เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2231

………………..

พรึ่บ!

เปลวเพลิงสีใสลุกโชนดูดกลืนกลีบดอกสีทองอร่ามกลีบนั้นไปในพริบตา!

กลุ่มคนที่คอยจับตาดูอยู่โดยรอบพลันตกอยู่ในความอลหม่านขนาดย่อม

“นั่นนางเด็ดกระวานเร้นมังกรออกจากกันหรือ?”

”พลังที่สกัดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุดของกระวานเร้นมังกรจะห่อหุ้มอยู่ในเกสรตัวผู้ ทันทีที่เด็ดกลีบดอก พลังในนั้นก็จะรั่วไหลออกมาอย่างรวดเร็ว ขนาดข้าที่ไม่ใช่เซียนหมอยังรู้ว่าจะต้องใช้กระวานเร้นมังกรทั้งต้นในการหลอมยา เหตุใดนางถึงไม่รู้กัน”

“ใครจะไปรู้ว่านางคิดอันใดอยู่ เสียดายที่เมื่อครู่ข้ายังรู้สึกว่านางพอมีความสามารถอยู่บ้าง มาตอนนี้… กลับกลายเป็นคนบ้าบิ่นขลาดเขลาไปเสียแล้ว”

เหลียงเหอที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้ามามองรอบหนึ่งเองก็ขมวดคิ้วเช่นกัน

จะอย่างใดนางก็เป็นถึงมหาปรมาจารย์โอสถ พูดตามหลักแล้วไม่น่าทำผิดพลาดแบบนี้ถึงจะถูก…

ทันใดนั้น สายตาของเขาก็แข็งค้าง ในดวงตาปรากฏร่องรอยของแววตื่นตะลึงไหวผ่าน!

เขาเห็นเพียงว่า หลังจากเปลวเพลิงสีใสภายในหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ฝั่งตรงข้ามเข้าห่อหุ้มกลีบดอกกลีบนั้นแล้ว มันก็รวมตัวกันอย่างรวดเร็วกลายเป็นลูกกลมลูกหนึ่ง ลอยแยกตัวออกมาจากกลุ่มเพลิงด้านล่าง

ลูกเพลิงกลมสีใสลอยเหนืออยู่บนหม้อโอสถพลางแผดเผาอย่างเงียบเชียบ

นี่ยังไม่ใช่จุดที่สำคัญที่สุด

สิ่งที่ทำให้เหลียงเหอรู้สึกเหลือเชื่อที่สุดก็คือ ลูกเพลิงกลมสีใสลูกนั้นดูราวกับกลวงเปล่าก็มิปาน!

กลีบของกระวานเร้นมังกรเปราะบางอย่างมาก เพียงอุณหภูมิสูงเกินไปหน่อยเดียวก็สามารถเผามันจนมอดทันที

แต่เปลวเพลิงห่อหุ้มมันเอาไว้ด้านในมาพักใหญ่แล้ว กลีบดอกกลีบนั้นยังคงอยู่ในสภาพดีเหมือนเก่า

การเปลี่ยนแปลงอย่างเดียวก็คือ บริเวณขอบกลีบของมันม้วนงอกว่าก่อนหน้านี้อยู่บ้าง ราวกับเพราะผ่านการอบด้วยเปลวเพลิงสายนี้

แต่… นี่หาใช่เรื่องไม่ดีไม่ ตรงกันข้าม ยามใช้วิธีการเช่นนี้แล้ว จึงจะสามารถกระตุ้นประสิทธิภาพยาในต้นกระวานเร้นมังกรได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ต่างหาก!

เหลียงเหอมองดูอย่างตกตะลึงจนถึงกับเหม่อลอยไปชั่วขณะ

เขาศึกษาใบสั่งยาของโอสถคงปราณตั้งต้นมานานมากแล้ว แต่ที่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เคยได้ลองลงมือหลอมสักที นั่นก็เพราะเขารู้ว่าการเตรียมกระวานเร้นมังกรนั้นไม่ง่ายเอาเสียเลย

พอมาตอนนี้ ภาพฉากที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้เขาตื่นรู้ขึ้นมาทันที

…หลอมทั้งหมดในคราวเดียวไม่ได้ มิสู้แบ่งมันออกมาหลอมทีละชิ้น!

หากทำเช่นนี้ต่อไป จะสามารถจดจ่อไปที่พลังกับสารสกัดและเพิ่มอัตราสำเร็จขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

เพียงแต่ว่า…

ถ้าเป็นแบบนี้แล้ว ท้ายที่สุดจะไม่เป็นการสิ้นเปลืองพลังอันบริสุทธิ์ที่สุดที่กักเก็บอยู่ในเกสรตัวผู้ไปโดยเสียเปล่าหรอกหรือ?

เหลียงเหอสองจิตสองใจอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายศีรษะ ด้วยรู้สึกว่าวิธีการของฉู่หลิวเยว่ไม่คุ้มค่าที่จะทำเอาเสียเลย

เขาหยิบกระวานเร้นมังกรต้นหนึ่งขึ้นมา แล้วใส่มันลงไปในหม้อต้มโอสถอย่างระมัดระวัง

“พรึ่บ พรึ่บ” !

