับไม่เข้าใจแม้เพียงครึ่ง
ค่ายกลอันเดียว กลับทำให้นางลำบากใจเช่นนี้
นางไม่รู้จริงๆ ว่าหลังจากนั้นจะยังต้องใช้เวลาอีกนานเพียงไร ใช้เรี่ยวแรงแค่ไหน!
แต่นางไม่อยากคอยท่าอย่างไร้ความหวังอยู่แบบนี้อีกแล้ว
“แม่นางซั่งกวน เรื่องนี้หากเจ้าไม่พูด ข้าไม่พูด ย่อมไม่มีผู้ใดล่วงรู้ อย่างใดเสียเจ้าก็ต้องคัดลอกค่ายกล เช่นนั้นคัดลอกเพิ่มให้ข้าสักหน่อยจะเป็นไรไป ไหนจะข้อแลกเปลี่ยนกับการที่พวกเจ้าได้มีสิทธิ์อยู่ที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ตลอดไป สำหรับข้าแล้วคิดว่าไม่ได้เสียเปรียบเลยสักนิด เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่มองไปที่เส้นถวนซิ่นจื่อ แล้วถอนหายใจ
“กล่าวตามตรง พวกข้าไม่รีบร้อนเรื่องนี้ ไม่รู้เหตุใดพวกเจ้าจึงสนใจยิ่งนัก หากอยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไป ก็ง่ายดายเพียงนี้มิใช่หรือ ทุกคนล้วนอาศัยความสามารถของตนเอง เหตุใดต้องยุ่งยากเช่นนี้ด้วย”
การที่นางมาที่นี้ เป้าหมายสำคัญก็คือการตามหาพวกพี่เป่าทั้งสามคน แล้วช่วยพวกเขาออกไป
ส่วนเรื่องอื่นนั้น…
นางไม่ได้เก็บมาใส่ใจด้วยซ้ำ!
“ยิ่งไปกว่านั้น การคดโกงพรรค์นี้ก็เหมือนการมีลูก มีก็คือมี ไม่มีก็คือไม่มี จะพูดได้อย่างใดเล่าว่ามีนิดหน่อย?”
คำพูดของฉู่หลิวเยว่ยิ่งทำให้สีหน้าของมู่หย่าเฟิงยิ่งนิ่งอย่างถึงที่สุด
“กล่าวเช่นนี้แสดงว่าเจ้าจะไม่ช่วยข้าจริงๆ ใช่หรือไม่?”
“มิใช่ว่าข้าไม่อยากช่วย แต่ข้าไม่สามารถช่วยได้”
สองมือของฉู่หลิวเยว่วางลงบนโต๊ะ เอนตัวไปด้านหน้า มองมู่หย่าเฟิงจากมุมที่สูงกว่า
“แม่นางมู่ เจ้าคงไม่ได้คิดจริงๆ หรอกนะว่า หากเจ้าใช้ลูกไม้อื่นเพื่อบรรลุค่ายกลด่านที่เหลือเหล่านั้นจะไม่มีผู้ใดมองออก”
ริมฝีปากของมู่หย่าเฟิงสั่นเล็กน้อย
“เจ้า นี่เจ้าหมายความว่าอย่างใด?”
มุมปากฉู่หลิวเยว่โค้งลงเล็กน้อย
“ไม่อย่างใด ข้าเพียงแต่เตือนเจ้าเท่านั้น เสินสื่อลำดับเจ็ดมิได้โง่เขลา”
พื้นฐานลมปราณของมู่หย่าเฟิงเป็นอย่างใด จิ้นอวิ๋นไหล่ย่อมกระจ่างแจ้งในใจดี
“หากเด็กแรกเกิดเดินได้ฉับพลัน คิดว่าเขาจะเดาไม่ออกหรือว่าเกิดอันใดขึ้น?”
มู่หย่าเฟิงแทบจะขบฟันขาวจนแตก
“นี่เจ้าปรามาสว่าข้าทักษะต่ำต้อยหรือ!”
ฉู่หลิวเยว่ตอบตามตรง
“ก็ไม่เห็นจะสูงสักเท่าไรนี่”
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...