ต่อมา หานปิงเหยียนก็จูงอู๋เป่ยไปเปลี่ยนชุดใหม่ แล้วสองครอบครัวก็ขับรถมุ่งหน้าไปงานเลี้ยงที่โรงแรมเทียนหลง
โรงแรมเทียนหลงเป็นธุรกิจของเหยียนเหลิ่งสือ เมื่อเขาได้ยินว่าอู๋ต้าซิงจะจัดงานฉลอง ก็สั่งให้เคลียร์ชั้นสามของโรงแรมไว้ทั้งหมด เพื่อรับรองแขกของบ้านอู๋
เวลานั้น ชั้นสามของโรงแรม ห้องวีไอพีห้องใหญ่สุดนั่งกันแน่น ห้องนี้มีโต๊ะใหญ่สามโต๊ะ แต่ละโต๊ะนั่งได้ราวสี่สิบถึงห้าสิบคน
ในบรรดาคนที่มา มีหลายคนที่อู๋เป่ยไม่รู้จัก แต่ทุกคนพากันลุกขึ้นทักอู๋ต้าซิง บางคนเรียกเขาว่า “พี่อู๋” บางคนเรียก “ลุงอู๋” หรือ “อาจารย์” ทั้งหมดเป็นเพื่อนที่อู๋ต้าซิงรู้จักจากการทำงาน
เห็นได้ชัดว่าหลายคนยังไม่เคยเจออู๋เป่ย แต่ละคนก็หยิบซองแดงเล็กใหญ่หลากหลายแบบ ยัดใส่มืออู๋เป่ย
“เสี่ยวเป่ย สู้ ๆ นะ ต่อไปเป็นข้าราชการใหญ่ ให้จงโจวเราได้เชิดหน้าชูตา!”
“หลานชายคนโต เงินไม่มาก อย่าถือสา เอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายตอนอยู่โรงเรียน เธอเก่งกว่าเรา ๆ ทุกคน หวังว่าอนาคตจะรุ่งโรจน์ กลายเป็นคนมีหน้ามีตา!”
อู๋เป่ยรับซองแดงไปไม่นานก็ได้มาเป็นสิบ ๆ ซอง เล็กบ้างใหญ่บ้าง บางซองก็ราว 1,000-1,500 บาท บางซองมากกว่า 5,000 บาท คนพวกนี้เป็นคนขับแท็กซี่ธรรมดา รายได้ไม่สูง หาเช้ากินค่ำ แต่ดวงตาทุกคนเต็มไปด้วยคำอวยพร อู๋เป่ยเป็นลูกคนขับแท็กซี่ พูดได้ว่าเหมือนเป็น “คนบ้านเดียวกัน” กับพวกเขา อู๋เป่ยกลายเป็นที่หนึ่งของมณฑลเจียงหนานในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย พวกเขาก็ภูมิใจไปด้วย แม้เวลาผ่านไปอีกหลายปี ก็ยังพูดกับคนรอบตัวได้ว่า ลูกชายของเพื่อนฉัน ตอนนั้นสอบได้ที่หนึ่งของมณฑลเจียงหนาน สอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง!
อู๋เป่ยเพิ่งเก็บซองแดงเสร็จ ก็มีคนอีกกลุ่มหลั่งไหลเข้ามา บางคนรู้จัก บางคนไม่รู้จัก ครอบครัวของคุณป้ามาแล้ว ทั้งเพื่อนบ้านเก่า เพื่อนบ้านปัจจุบัน แม้แต่ครูและเพื่อนสมัยมัธยมต้นของอู๋เป่ยก็มาไม่น้อย
ทุกคนทั้งอวยพรอู๋เป่ย ทั้งยื่นซองแดงให้ไม่ขาด
อู๋เป่ยก็จนใจ ซองแดงเป็นน้ำใจของคน เขาไม่กล้าปฏิเสธ
ซองแดงจากคุณป้าใหญ่สุด ข้างในมีถึง 100,000 บาทเต็ม ๆ
ต่อมาจึงเป็นครูและเพื่อนสมัยมัธยมปลายของอู๋เป่ย แม้แต่ผู้บริหารโรงเรียนก็มาไม่น้อย และต่างก็ยื่นซองแดงให้อู๋เป่ยเหมือนกัน
คนที่มาร่วมแสดงความยินดีเกินสองร้อยคนแล้ว ห้องใหญ่ไม่พอ ต้องจัดห้องอื่นเพิ่ม ท้ายที่สุด ครอบครัวของอู๋เฉียงก็มาด้วย แน่นอนว่าคุณย่าก็อยู่ในกลุ่มนั้น นั่งกับญาติคนอื่น ๆ
อู๋เฉียงเคี้ยวเมล็ดทานตะวันไป ทำปากเบี้ยวไป พลางพูดว่า “เชอะ ก็แค่สอบได้ที่หนึ่งในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี่เอง คนไม่รู้คงคิดว่าเขาได้เป็นข้าราชการใหญ่แล้วมั้ง!”
ภรรยาอู๋เฉียงก็เสริม “นั่นสิ แค่สอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำซะเอิกเกริก ต้องเสียเงินเท่าไหร่เนี่ย!”
