อู๋เป่ยสะดุ้งในใจ นึกขึ้นได้ว่าหลิวจินหลงหลงเย่มีศิษย์น้องคนหนึ่ง เป็นถึงแม่ทัพกองทหารองครักษ์ ผู้บัญชาการองครักษ์มังกรศักดิ์สิทธิ์สามหมื่นนาย เขาจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
“องครักษ์มังกรศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่องครักษ์ประจำพระองค์จักรพรรดิหรือไง ทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ได้?”
เขานึกยังไงก็ไม่เข้าใจ ต่อให้ตงหวางมีปัญหาอะไรขึ้นมา คนที่มาล้อมที่นี่ก็ไม่น่าจะเป็นองครักษ์มังกรศักดิ์สิทธิ์ หน้าที่ขององครักษ์มังกรศักดิ์สิทธิ์คือคุ้มครองจักรพรรดิ และรับคำสั่งจากจักรพรรดิเท่านั้น
ฉินจวี้เฟิงเหลือบมองไปทางพระราชวัง แล้วเอ่ยว่า “จักรพรรดิสวรรคตแล้ว!”
อู๋เป่ยตกตะลึง จักรพรรดิยังเหลือเวลาอีกตั้งสามปีกว่าจะสละราชย์ แล้วจะสวรรคตไปได้ยังไง?
ฉินจวี้เฟิงว่า “สถานการณ์ในวังถูกปิดเงียบ แต่กองทัพตามหัวเมืองต่าง ๆ เริ่มมีการเคลื่อนไหว ข้าสงสัยว่าในวังคงเกิดเรื่องใหญ่ ไม่อย่างนั้นจักรพรรดิจะสวรรคตได้ยังไง?”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับตงหวาง?” อู๋เป่ยหันมามองฉินจวี้เฟิง “บอกความจริงกับข้ามาเถอะ!”
ฉินจวี้เฟิงทำหน้าขมขื่น
“สามชั่วโมงก่อน ตงหวางได้รับราชโองการลับจากจักรพรรดิ ให้ยกทัพเข้าวังไปช่วยพระองค์ ตงหวางจงรักภักดีต่อแผ่นดินมาแต่ไหนแต่ไร จึงรีบเตรียมกองทัพทันที แต่พอเพิ่งรวบรวมไพร่พลเสร็จ องครักษ์มังกรศักดิ์สิทธิ์ก็ยกมาล้อมจวนอ๋องตะวันออกไว้”
อู๋เป่ยนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นเงาร่างก็สั่นไหวแล้วหายวับไปจากที่เดิม แม้แต่ฉินจวี้เฟิงยังไม่รู้ว่าเขาไปไหน ได้แต่ยืนมองไปทางจวนอ๋องตะวันออกแล้วทุบเท้าด้วยความร้อนใจ
ในห้องโถงบัลลังก์ ตงหวางนั่งอยู่กลางห้อง สีหน้าเคร่งขรึม เขากำลังตัดสินใจเรื่องสำคัญยิ่ง การตัดสินใจครั้งนี้เกี่ยวพันถึงความเป็นตายของทั้งตระกูล
ทันใดนั้น อู๋เป่ยก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายตงหวาง
ดวงตาตงหวางสว่างวาบ “อู๋เป่ย เจ้มาเสียที!”
ข้อมูลที่ฉินจวี้เฟิงรู้มีจำกัด แถมการตัดสินของอีกฝ่ายอาจไม่แม่นยำนัก อู๋เป่ยจึงต้องมาพบตงหวางด้วยตัวเอง ไม่ว่าเรื่องวันนี้จะเริ่มต้นจากอะไร ตงหวางก็เคยดูแลเขามาโดยตลอด อย่างไรก็ต้องยืนอยู่ข้างตงหวาง
“ท่านอ๋อง ข้างในวังเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ท่านพอจะรู้ไหม?”
ตงหวางพยักหน้าเบา ๆ ก่อนโบกมือไล่คนอื่นให้ออกไปให้หมด
“องค์รัชทายาทถูกองค์ชายหกบีบจนจนตรอก จึงตัดสินใจเดินหมากเสี่ยง ใช้พิษฆ่าจักรพรรดิ ตอนนี้เหล่าองค์ชายกับเชื้อพระวงศ์หวงซื่อต่างพากันมารวมตัวในวัง ชิงราชบัลลังก์กัน แต่คนที่มีโอกาสมากที่สุดคือองค์รัชทายาทกับองค์ชายหก”
อู๋เป่ยถาม “จักรพรรดิสวรรคตจริง ๆ หรือ?”
ตงหวางว่า “ข้ามีช่องทางข่าวของตัวเอง จักรพรรดิสิ้นพระชนม์แน่นอน ศพดำมืดดั่งหมึก”
อู๋เป่ยถามต่อ “แล้วท่านอ๋องคิดจะทำอย่างไร?”
ตงหวางเงียบงันอยู่นาน มือกำที่เท้าเก้าอี้ไล้ไปมาเบา ๆ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น
“กินข้าวเจ้าก็ต้องภักดีต่อเจ้า เมื่อข้าได้รับราชโองการลับมาแล้วก็ย่อมทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ ในราชโองการของจักรพรรดิระบุไว้ชัดเจน หากช่วยพระองค์ไม่ทัน ให้ส่งมอบบัลลังก์แก่องค์ชายสิบ”
อู๋เป่ยประหลาดใจไม่น้อย ไหงจู่ ๆ มีองค์ชายสิบโผล่มาอีกคน?
