………………..
อวี๋มั่วสั่นสะท้านอยู่ในใจ ก้มศีรษะลงพลางเอ่ยรับคำ
“ขอรับ”
…
ภายในสวนหย่อม น้องแปดกำลังตรวจดูสมุนไพรในมืออยู่บนม้านั่งหิน
สมุนไพรพวกนี้ล้วนเป็นร้านเจินเป่าเก๋อที่หามาให้จึงย่อมสภาพดีอย่างมาก
เพียงปริมาณน้อยไปหน่อย นางยังไม่ทันได้พลิกดูไปมาก็เห็นก้นตะกร้าแล้ว
พอคิดถึงการชี้แนะของพี่ใหญ่ นางก็ย่นจมูกพลางแค่นเสียงในลำคอเบาๆ คราหนึ่ง
ไม่ใช่ว่าทุกคนจะผิดผู้ผิดคนแบบนั้นเหมือนเขาเสียหน่อย!
หลังจากเก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางก็หันศีรษะไปมองทางห้องที่เชียงหว่านโจวพักอยู่
ประตูห้องยังคงปิดสนิท
สาเหตุคงเป็นเพราะเฉินอีกางค่ายกลเอาไว้ชั้นหนึ่ง การเตรียมบุกทะลวงสู่ระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ของเชียงหว่านโจวจึงมิได้เกิดการเคลื่อนไหวที่ใหญ่โตเกินไป
ดังนั้นระยะนี้จึงมิได้ดึงดูดความสนใจของคนนอกเอาไว้แต่อย่างใด
นี่ก็ผ่านไปสองชั่วยามแล้ว ไม่รู้ว่าสถานการณ์ด้านในจะเป็นอย่างใดบ้าง…
“น้องแปด นายท่านยังไม่กลับมาอีกหรือ?”
หัวซวงซวงเดินมาพลางถามอย่างแปลกใจ
น้องแปดส่ายศีรษะ “ยังเลย”
“ไม่ใช่แล้ว นายท่านแค่ไปขอสมุนไพรจากร้านเจินเป่าเก๋อ เหตุใดนานขนาดนี้แล้วถึงยังไม่กลับอีก?” หัวซวงซวงขมวดคิ้ว
น้องแปดเอามือเท้าคาง “นายท่านอาจอยู่คัดลอกค่ายกลที่นั่นหรือเปล่า?”
หัวซวงซวงครุ่นคิด คำพูดนี้ก็มีเหตุผลอยู่ไม่น้อย แต่พอลองไตร่ตรองดูดีๆ แล้วก็ยังรู้สึกไม่ปกติอยู่ดี
สุรเสียงของเซียวหรานดังแว่วขึ้นมา
คนทั้งสองภายในสวนหย่อมหันศีรษะกลับไปมองพร้อมกัน พบว่าเซียวหรานกำลังยืนอยู่บนสันหลังคา สองมือกอดอกพลางมองลงมาทางนี้
หัวซวงซวงรีบเอ่ยถามทันที
“ผู้อาวุโสเซียวหราน ท่านบอกว่าตอนนี้นายท่านของพวกข้าอยู่ที่ยอดเขาโอสถอย่างนั้นหรือ?”
เซียวหรานผงกศีรษะ “ใช่น่ะสิ! ดูท่าพวกเจ้าจะไม่รู้กันจริงๆ นางไม่ได้แค่อยู่ที่เทือกเขาโอสถ แต่ยังกำลังประลองหลอมยากับเหลียงเหอด้วย! เหมือนจะเชิญเสินสื่อลำดับแปดมาเป็นผู้ตัดสินให้ด้วย? สรุปคือตอนนี้เรื่องลุกลามไปค่อนข้างใหญ่โตทีเดียว คนจำนวนมากพอได้ยินเรื่องนี้ก็รีบมุ่งหน้ากันไปที่นั่นแล้ว”
หัวซวงซวงและน้องแปดสบตากันคราหนึ่ง ทั้งสองต่างก็มองเห็นแวววิตกกังวลในสายตาอีกฝ่าย
เทือกเขาโอสถนั่นคือที่ไหน เสินสื่อลำดับแปดเป็นคนเช่นไร พวกเขาล้วนประสบมาก่อนแล้วทั้งสิ้น
เหตุใดจู่ๆ นายท่านถึงไปที่นั่นกัน
คงมิใช่… เพราะเรื่องสมุนไพรพวกนั้นหรอกนะ?
เซียวหรานเห็นท่าทีของคนทั้งสองแล้วก็ส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา
ความจริงจะไปโทษพวกเขาก็ไม่ได้ แม้ตอนนี้ข่าวจะแพร่สะพัดไปทั่วทั้งตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่มีผู้ใดตั้งใจมาบอกเรื่องนี้แก่พวกเขาเลย
แม้ระยะนี้ฉู่หลิวเยว่จะมีชื่อเสียงระบือไกล แต่พวกเขากลุ่มนี้ล้วนแต่ไม่มีตราแห่งสายเลือดแห่งศักดิ์สิทธิ์กันทั้งสิ้น
ใครจะไปเสียเวลาและพลังชีวิตมาสนใจผู้ที่มิอาจขึ้นสวรรค์บรรลุเป็นเทพ ถึงกระทั่งว่าไม่นานก็คงถูกเตะออกจากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ด้วยเล่า?
