เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดคุณหมอตาวิเศษ นิยาย บท 2637

ทั้งสองลงมาตรงริมถนนสายหนึ่งในเขตอำเภอหงอวิ่น แล้วโบกรถแท็กซี่คันหนึ่งขึ้นไป

สำเนียงคนแถวนั้นอู๋เป่ยฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่เขาปรับตัวได้เร็ว ไม่นานก็พอจะสื่อสารกับคนขับเป็นภาษาถิ่นท้องถิ่นได้แล้ว

“ลุง ไปหมู่บ้านซานซิง” รถแล่นไปได้สักพัก ซือหลานก็เอ่ยขึ้นมา

คนขับกลับเหยียบเบรกเอี๊ยด แล้วพูดว่า “ขอโทษทีนะ ไปหมู่บ้านซานซิงไม่ได้”

อู๋เป่ยถาม “ทำไมถึงไปไม่ได้ล่ะครับ”

คนขับไม่ได้อธิบายมาก แค่บอกว่า “ทั้งเมืองนี้ไม่มีคนขับคนไหนกล้าไปทางนั้นหรอก ขอโทษจริง ๆ”

อู๋เป่ยยิ้มถาม “เพิ่มเงินก็ไม่ได้เหรอครับ” พูดจบก็วางเงินสดหนึ่งหมื่นบาทไว้ตรงหน้าคนขับ

คนขับมองปึกเงินแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจ “ใครไม่อยากได้เงินล่ะ แต่ที่นั่นกฎเยอะเป็นพิเศษ เพื่อนร่วมอาชีพของผมไม่กี่คน แค่เพราะรับงานไปหมู่บ้านซานซิงครั้งเดียว คนหนึ่งเจ็บสาหัส คนหนึ่งกลายเป็นเจ้าชายนิทรา อีกคนหายสาบสูญจนทุกวันนี้”

อู๋เป่ยสนใจขึ้นมา ถามว่า “หมู่บ้านซานซิงมันอันตรายขนาดนั้นเลยเหรอ เป็นที่แบบไหนกันแน่”

คนขับทำหน้าประหลาด “ไม่รู้ว่าหมู่บ้านซานซิงเป็นที่ยังไงกันแน่ แล้วกล้าจะไปเหรอ”

อู๋เป่ยว่า “งี้ก็แล้วกัน ลุงไปส่งพวกเราให้ใกล้หมู่บ้านซานซิงที่สุดแล้วค่อยปล่อยลงก็ได้”

เขาไม่ได้ยืนยันจะต้องนั่งคันนี้ แต่เพราะความอยากรู้อยากเห็น เลยอยากฟังเรื่องหมู่บ้านซานซิงจากปากคนขับให้มากกว่านี้

พอเห็นแก่เงิน คนขับก็ขบกรามแล้วพูดว่า “ก็ได้ แต่บอกก่อนนะ ผมจอดให้ได้แค่ตรงที่ห่างจากหมู่บ้านซานซิงสักสิบกว่าลี้ พอถึงแล้วคุณสองคนต้องรีบลง ผมจะได้รีบกลับ”

อู๋เป่ยว่า “ตกลง แต่ลุงต้องเล่าเรื่องหมู่บ้านซานซิงให้ผมฟังด้วยนะ”

คนขับติดเครื่องแล้วเล่าไปเรื่อย ๆ ตามแบบคนเคยได้ยินข่าวมามาก ในคำบอกเล่าของเขา หมู่บ้านซานซิงเป็นสถานที่ลึกลับอย่างหาที่สุดไม่ได้ วิถีชีวิตของที่นั่นไม่เข้ากับคนยุคปัจจุบันเอาเสียเลย ยังรักษาอาคารโบราณเอาไว้มากมาย และที่สำคัญ ผู้หญิงในหมู่บ้านซานซิงจะไม่ออกเรือนไปข้างนอก ส่วนผู้หญิงจากข้างนอกที่อยากแต่งเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านซานซิง ก็ต้องผ่านการคัดเลือกหลายชั้น

ที่แปลกก็คือ ทั้งที่เป็นหมู่บ้านปิด แต่บรรดาสาวสวยวัยรุ่นกลับแย่งกันหัวชนฝา อยากจะแต่งงานเข้าไปให้ได้ เหตุผลก็ง่ายมาก ฝ่ายบ้านเจ้าบ่าวจากหมู่บ้านซานซิงให้สินสอดสูงลิ่ว ขั้นต่ำเริ่มที่สิบห้าล้านบาท บางรายให้ทีเดียวห้าสิบล้านหรือไม่ก็ร้อยห้าสิบล้านบาท

เพราะอย่างนี้ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ทั้งนักศึกษามหาวิทยาลัยสาว นักศึกษาปริญญาโทสาว นางแบบสาว ไปจนถึงดาราสาวระดับสี่ ล้วนแห่กันแต่งเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านนั้น

ผู้หญิงที่แต่งเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านซานซิง เวลามาโผล่ข้างนอกที ก็แต่งตัวประดับเพชรนิล ออกมาพร้อมเครื่องประดับระยิบระยับ รถที่ขับก็เป็นรถหรูราคาเหยียบล้านบาททั้งนั้น

ที่ฮือฮาที่สุดคือเมื่อสามปีก่อน หลานชายคนโตของผู้นำค่ายหมู่บ้านซานซิงแต่งงาน เขาทุ่มเงินห้าพันล้านบาท จัดประกวดนางงามขึ้นงานหนึ่ง ทำให้ผู้หญิงจากอำเภอและเมืองรอบ ๆ แห่มาสมัครกันไม่ขาดสาย ยอดผู้สมัครพุ่งเกินหนึ่งแสนคน