“องค์ชายสิบเป็นคนที่เงียบที่สุดในบรรดาองค์ชายทั้งหลาย อายุเพียงสิบเจ็ดปี แถมยังไม่มีใครหนุนหลัง ตอนที่ข้าเห็นราชโองการลับยังตกใจไม่น้อย” สีหน้าตงหวางเต็มไปด้วยความฉงน “ถ้าฝ่าบาทคิดจะสถาปนาองค์ชายสิบจริง ๆ เหตุใดไม่หนุนเขาตั้งแต่เนิ่น ๆ กันเล่า?”
“หรือว่าราชโองการลับจะเป็นของปลอม?” อู๋เป่ยเอ่ยความเป็นไปได้ข้อหนึ่ง
ตงหวางส่ายหน้า น้ำเสียงหนักแน่น
อีกฝ่ายตอบ “องครักษ์มังกรศักดิ์สิทธิ์ ผู้บัญชาการสามค่ายทัพ อินเป่า!”
“แม่ทัพใหญ่นายพวกเจ้าไม่มาด้วยหรือ?” อู๋เป่ยถาม เขาอยากจะพบศิษย์น้องของหลิวจินหลงหลงเย่คนนั้นอยู่พอดี
อินเป่าฮึดฮัดเย็นชา “แค่ล้อมจวนอ๋องตะวันออกจวนเดียว ยังไม่ถึงขั้นให้แม่ทัพใหญ่ของพวกข้าต้องออกโรงหรอก”
อู๋เป่ยว่า “ปากเก่งไม่เบานี่”
พูดยังไม่ทันจบ เขาก้าวเท้าออกไปเพียงก้าว เดี๋ยวเดียวเงาร่างหลายสิบก็พุ่งฉิวไปตามพื้น วินาทีต่อมา เหล่าองครักษ์รวมถึงอินเป่าต่างก็ร่วงลงไปกองกับพื้นพร้อมกัน
คนที่เหลือตกใจสะดุ้ง พอเห็นหัวหน้าล้มไปแล้วก็ไม่กล้ากระดุกกระดิกอีก
อู๋เป่ยไม่คิดสนใจพวกนั้นต่อ เอ่ยสั้น ๆ ว่า “ไป!”
จากนั้นคณะของพวกเขาก็ยกขบวนมุ่งหน้าไปยังพระราชวัง
การจะเข้าสู่พระราชวัง ห้ามใช้วิชาหลบหนี ต้องเดินเข้าประตูใหญ่ต่อหน้าสายตาผู้คน เพราะตงหวางไปในฐานะขุนนางผู้ดูแลราชบัลลังก์ ที่จะออกหน้าสนับสนุนการขึ้นครองราชย์ขององค์ชายสิบ
การเดินทางครั้งนี้ตงหวางยังพายอดฝีมือมากมายติดตามไปด้วย นอกจากนี้กองทัพหลายหมื่นนายใต้บัญชาของเขาก็จะมาปรากฏตัวที่นอกวังตรงเวลา ขอเพียงเขาเอ่ยคำสั่งเดียว กองทัพนับหมื่นก็พร้อมจะบุกทะลวงเข้าพระราชวัง!
เมื่อมาถึงหน้าประตูพระราชวัง น่าแปลกที่กลับไม่เห็นผู้พิทักษ์สักคน มีเพียงชายชราราวหกสิบถึงเจ็ดสิบปีคนหนึ่ง ผมขาวประปราย ทั้งตัวแทบไม่มีเนื้อ เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เขานั่งอยู่ตรงนั้น มือถือไปป์ยาสูบแห้งสูบควันฟุ้งไม่ขาดสาย
พอเห็นคณะของตงหวาง ชายชราผอมแห้งก็แย้มยิ้มเผยฟันเหลืองทั้งปาก พลางว่า “ตงหวางฝ่าบาท วันนี้ประตูบานนี้ไม่เปิดให้ผ่าน ขอเชิญทุกท่านกลับไปทางเดิมเถอะ”
พอเห็นคนผู้นี้ สีหน้าของตงหวางก็หม่นลง เขาเอ่ยว่า “คุณชายฮู ท่านไม่ได้ปลดเกษียณไปแล้วหรือ? ในเมื่อเกษียณแล้วก็ควรพักผ่อนอยู่บ้านอย่างสบาย ๆ จะมายุ่งกับน้ำขุ่น ๆ พวกนี้ไปทำไมกัน?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ
เรื่องนี้ไม่มีเปิดให้อ่านฟรีประจำวันแล้วเหรอครับ *-*...
ทำไมบางตอนถึงสั้นจังครับ...
เสียตังด้วยออ...
ก็แค่นิยายก๊อปปี้เนื้อเรื่องกันไปมาทำไมต้องเสียตังอ่าน😛😛😛...
ชอบอ่านฟรีมากกว่า555...
เวปนี้เสียเงินด้วยหรือผมอ่านมาหลายเรื่องแล้วผึ่งมาเจอระยะหลังต้องเสียเงิน...
น่าจะมีหักทาง ทรูมันนี่วอเล็ตบ้างนะคับ...
ใครเคยเติมบ้างแล้วครับ เติมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง...
แล้วเติมเหรียญยังงัย...
อ่านมาเพิ่นๆหลังๆมาเสียตังซะแล้ว...