อีกทั้งพวกเขาเหล่านี้ยังแปลกประหลาดกันอย่างมาก ตั้งแต่มาที่นี่เหมือนจะแทบไม่ได้ออกไปข้างนอกเลยด้วยซ้ำ
น้องแปดรวบชายกระโปรง หยัดกายลุกขึ้นมุ่งหน้าไปทางเทือกเขาโอสถ
“ข้าจะไปดูหน่อย!”
หากซูจิ้งผู้นั้นกล้าทำตัวไร้มารยาทต่อนายท่าน นางไม่มีทางละเว้นแม่นางผู้นั้นแน่!
เชียงหว่านโจวกำลังเตรียมบุกทะลวงสู่ระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ ส่วนพี่ใหญ่กำลังช่วยคุ้มกันเขา
ที่จวนยังต้องมีคนคอยเฝ้ายามอยู่
“ให้นางไป ส่วนเจ้าอยู่นี่”
เสียงของเฉินอีดังลอดออกมาจากในห้อง
หัวซวงซวงถึงกับตะลึงงัน
น้องแปดคลี่ยิ้มกว้างด้วยใบหน้าฉายแววเปี่ยมเสน่ห์
“พี่รอง พี่ใหญ่ให้ข้าไป ท่านก็อย่าขวางเลย?”
หัวซวงซวงได้แต่ส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา
“หลังจากที่พวกข้ามาถึงตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ก็ประพฤติตัวอย่างระมัดระวังและสุภาพแก่ทุกคน จะไปมีเจตนาร้ายล่วงเกินเสินสื่อลำดับแปดได้เช่นไร”
นั่นมันเป็นการหาเรื่องลำบากใส่ตัวไม่ใช่หรือไร?
เซียวหรานมีท่าทีเหม่อลอย “นั่นก็ใช่! เช่นนั้นนางทำแบบนี้ไปเพื่ออันใด”
หัวซวงซวงมิได้พูดอันใด
เขาเคยพบซูจิ้งครั้งหนึ่ง ย่อมเดาออกว่าอีกฝ่ายไม่ชอบใจพวกเขาอย่างมาก
แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือ ครั้งนี้เรื่องจะลามไปสร้างปัญหาให้แก่ตัวนายท่านด้วย
“หากหมิงซูยืนกรานออกหน้า เรื่องนี้คงยังพอจัดการได้ง่าย น่าเสียดาย…”
เซียวหรานครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนส่ายศีรษะ
ณ ยอดเขาโอสถ
ฉู่หลิวเยว่กับเหลียงเหอกำลังหลอมยากันอยู่บนยอดเขาลูกหนึ่ง
เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า สุ้มเสียงจอแจทุกรูปแบบที่อยู่โดยรอบเองก็ค่อยๆ สงบเงียบลง
สายตาของคนจำนวนมากที่มองไปทางฉู่หลิวเยว่ด้วยแววดูแคลนหยามเหยียดในคราแรกก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนมาเป็นแววตกตะลึงอย่างหนัก
ครั้นเห็นว่านางกำลังใส่สมุนไพรลงในหม้อต้มโอสถอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวยังคงพลิ้วไหวดุจสายน้ำดังเดิม ไร้ซึ่งเค้าลางของความอืดอาดและเฉื่อยชา พวกเขาก็ค่อยๆ รู้สึกตัวในท้ายที่สุดว่า ความสามารถในด้านการหลอมยาของฉู่หลิวเยว่แข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาจินตนาการเอาไว้มากโข!
“นางเป็นแค่มหาปรมาจารย์โอสถจริงรึ ทักษะและความเชี่ยวชาญระดับนี้ไม่แพ้เหลียงเหอที่อยู่ตรงข้ามเลยสักนิด!”
“ตอนแรกข้ายังคิดอยู่เลยว่านางคิดจะลองหลอมโอสถคงปราณตั้งต้นตามเหลียงเหอ แต่ตอนนี้… ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นนะ? นางเร็วกว่าเหลียงเหอก้าวหนึ่งด้วยซ้ำ!”
“รีบดูสิ! นางเริ่มเตรียมจัดการกระวานเร้นมังกรแล้ว!”
กระวานเร้นมังกรเป็นสมุนไพรที่สำคัญที่สุดในการหลอมโอสถคงปราณตั้งต้น ดังนั้นในด่านนี้จึงต้องคอยระวังแล้วระวังอีก
ฉู่หลิวเยว่เงื้อมือขึ้น กระวานเร้นมังกรต้นเดียวที่มีลอยทะยานไปอยู่ในมือของนาง
แง่งรากของกระวานเร้นมังกรมีสีเขียวเข้มและเรียวยาว กลีบดอกที่ซ้อนทับกันอยู่ชั้นบนสุดจะปรากฏสีทองอร่ามตา ยามมองจากที่ไกลๆ ก็เหมือนเกล็ดมังกรที่ส่องประกายแวววาวพราวระยับกำลังล่องลอยอยู่ก็มิปาน
ฉู่หลิวเยว่หลุบสายตามอง จัดการเด็ดกลีบดอกที่อยู่ตรงมุมกลีบหนึ่งออกมาโปรยลงไปในหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...