ท้ายที่สุด หลานชายคนโตของผู้นำค่ายก็เลือกสาวสวยวัยรุ่นจากหนึ่งแสนคนมาเป็นภรรยาของตัวเองสามคน แล้วจัดพิธีแต่งงานในเวลาไม่นานหลังจากนั้น งานแต่งนั้นยิ่งใหญ่เอิกเกริก มีบรรดาคนใหญ่คนโตจากประเทศซ่งมาร่วมงานกันคับคั่ง

ฟังถึงตรงนี้ อู๋เป่ยถามว่า “ลุง ถ้าหมู่บ้านซานซิงรวยขนาดนี้ ทำไมพวกคุณถึงไม่ยอมไปล่ะครับ”

สีหน้าคนขับแฝงแววหวาดกลัว “ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าแถวหมู่บ้านซานซิงมีคนถูกทำร้ายแบบไม่มีเหตุผลอยู่เรื่อย ๆ พอเกิดเหตุแบบนี้บ่อย ๆ คนก็ยอมอ้อมไปทางอื่นกันทั้งนั้น ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้หมู่บ้านซานซิงอีก”

อู๋เป่ยถามต่อ “แล้วคนในหมู่บ้านซานซิงเคยถูกโจมตีบ้างไหม”

คนขับส่ายหัว “อันนี้ไม่รู้จริง ๆ”

“แล้วลุงรู้ไหมว่าทำไมหมู่บ้านซานซิงถึงรวยขนาดนั้น”

คนขับว่า “ผมก็แค่ขับแท็กซี่ จะไปรู้อะไรเยอะแยะ รู้แค่ว่าคนหมู่บ้านซานซิงน่ะมีเงินจนน่าอิจฉา”

ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งสองก็มาถึงลานบ้านเก่าแก่เงียบสงบที่มีประวัติร้อยปี ประตูรั้วปิดเงียบ ดูท่าทางเหมือนไม่มีใครเปิดมานานมากแล้ว

อู๋เป่ยว่า “ที่นี่คงไม่มีใครมานานแล้ว ไม่รู้ว่าของที่เธอฝากไว้จะยังอยู่ไหม”

พอดีกับตอนนั้นเอง ที่บ้านพักข้าง ๆ มีชายชราคนหนึ่งเดินอ้อยอิ่งออกมา พอเห็นซือหลานกับอู๋เป่ย เขาก็ถามว่า “มาหาใครหรือ”

อู๋เป่ยหยิบเหรียญทองคำขนาดเท่าฝ่ามือที่ซือหลานให้ไว้ขึ้นมาโชว์ให้ชายชราดู “ผมมารับของที่นี่”

ชายชราเพ่งมองเหรียญทองคำอยู่นานเกือบครึ่งนาที แล้วก็โล่งอก ถอนหายใจยาว “ในที่สุดท่านก็มา! เชิญไปนั่งพักที่บ้านผมก่อน เดี๋ยวผมไปเชิญผู้นำค่ายมา!”

ชายชราพาทั้งสองไปนั่งในห้องรับแขก จากนั้นจึงไปเคาะระฆังเหล็กใบหนึ่งในลานบ้านที่ฝุ่นจับหนาเตอะ เสียงระฆังดังต่อเนื่องห้าครั้ง แผ่กระจายออกไปไกล

ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านพักหรูหราที่สุดหลังหนึ่งในหมู่บ้านซานซิง ชายวัยสี่สิบต้น ๆ คนหนึ่งกำลังเอนกายนอนอยู่บนตั่ง ใส่ชุดนอนผ้าไหมอย่างสบายศรีษะหนุนอยู่บนต้นขาขาวผ่องของหญิงสาวงดงามคนหนึ่ง ส่วนปากก็เคี้ยวผลไม้ที่สาวสวยอีกคนป้อนให้

จู่ ๆ เสียงระฆังก็ดังขึ้นหนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง

พอได้ยินเสียงระฆังครั้งที่สาม สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย พอถึงครั้งที่ห้า เขาก็กระโดดลุกพรวดผลักหญิงงามข้างตัวกระเด็นไปแล้วตะโกนลั่นว่า “รีบเรียกหัวหน้าคนสำคัญในค่ายมารวมตัวกันเดี๋ยวนี้!”

ชายคนนั้นลนลานอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็พยายามข่มใจให้สงบ ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องไปตามลูกชายมาก่อน

ลูกชายของเขาชื่อซือปี้ต้า เพิ่งแต่งงานเมื่อสามปีก่อน ได้ภรรยาสาวสวยมาแล้วสามคน แถมยังให้กำเนิดหลานชายอ้วนท้วมให้เขาสองคน

ไม่นาน ชายหนุ่มอายุยี่สิบต้น ๆ คนหนึ่งก็พุ่งเข้ามา ใต้ตาคล้ำ ผมก็เหลืองซีด นั่นแหละซือปี้ต้า ช่วงสามปีที่ผ่านมา ซือปี้ต้าแต่งเมียเพิ่มอีกเก้าคน รวมแล้วมีภรรยาสิบสองคน นี่ยังไม่รวมสาว ๆ ที่เลี้ยงไว้ข้างนอกหมู่บ้าน

แน่นอนว่า ถ้าเทียบกับพ่อของเขาอย่างซือฉางฟาแล้ว แค่นี้ยังเทียบไม่ติด เมื่อสิบกว่าปีก่อน ซือฉางฟาเหมาที่เขตบ้านพักตากอากาศทั้งย่าน แต่ละคฤหาสน์ในเขตบ้านพักตากอากาศนั้นล้วนมีผู้หญิงของเขาอยู่ทุกหลัง ซึ่งคฤหาสน์ที่นั่นมีเกือบสามร้อยหลังเลยทีเดียว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