………………..
เซียวหรานตะลึงงันไปชั่วครู่
“หงส์ทองคำ? ไม่เคยเจอ เจ้าถามเรื่องนี้เหตุใดหรือ”
แววตาของฉู่หลิวเยว่ทอประกายผิดหวัง
“ไม่มีอันใด เพียงแค่สงสัยนิดหน่อย”
ตั้งแต่เห็นจิ้นอวิ๋นไหลถือขนหงส์ทองคำอยู่ตรงประตูสวรรค์ นางก็รู้สึกว่าเผ่าหงส์ทองคำต้องมีความข้องเกี่ยวบางอย่างที่เชื่อมกับตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
หลังพบว่าอี้เจาถูกคุมขังอยู่ในก้นบึ้งของสระอัสนีบาต นางก็ยิ่งทวีความมั่นใจถึงข้อคาดเดาในหัวของตน
เซียวหรานนับว่าเป็นคนเก่าแก่ของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ เขาอยู่ที่นี่มาเป็นเวลานานพอดู ทั้งยังรู้เรื่องราวต่างๆ มากมาย
ฉู่หลิวเยว่จึงคิดสอบถามเสียตรงนี้เพื่อดูว่าพอหาเบาะแสได้บ้างหรือไม่
ทว่าดูเหมือนหนทางนี้จะไม่ราบรื่นนัก
เซียวหรานจับจ้องนางเขม็ง สีหน้าถมึงทึงพลันขึ้นมาทันใด
“ต่อจากนี้เวลาอยู่ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ เจ้าก็เอ่ยถึงหงส์ทองคำให้มันน้อยหน่อยจะดีกว่า”
ฉู่หลิวเยว่ย่นคิ้ว “เพราะอันใดกัน”
“เพราะเผ่าหงส์ทองคำก่อกรรมทำเข็ญไว้”
เซียวหรานเชิดปลายคาง หันมองตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลออกไป แล้วกล่าวว่า
“ไม่กี่หมื่นปีก่อน บรรพบุรุษของเผ่าหงส์ทองคำเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์พิทักษ์ตำหนักของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ตำแหน่งสูงส่ง ได้รับความเคารพยกย่องอย่างมาก ทว่าไม่รู้ด้วยเหตุใด ภายหลังมันถึงทรยศแล้วหลบหนีไป ทั้งยังเผาตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์จนวอดวายไปครึ่งหลัง! และในเหตุการณ์ครานั้น ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์เกิดความเสียหายใหญ่หลวง เทพหลายองค์ดับสูญไปในเวลาเดียวกัน ทั่วทั้งตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ต่างตกอยู่ในความโกลาหล”
“ใช้เวลาเกือบหมื่นปีตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ถึงฟื้นฟูกลับมาได้อีกครั้ง ทั้งยังเลือกเทพองค์ใหม่เสร็จสรรพ แรงกระเพื่อมใต้น้ำทุกอย่างค่อยๆ กลับมาสงบนิ่ง แต่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เผ่าหงส์ทองคำก็กลายเป็นเผ่ามีมลทิน คนของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ต่างเข้าใจโดยทั่วกันและไม่เอ่ยถึงเรื่องพวกนี้อีก”
“เรื่องที่พูดกันวันนี้ ที่เจ้าถามข้าก็ให้มันแล้วไป แต่หากมีคนที่ผูกใจเจ็บอยู่มาได้ยินเข้า เกรงว่าจะเลี่ยงปัญหามากมายพวกนั้นไม่ได้แน่”
ฉู่หลิวเยว่ฟังจบก็ตกตะลึงไปพักใหญ่
“…ที่แท้ด้านในนี้ก็มีอดีตเช่นนี้อยู่ด้วย?”
เซียวหรานพยักหน้า
“ใช่แล้ว และเพราะเหตุนี้เอง แม้หงส์ทองคำจะเป็นหนึ่งในสองอสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับบรรพกาล แต่ในที่แห่งนี้กลับเป็นที่จงเกลียดจงชังอย่างมาก หลังจากนี้เจ้าก็อย่าพูดถึงบ่อยๆ อีก”
ฉู่หลิวเยว่หลับตา ก่อนจะเหยียดมุมปาก
ไม่เอ่ยถึงอย่างนั้นหรือ
นางกับถวนจื่อมีพันธะผูกพันต่อกัน ทั้งยังวางแผนจะช่วยเหลืออี้เจาออกมาด้วย
ไม่ว่าอย่างใดนางก็หนีปัญหานี้ไม่พ้นอยู่แล้ว
เซียวหรานเห็นสีหน้านางดูประหลาดพิกลไม่น้อยจึงอดถามไม่ได้ “เจ้าเป็นอันใดไป”
ฉู่หลิวเยว่ส่ายศีรษะ
“ไม่มีอันใด แค่สับสนกับเรื่องพวกนี้นิดหน่อย…ขอบคุณผู้อาวุโสเซียวหรานที่ช่วยชี้แจงให้กระจ่าง เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน”
เซียวหรานเห็นว่าสภาพจิตใจของนางไม่สู้ดีนัก จึงไม่ได้รั้งตัวไว้
ฉู่หลิวเยว่จึงหมุนกายจากไป
…
ระหว่างเดินทางกลับ ฉู่หลิวเยว่ก้าวเดินเชื่องช้าอย่างมาก
นางเดินไปพลางส่งกระแสจิตหาถวนจื่อ
“ถวนจื่อ เจ้ารู้เรื่องที่ผู้อาวุโสเซียวหรานพูดเมื่อครู่หรือไม่”
ถวนจื่อรู้สึกงงงวยอย่างมาก “ไม่รู้ล่ะ!”
ฉู่หลิวเยว่นิ่วหน้าน้อยๆ
อีกทั้งตัวถวนจื่อมีสถานะเป็นนายน้อย ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้ถึงเรื่องนี้
แต่คำพูดของเซียวหรานเองก็ไม่เหมือนคำลวง
เขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกหกเรื่องพวกนี้ด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เหตุใดถึงได้มีคนกล้าปล่อยข่าวลือพวกนี้เกี่ยวกับตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์และบรรดาเทพทั้งหลายในคราวนั้นกันเล่า?
ฉู่หลิวเยว่จำได้ว่าก่อนหน้านี้ตอนอยู่ตำหนักศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงเคยสนทนากับบรรพบุรุษท่านนั้นที่ทิ้งร่องรอยลมปราณเอาไว้ด้วยครั้งหนึ่ง
หากคำพูดทั้งหมดของเซียวหรานเป็นความจริง เช่นนั้น…แท้จริงแล้วคราวนั้นคนผู้นั้นก็สิ้นลมหายใจอยู่ที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์?
อีกอย่าง ไหนจะตัวของโหมวเจินด้วย
ตอนที่เขาพูดถึงตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษของเผ่าหงส์ทองคำ สีหน้าก็ดูกระอักกระอ่วนราวกับลังเลที่จะพูด
หรือว่า…เป็นเพราะเรื่องนี้อย่างนั้นหรือ
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังจมดิ่งสู่บ่อโคลน ดิ้นรนอย่างใดก็มิอาจสลัดหลุด
ปริศนาชวนกังขามากมายก่ายกองทยอยถาโถมเข้ามาทับถมกันจนนางยากจะแยกแยะออก


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...