………………..
ทันทีที่กลับมาถึงจวนที่พัก ฉู่หลิวเยว่ก็พบว่ามีกระแสพลังก่อตัวคล้ายน้ำวนอยู่กลางอากาศเหนือสวนหย่อม
พลังแห่งสวรรค์และโลกในปริมาณมากกำลังถาโถมลงไปยังด้านล่าง
นางมั่นใจได้ในทันที
เสี่ยวโจวใกล้จะทำการบุกทะลวงแล้ว
การเคลื่อนไหวครานี้หาได้ดึงดูดความสนใจของผู้อื่นไม่
ผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์เกลื่อนกลาดดุจเมฆ ทว่าระดับเทพขั้นสูงเช่นเสี่ยวโจวต่างหากที่มีจำนวนน้อย
ดังนั้นต่อให้รู้สึกถึงการกระเพื่อมไหวจากฟากนี้ ก็ไม่ได้มีใครมาสนใจมากนัก
ฉู่หลิวเยว่พาน้องแปดเข้าไปในสวนหย่อม เป็นเวลาเดียวกับที่ซั่งกวนจิ้งเดินออกมาจากห้อง
ตั้งแต่มาถึงที่นี่ เขาก็ซุกตัวอยู่แต่ในห้องท่าเดียว แทบไม่ได้ออกมาข้างนอกเลย
เมื่อเห็นขอบตาดำคล้ำของซั่งกวนจิ้ง ฉู่หลิวเยว่ก็ตกใจอย่างมาก
“องค์ไท่จู่ นี่ท่าน…มิได้พักผ่อนเต็มอิ่มหรือ?”
ซั่งกวนจิ้งถอนใจ
“เฮ้อ ไม่ได้พักผ่อนเต็มอิ่มที่ไหนกัน ไม่ได้พักเลยต่างหาก”
เขานวดขมับ วางกริชเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะหินก่อนจะนั่งลง
ฉู่หลิวเยว่มองดูของสิ่งนี้แวบหนึ่ง ของทั้งชิ้นส่องแสงทอประกายเจิดจ้า ปลายมีดแหลมคมอย่างยิ่ง เป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดเล่มหนึ่งอย่างแน่นอน
“ระยะนี้ท่านกำลังศึกษาของชิ้นนี้หรือ?”
“ทั้งใช่และไม่ใช่”
ซั่งกวนจิ้งส่ายศีรษะ
“ก่อนหน้านี้ข้าสัมผัสได้ถึงขีดจำกัดในการตีหลอมสมบัติศักดิ์สิทธิ์รางๆ แต่กลับไม่เคยทำได้สำเร็จ ทุกครั้งล้วนพลาดไปนิดเดียวเสมอ”
หากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้และของสิ่งนั้นในทะเลทรายจันทราสีชาดเหมือนกันราวกับแกะจริง เช่นนั้น…
บางทีความลับของสมบัติศักดิ์สิทธิ์อาจจะอยู่ในจัตุรัสหยกดำก็เป็นได้?
หากเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้ เช่นนั้นข้อสงสัยทุกอย่างก็จะได้รับการไขกระจ่าง
“ช่างเถอะ เรื่องแบบนี้รีบไปก็เท่านั้น”
ขั้นพลังปราณของซั่งกวนจิ้งหยุดอยู่ที่ช่างหลอมอาวุธระดับปรมาจารย์มาหลายปีแล้ว แต่รอบนี้เขาไม่ได้เร่งรัดแต่อย่างใด
ไม่ว่าจะพูดอย่างใด ตอนนี้ก็ยังพอมีความหวังอยู่บ้าง ดีกว่าเมื่อก่อนที่สิ้นหวังไปแล้วโดยสิ้นเชิง อย่างใดเสียก็ดีกว่าเป็นกอง
“เอ๋? นี่มัน…ใครกำลังจะบุกทะลวงกัน?”
เมื่อเห็นกลุ่มกระแสพลังที่กำลังหมุนวน เขาก็เอ่ยถามด้วยประหลาดใจอยู่บ้าง
ฉู่หลิวเยว่ผงกศีรษะรับ
“เป็นเสี่ยวโจว”
ใบหน้าของซั่งกวนจิ้งมีแววแปลกใจพาดผ่าน
“เร็วขนาดนี้เชียว? ข้าจำได้ว่าเขาเพิ่งบุกทะลวงสู่ระดับเทพขั้นสูงไปไม่นานมานี้เอง?”
ในความทรงจำของเขา เชียงหว่านโจวเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างผ่ายผอม หน้าตาเกลี้ยงเกลา คิดไม่ถึงว่าประเดี๋ยวเดียวก็จะบุกทะลวงสู่ระดับเทพศักดิ์สิทธิ์แล้ว?
“เขาเหมือนจะอายุ…ห่างกับเจ้าไม่มากกระมัง? พรสวรรค์นี้…”
ซั่งกวนจิ้งส่งเสียง “ชิ” ออกมาคราหนึ่ง
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มออกมาอย่างจนใจไม่น้อย ก่อนจะเล่าเรื่องที่ไอเย็นภายในร่างของเสี่ยวโจวระเบิดออกมาคร่าวๆ รอบหนึ่ง
“…ตอนนี้เขาไม่บุกทะลวงไม่ได้แล้ว มิเช่นนั้นละก็ ลำพังแค่พลังสายนั้นที่สะสมอยู่ในตัวเขาก็เพียงพอจะทำลายเขาแล้ว”
สีหน้าของซั่งกวนจิ้งเคร่งขรึมขึ้นมาหลายส่วน
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง…”
“แต่ไม่รู้ว่าไอเย็นภายในร่างของเขาได้มาอย่างใดกันแน่?”
ซั่งกวนจิ้งพึมพำราวกับกำลังใช้ความคิด
“ผู้ที่สามารถผนึกพลังสายนี้เอาไว้ได้คงไม่ใช่คนธรรมดากระมัง…อีกอย่างหลายปีมานี้ เชียงหว่าน
โจวเองต้องฝืนทนเช่นนี้มาตลอดด้วย”
กระทั่งเขายังรู้สึกว่านี่ค่อนข้างน่าประหลาดใจ
แท้จริงแล้วนี่ก็เป็นคำถามที่ฉู่หลิวเยว่เองก็สงสัยเช่นกัน
เชียงหว่านโจวพูดแค่ว่ามันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เขาจำความได้ ส่วนรายละเอียดมากกว่านี้ก็มิอาจทราบได้แล้ว
ไหนจะคนผู้นั้นที่เขาเฝ้าตามหาในคราแรกอีก…
ตูม!

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...