………………..
ซูจิ้งไม่ได้พูดอันใดออกมาแม้แต่คำเดียว นางหมุนกายจากไปทันที
ความเร็วของนางว่องไวอย่างมาก ในไม่ช้านางก็หายวับไปหลังยอดเขาที่ไกลออกไป
ดูแล้ว คงคิดจะหลีกหนีจากความอับอายขายขี้หน้าเป็นแน่
“หึ”
น้องแปดยักไหล่
“พอคนอื่นมาพูดความจริงกับนาง นางก็ไม่ฟัง ก็คิดว่าจะเก่งกาจมากเสียอีก มาดูตอนนี้สิ ก็ไม่ได้เก่งเท่าไรเลยนี่นา!”
ฉู่หลิวเยว่จัดการเก็บโอสถคงปราณตั้งต้นลงไป
“พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำให้ตัวเองรู้สึกลำบากใจเพราะคนเช่นนี้เลย พวกเราไปกันเถอะ”
น้องแปดกะพริบดวงตามากเสน่ห์คราหนึ่ง ก่อนจะรีบเคลื่อนตัวเข้าใกล้ยังด้านหน้า
“นายท่าน ท่านว่าองค์เทพผู้นี้เป็นใครกันแน่ ทำให้กระทั่งซูจิ้งกลัวจนหัวหดได้ปานนี้เชียว?”
อีกฝ่ายไม่ได้มาด้วยตัวเองด้วยซ้ำ แค่ส่งคนมาบอกคำเดียวก็ทำเอาซูจิ้งสั่นสะท้านด้วยความกลัวแล้ว
ฉู่หลิวเยว่หรี่ตาลงน้อยๆ พลางส่ายศีรษะ
“ไม่รู้สิ แต่ว่า…สามารถปลดซูจิ้งออกจากตำแหน่งเสินสื่อลำดับแปดได้ ชัดเจนเลยว่าตำแหน่งของเขาต้องสูงส่งมากแน่”
“จริงด้วย! นายท่าน เมื่อครู่ข้าได้ยินคนที่อยู่ข้างๆ ข้าพูดว่า ตั้งแต่ซูจิ้งได้ขึ้นสู่ตำแหน่งเสิ่นสื่อลำดับแปด ก็ใช้อำนาจบาตรใหญ่ปกครองเทือกเขาโอสถมาหลายหมื่นปีแล้ว องค์เทพผู้นั้นไม่เห็นจะเคยสนใจอันใด พอมาวันนี้ไม่รู้เหตุใด จู่ๆ ก็เคลื่อนไหวเสียอย่างนั้น ท่านว่า…นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่? จะเป็นเพราะรู้ว่าท่านถูกซูจิ้งทำให้ลำบากใจเลยจงใจมาช่วยหรือเปล่า”
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“เจ้าก็ช่างคิดได้”
นางเพิ่งมาถึงตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่นานนัก อย่าว่าแต่ได้พบแล้ว กระทั่งชื่อเสียงเรียงนามขององค์เทพผู้นั้นก็เพิ่งจะได้ยินเป็นครั้งแรกด้วยซ้ำ
“นายท่าน ข้าไม่ได้พูดไปเรื่อยนะ ท่านลองนึกดูว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการเคลื่อนไหวอันใด พอท่านเข้ามาเทือกเขาโอสถเป็นครั้งแรกก็เกิดเรื่องนี้ขึ้นเลย นี่ออกจะบังเอิญไปหน่อยกระมัง? ความจริงแล้วไม่ใช่แค่ข้า แต่ข้าเห็นคนอื่นเองก็น่าจะคิดแบบนี้อยู่ไม่น้อยหนา!”
ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้าว่าองค์เทพผู้นั้นคงไม่พอใจในตัวซูจิ้งมานานแล้ว วันนี้สบโอกาสเข้าพอดีจึงลงมือ”
น้องแปดตกตะลึง พึมพำเสียงเบาว่า
“นั่นก็จริง…”
พอพูดแบบนี้แล้ว ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นเช่นนั้นจริง
นางมีนิสัยเรียบง่ายสบายๆ มาแต่ไหนแต่ไร เพียงเดี๋ยวเดียวก็โยนเรื่องนี้เก็บลงคลังสมองไป
“นายท่าน ท่านบุกทะลวงสู่เซียนหมอระดับปรมาจารย์ตั้งแต่เมื่อไรกัน เหตุใดก่อนหน้านี้ข้าไม่เห็นรู้เลย”
“เมื่อครู่นี่เอง เหตุใดหรือ”
“…ช่างเถอะ ถือเสียว่าข้าไม่ได้ถามอันใดไปแล้วกัน”
น้องแปดโบกมือเป็นเชิงยอมแพ้สุดใจ
ก่อนหน้านี้ที่พี่ใหญ่คอยเร่งให้นางรีบบุกทะลวงสู่เซียนหมอระดับปรมาจารย์มาตลอดนั้น นางไม่ได้ใส่ใจมากนัก
ใครจะรู้ว่าพริบตาเดียว นายท่านของตัวเองจะบุกทะลวงกันแบบนี้เล่า!
อีกอย่าง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ยังจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ แบบนั้นมันเหมาะหรือ
เป็นคนเหมือนกัน เหตุใดช่องว่างระหว่างกันถึงได้ใหญ่ขนาดนี้หนอ
น้องแปดลอบกัดฟันกรอด
หลังจากกลับไป นางเองก็ต้องขยันแบบจริงจังแล้ว
มิเช่นนั้นภายหลังจะกลายเป็นที่อับอายแก่นายท่านมิใช่หรือไร?
“ช้าก่อนทั้งสองท่าน!”
สุ้มเสียงของเหลียงเหอดังแว่วมาจากด้านหลังของคนทั้งสอง
ฝีเท้าของฉู่หลิวเยว่หยุดชะงัก ก่อนหันไปมองตามต้นเสียง
สายตาของเหลียงเหอกวาดมองดูน้องแปดแวบหนึ่ง จากนั้นก็หันไปประสานมือคารวะแก่ฉู่หลิวเยว่ด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนอยู่ไม่น้อย
“ทักษะการหลอมโอสถของแม่นางซั่งกวนโดดเด่นยิ่ง ผู้แซ่เหลียงรู้สึกนับถือนัก”
ก่อนหน้านี้เขาเพียงคิดว่าอีกฝ่ายเป็นแค่มหาปรมาจารย์โอสถ ไม่มีทางเทียบเคียงเขาได้ ใครจะไปรู้ว่าผู้แพ้ในท้ายที่สุดกลับกลายเป็นตัวเขาเอง
ฉู่หลิวเยว่ไม่เพียงแต่บุกทะลวงสู่เซียนหมอระดับปรมาจารย์เท่านั้น ขนาดลองหลอมโอสถครั้งแรก ยังหลอมโอสถคงปราณตั้งต้นออกมาได้สำเร็จ
ความสามารถและพรสวรรค์เช่นนี้เป็นสิ่งที่แม้แต่ตัวเขายังมิอาจเทียบเทียมได้
คำว่า “นับถือ” คำนี้ เขาพูดมันออกมาด้วยน้ำใสใจจริง
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มเป็นเชิงไม่ถือสา
“คุณชายเหลียงเกรงใจเกินไปแล้ว ความจริงวันนี้ข้าก็มาเพื่อเก็บกระวานเร้นมังกร ถึงได้ยื่นข้อเสนอท้าประลองออกไป หวังว่าคุณชายเหลียงจะไม่ติดใจเอาความ”
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...