คุณย่ากวาดตาไปมา เห็นบนโต๊ะมีบุหรี่ดี ๆ หลายห่อ ก็รีบคว้าใส่กระเป๋าตัวเอง แล้วสั่งให้พนักงานเอาบุหรี่มาเพิ่ม สำหรับหลานชายอย่างอู๋เป่ย เธอไม่ได้ใส่ใจนัก
อู๋ต้าซิงแวะมาทักทายอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ไปต้อนรับแขกคนอื่นต่อ
คนมาเยอะ เหยียนเหลิ่งสือจึงมาด้วยตัวเอง ช่วยอู๋ต้าซิงดูแลแขก
คืนนั้นทั้งชั้นของโรงแรมคึกคักสุด ๆ อู๋เป่ยกลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของทุกคน
ในเวลาเดียวกัน ห้องวีไอพีหรูหราบนชั้นสองของโรงแรมก็มีงานฉลองอีกงาน เจ้าภาพคือ น้องชายของผู้บริหารเมืองจงโจว หวงซาง ที่ผู้คนเรียกกันว่า นายท่านรองหวง ลูกชายของหวงซางปีนี้สอบได้ดีเหมือนกัน คะแนนรวม 545 สามารถสมัครมหาวิทยาลัยชั้นนำได้
ในฐานะน้องชายของผู้บริหารเมือง นายท่านหวง จึงมีคนมาร่วมแสดงความยินดีมากเช่นกัน แม้จะไม่ถึงหลายร้อยให้เว่อร์ขนาดนั้น แต่ว่าห้องรับแขกก็แน่นไปด้วยคนราวแปดถึงเก้าสิบคน
แน่นอนว่าคนที่มาร่วมฉลองล้วนมีฐานะหรือมีอิทธิพล ซองแดงที่ให้แก่คุณชายใหญ่บ้านหวง น้อยสุดก็ราว 40,000-50,000 บาท หวงซางแสดงสีหน้าภาคภูมิใจอยู่ตลอด ท้ายที่สุด บ้านหวงจะมีลูกที่ทำคะแนนได้ดี ถือว่าไม่ง่ายเลย
หวงซางเดินตรงเข้าไปยังห้องใหญ่สุด ลูกน้องคนหนึ่งข้างกายเขาตะโกนลั่นว่า “ใครอนุญาตให้พวกคุณมาตั้งโต๊ะเลี้ยงที่นี่!”
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา ห้องโถงที่คึกคักก็เงียบกริบ ตอนนั้นอู๋เป่ยไม่อยู่ เขาไปห้องข้าง ๆ เพื่อเปลี่ยนชุด หานปิงเหยียนรู้ว่าเขาเอาชุดทหารมาด้วย ก็ยืนกรานให้เขาใส่ให้ทุกคนได้ชม อู๋เป่ยจนใจ จึงตามเธอไปเปลี่ยนเครื่องแบบทหารด้านหลัง
อู๋ต้าซิงเห็นว่าพวกนั้นมาด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร คิดว่าวันนี้เป็นวันมงคล ไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่ดี จึงยิ้มรับเข้าไปก่อนแล้วพูดว่า “ทุกท่าน เป็นเพราะพวกเรารบกวนพวกท่านหรือเปล่าครับ?”
คนนั้นถลึงตาใส่แล้วตะโกนว่า “ใช่ รบกวนแล้ว ให้เวลาพวกคุณห้านาที ไสหัวออกไปจากโรงแรมเดี๋ยวนี้!”
เดิมทีอู๋ต้าซิงยิ้มอยู่ แต่พอได้ยินอีกฝ่ายพูดไร้เหตุผล เขาก็ยิ้มไม่ออก พูดเสียงขรึมว่า “ไล่พวกเราออกไป ปากดีนักนะ!”
คนนั้นเดินมาบีบคออู๋ต้าซิง ยิ้มเยาะว่า “อยากรู้ว่าผมกร่างแค่ไหน เดี๋ยวก็เห็นเอง” พูดจบก็ตบหน้าอู๋ต้าซิงฉาดหนึ่ง
อู๋ต้าซิงโดนตบจนปากแตกเลือดซิบ แล้วล้มฟุบลงกับพื้น
เห็นดังนั้น อู๋เฉียงกลับยิ้มมุมปาก พึมพำกับภรรยาว่า “คนเราห้ามกร่างเกินไป กร่างแล้วเรื่องมักจะมาเอง ดูสิ มีคนทนไม่ไหวแล้วใช่ไหม?”
คุณย่าก็ฮึมฮัม ไม่ได้ห่วงเลยว่าลูกชายตัวเองจะเจ็บหรือไม่
กำลังจะเข้ามาทำร้ายต่อ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากหน้าประตู
“หยุด!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ
เรื่องนี้ไม่มีเปิดให้อ่านฟรีประจำวันแล้วเหรอครับ *-*...
ทำไมบางตอนถึงสั้นจังครับ...
เสียตังด้วยออ...
ก็แค่นิยายก๊อปปี้เนื้อเรื่องกันไปมาทำไมต้องเสียตังอ่าน😛😛😛...
ชอบอ่านฟรีมากกว่า555...
เวปนี้เสียเงินด้วยหรือผมอ่านมาหลายเรื่องแล้วผึ่งมาเจอระยะหลังต้องเสียเงิน...
น่าจะมีหักทาง ทรูมันนี่วอเล็ตบ้างนะคับ...
ใครเคยเติมบ้างแล้วครับ เติมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง...
แล้วเติมเหรียญยังงัย...
อ่านมาเพิ่นๆหลังๆมาเสียตังซะแล้ว...