………………..
เปลวเพลิงสายหนึ่งพุ่งจากก้นบึ้งหัวใจของมู่หย่าเฟิงในบัดดล!
นางอยู่ที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มาหลายปี แต่ไหนแต่ไรมาล้วนเป็นที่อิจฉาและชื่นชมจากทุกคน ไฉนจักถูกคนบอกว่านางความสามารถต่ำต่อหน้าทุกคน
แต่คนพูดคำนั้นกลับเป็นฉู่หลิวเยว่
นางไม่อยากจะยอมรับ แต่ก็รู้ดีเช่นกันว่าเมื่อเทียบกับอีกฝ่าย ตนเองนั้นยังด้อยกว่าอยู่เล็กน้อย
ดังนั้นหลังฟังประโยคนี้ แม้ว่าในใจนางจะเต็มไปด้วยความโกรธา ทว่าก็ไม่ได้อยู่ในจุดที่ปฏิเสธได้
มู่หย่าเฟิงโกรธจนแค่นหัวเราะออกมา
“ใช่สิ หากเทียบกับแม่นางซั่งกวน พื้นฐานลมปราณอันน้อยนิดของข้าไม่คู่ควรจะเอ่ยถึงจริงๆ แต่…แล้วอย่างใดเล่า หากไม่มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ เจ้าก็จะไม่มีทางที่ได้อยู่ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ต่อไป! ขึ้นสรวงสวรรค์ต่อสู้กับทวยเทพยิ่งไม่มีทางเอื้อมถึง!”
“เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้แม่นางมู่เป็นห่วง”
ริมฝีปากแดงของฉู่หลิวเยว่ยกขึ้น ส่งยิ้มที่ดูอบอุ่นและจริงใจมาให้
“อย่างน้อยช่วงเวลานี้ข้าก็ยังคงช่วยร้านเจินเป่าเก๋อคัดลอกค่ายกลให้เรียบร้อย ส่วนที่เหลือก็ต้องว่ากันไปในแต่ละวัน เรื่องบางเรื่องมิสามารถไปบังคับได้ ใยจึงต้องทำให้ตนลำบาก มิสู้ยอมรับเสียจะดีกว่า”
มู่หย่าเฟิงร้องหึในลำคอ
“หากแม่นางมู่ว่างและยังมีแรงคิดเล่นเล่ห์กลโกง มิสู้กลับไปศึกษาค่ายกลให้เยอะสักหน่อย บางทีอาจมีประโยชน์กว่า แน่นอนว่าหากไม่เข้าใจจริงๆ ก็คงทำได้เพียงยืนยันกับตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ว่ามิอาจเอื้อมถึงเป้าหมายได้”
ฉู่หลิวเยว่ยืดตัวตรง ผายมือส่งแขก
“แม่นางมู่ เชิญเถิด”
มู่หย่าเฟิงลุกขึ้นยืน ในดวงตาคล้ายมีไฟกำลังลุกไหม้
“ซั่งกวนเยว่ เจ้าจะเสียใจกับการตัดสินใจวันนี้!”
มู่หย่าเฟิงถูกยั่วให้โมโหจนพูดไม่ออก นางกัดฟันกรอดก่อนจะหันตัวจากไป
ซื่อจิงที่ยืนอยู่ในลานบ้าน เห็นมู่หย่าเฟิงสีหน้าถมึงทึงเดินจากไป พร้อมดูท่าทางผิดหวัง
แม่นางมู่ผู้นี้เป็นอันใดไป
ตอนมาเมื่อครู่ยังดูนอบน้อมดีๆ อยู่เลยมิใช่หรือ เหตุใดถึงเปลี่ยนไปได้แค่พริบตากัน?
ฉู่หลิวเยว่เอ่ยต่อ
“ต่อไปหากนางมาก็ไม่ต้องเปิดประตูแล้ว”
ซื่อจิงตอบรับอย่างทันที
“ขอรับ!”
ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้วขึ้น
แต่ว่าก็อาจจะไม่กลับมาอีกแล้วกระมัง
นางกวาดสายตามองรอบหนึ่ง
“แล้วเสี่ยวโจวล่ะ?”
ตั้งแต่นางกลับมา ดูเหมือนจะยังไม่เห็นคนผู้นั้นเลย
จากนิสัยของเขาแล้ว เด็กคนนั้นไม่ใช่คนที่จะออกไปเดินเล่นเรื่อยเปื่อย
เมื่อพูดจบข้างนอกประตูก็ปรากฏเงาร่างที่คุ้นเคย
เป็นเชียงหว่านโจวนั่นเอง
เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยคล้ายตกอยู่ในภวังค์
“เสี่ยวโจว?”
ฉู่หลิวเยว่เรียกขึ้น
เชียงหว่านโจวได้สติคืน พลันดึงสายตาหันมองทันที
ฉู่หลิวเยว่เห็นว่าเขาตกอยู่ในภวังค์ จึงรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง “เจ้าไปไหนมา?”
“ข้ารู้สึกเบื่อนิดหน่อย ก็เลยออกไปเดินเล่นข้างนอก”
ฉู่หลิวเยว่คิดตามและคาดว่าคงจริงของเขา
ตั้งแต่พวกเขามาถึงที่นี่ ก็ยังไม่ได้ออกไปไหนเลย
“ตอนนั้นเจ้าบอกว่าปวดหัว ตอนนี้ดีขึ้นแล้วหรือ”
เชียงหว่านโจวพยักหน้า
“ดีขึ้นมากแล้ว”
ฉู่หลิวเยว่ระบายยิ้มบางเบา
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ไม่รู้ว่าพวกเราจะต้องอยู่ที่นี่อีกนานเท่าไร พวกเจ้าไม่ต้องคิดมากจนเกินไป ทำเรื่องของตนเองให้ดีก็พอแล้ว”
เชียงหว่านโจวพยักหน้าแล้วเข้าห้องไป พลางหยิบผ้าขี้ริ้วแล้วเริ่มทำความสะอาดไปทั่ว
เดิมทีฉู่หลิวเยว่อยากบอกว่าในนี้สะอาดมาก ไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดแล้ว
แต่พอนางเห็นว่าเชียงหว่านโจวดูเหมือนจิตใจกระสับกระส่าย ก็เลยปล่อยเขาทำไปและไม่ได้พูดอันใดอีก


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...