เปลวเพลิงที่อยู่ใต้การควบคุมของเขาภายในหม้อต้มโอสถแบ่งออกเป็นจำนวนหนึ่ง ก่อนจะเข้าห่อหุ้มกระวานเร้นมังกรไปทั้งต้น

บรรดาฝูงชนต่างพากันประหลาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“สมกับเป็นเหลียงเหอ เขาควบคุมเปลวเพลิงแทบเรียกได้ว่าไร้ที่ติ!”

“อย่างใดเสียก็เป็นถึงเซียนหมอระดับปรมาจารย์ที่อายุน้อยที่สุดของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ความเฉียบคมและว่องไวในด้านนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเทียบเทียมได้…”

“เขาบุกทะลวงสู่เซียนหมอระดับปรมาจารย์มาได้สักพักแล้วกระมัง? แม้โอสถคงปราณตั้งต้นจะหลอมออกมาได้ยาก แต่ข้าว่าครั้งนี้เขาคว้าชัยชนะมาได้แน่”

ฟากฉู่หลิวเยว่เพิกเฉยต่อเสียงรอบข้างไปโดยสิ้นเชิง สองตาจับจ้องไปยังหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้า ทั่วทั้งร่างแข็งเกร็ง สภาพจิตใจเรียกได้ว่าประหม่าอย่างมาก

นางมิได้ผ่อนคลายหรือเรียบเฉยอย่างที่แสดงให้บรรดาฝูงชนเห็นจากภายนอก

เพราะตัวนางเองก็ไม่กล้ายืนยันว่าครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่กันแน่

ตั้งแต่หลอมยาอายุวัฒนะระดับมหาปรมาจารย์โอสถที่ทะเลทรายจันทราสีชาดได้สำเร็จเป็นต้นมา นางก็เพิ่งมารู้ตัวภายหลังว่าใบสั่งยาที่ต้าเป่าให้มาก่อนหน้านี้นั้น มีไม่น้อยเลยที่เป็นใบสั่งยาระดับมหาปรมาจารย์โอสถ

หรือก็คือ ตอนที่นางยังไม่ได้บุกทะลวง ก็เรียนเรื่องพวกนี้ผ่านมาก่อนแล้ว

เพียงแต่ก่อนหน้าที่จะบุกทะลวง นางแยกแยะเรื่องระดับพวกนี้ได้ไม่ชัดเจนนัก นี่จึงทำให้นางสับสนอยู่มานานหลายปี

แต่ว่า ทำเช่นนี้ก็มีข้อดีใหญ่หลวงอยู่ข้อหนึ่ง

นี่ทำให้นางเริ่มเติบโตไปได้อย่างรวดเร็วจนน่าตื่นตะลึงหลังจากที่บุกทะลวงผ่านขีดจำกัดของสำนักมาได้

เรียวคิ้วของซูจิ้งขมวดแน่นยิ่งกว่าเก่า

แต่ว่าหากพูดตามจริง ผู้เป็นมหาปรมาจารย์โอสถน่าจะทนไม่ไหวตั้งนานแล้ว แต่เหตุใดฉู่หลิวเยว่ยังคงทำต่อได้เล่า

พอกลับไปมองเหลียงเหอที่อยู่อีกฟาก ตั้งแต่เริ่มจัดการกระวานเร้นมังกร ลมปราณทั่วทั้งร่างของเขาก็ลดความเร็วลงจนเห็นได้ด้วยตาเนื้อ

หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ปัญหาก็คือจะยังสามารถยืนหยัดไปจนหลอมโอสถเสร็จสิ้นได้หรือไม่!

ตอนที่น้องแปดมาถึงก็ได้เห็นภาพฉากนี้แล้ว

บริเวณโดยรอบมีคนมุงอยู่จำนวนไม่น้อย ซึ่งล้วนแต่เพ่งความสนใจมองไปในทางเดียวกันทั้งสิ้น

“อา รบกวนขอทางหน่อยทุกท่าน…”

อยู่ด้านนอกมองเห็นได้ไม่ชัดเจน น้องแปดจึงคิดจะแทรกตัวไปด้านหน้า

สุรเสียงของนางอ่อนละมุนน่าฟัง ผู้คนไม่น้อยเลยที่หันศีรษะกลับมามอง

ยามเห็นว่าเป็นนาง คนจำนวนมากในที่แห่งนั้นล้วนเผยสีหน้านิ่งอึ้ง รีบกุลีกุจอเปิดทางให้ทันที

น้องแปดเอ่ยขอบคุณแกมหัวเราะพลางย่างก้าวไปด้านหน้าอย่างช้าๆ

ซูจิ้งรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวจากฟากนี้จึงหันมามอง

เมื่อเห็นชัดเจนว่าคนมาใหม่คือน้องแปด สีหน้าของนางพลันทวีความเย็นยะเยือก

“ครั้งก่อนเตือนเจ้าไปแล้วไม่ใช่หรือว่าห้ามเข้าออกเทือกเขาโอสถตามอำเภอใจ?”

น้องแปดคลี่ยิ้ม

“เสินสื่อลำดับแปด ข้าก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปนี่! ท่านวางใจเถอะ ข้าน่ะรออยู่ตรงนี้ก็ได้แล้ว!”

สายตาของนางกวาดมองฉู่หลิวเยว่ที่อยู่ฝั่งนั้นแวบหนึ่งด้วยนัยน์ตาเรืองรอง รอยยิ้มทวีความลึกล้ำ

“ข้าแค่อยากดูว่านายท่านของข้าจะเอาชนะอย่างใด จะมองใกล้มองไกลก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ!”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์