เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดนักรบจอมราชัน นิยาย บท 1135

ตอนที่ 1135 พ่อลูกที่ไม่รู้จักกัน

………………..

หกโมงเช้าของวันรุ่งขึ้นเครื่องบินก็ลงจอดตรงเวลาที่สนามบินในเมืองซีจิงและหว่านไห่ก็หมดความอดทนอย่างเห็นได้ชัดเพราะเขาคิดและกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ตั้งแต่เครื่องยังไม่ลงจอด

หลังจากออกจากสนามบินไปหว่านไห่ก็โบกแท็กซี่และตรงไปยังมหาวิทยาลัยซีจิงทันที ที่ทางเข้ามหาวิทยาลัยซีจิงนั้นเยว่เหอตู,ฟู่เซิง,หยุนโอ่วเทียนและหลี่ซือก็กำลังรออยู่ที่นั่น ในตอนนี้ทั้งสามคนถือได้ว่าเป็นคนที่โด่งดังและมีอิทธิพลพอสมควรในมหาวิทยาลัยและมีเพียงไม่กี่คนคนนั้นที่ไม่รู้จักพวกเขา เพราะวีรกรรมของพวกเขานั้นเป็นที่พูดถึงกันอย่างเพราะโดยระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่พวกเขาสามคนได้เริ่มจัดตั้งบริษัทเป็นของตัวเองและพวกเขาก็สำเร็จในธุรกิจดังกล่าวจนทำให้หลายๆ คนอิจฉาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งสามคนยังชัดเจนมากด้วยว่าเหตุผลที่พวกเขามีทุกวันนี้ได้ก็เพราะเย่เชียนเพราะฟู่เซิงกับเยว่เหอตูนั้นมีภูมิหลังที่ไม่ดี ดังนั้นถ้าหากเย่เชียนไม่ให้โอกาสพวกเขาล่ะก็พวกเขาจะมีทุกวันนี้ได้อย่างไร?แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ก็มาจากความพยายามของพวกเขาเช่นกัน อันที่จริงความสำเร็จดังกล่าวถ้าหากมีคนยื่นโอกาสมาให้แล้วพวกเขาไม่พยายามล่ะก็มันก็ไม่สำเร็จอยู่ดีและพวกเขาจะต้องละทิ้งโอกาสเหล่านั้นไปอย่างไร้ประโยชน์

เมื่อรู้ว่าเย่เชียนกำลังจะมาในวันนี้หลี่ซือก็นอนไม่หลับทั้งคืนเพราะเธอตื่นเต้นมากจนไม่รู้ว่าทำไมเพราะในช่วงเช้าตรู่เธอขอให้คนที่บ้านพาเธอมาส่งอย่างสง่างามโดยเธอแต่งตัวและแต่งหน้าอย่างสวยงามและเปล่งประกายอย่างมาก

ขณะยืนรออยู่หลี่ซือก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยและเธอก็ดูกระวนกระวายเหมือนภรรยาที่รอสามีกลับบ้าน เมื่อเห็นเธอเป็นแบบนี้ฟู่เซิงก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “นี่ๆพี่สะใภ้จะใจร้อนไปไหน..ไม่ต้องกังวลหรอกเดี๋ยวลูกพี่ก็มา..ตอนนี้ยังมีเวลาเตรียมตัวอยู่นะ”

หลี่ซือมองฟู่เซิงอย่างว่างเปล่าและพูดว่า “อะไร..นายอิจฉาเหรอ?”

“อิจฉาเหรอ? ..ถึงฉันจะไม่หล่อเท่าลูกพี่แต่สาวๆ หลายคนก็สนใจฉัน..ตอนนี้ฉันโด่งดังกว่าลูกพี่ซะอีก” ฟู่เซิงยิ้มและพูด

“แต่ฉันก็ดีกว่านายก็แล้วกัน” ฟู่เซิงพูดพร้อมชูนิ้วกลางให้เยว่เหอตู

เมื่อเห็นรถแท็กซี่ค่อยๆ ขับเข้ามาอย่างช้าๆ และด้วยเหตุผลบางอย่างหัวใจของเยว่เหอตูก็สั่นเทาอย่างอธิบายไม่ถูกและมีความรู้สึกแปลกๆ เกิดขึ้นในใจเขา เขาไม่รู้ว่าทำไมแต่มันแปลกมากและเมื่อเห็นเยว่เหอตูข้างๆ ที่จู่ๆ ก็เงียบไปอย่างกะทันหันฟู่เซิงก็มองเขาด้วยความประหลาดใจและพูดว่า “เหอตูนายโกรธฉันเหรอ? ..เอาหน่าฉันก็แค่ล้อเล่นทำไมนายถึงต้องจริงจังด้วย?”

เยว่เหอตูยิ้มอย่างไม่เต็มใจและพูดว่า “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก..จู่ๆ ฉันก็รู้สึกแปลกๆ”

“นายเป็นอะไรของนาย?” ฟู่เซิงถามด้วยความประหลาดใจ

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน..ฉันบอกไม่ได้มันรู้สึกแปลกๆ” เยว่เหอตูพูด

“นี่นายหรือว่า? ..อย่าบอกนะว่านายตกหลุมรักลูกพี่น่ะ? ..นี่พี่สะใภ้เหอตูมันตกหลุมรักลูกพี่น่ะ” ฟู่เซิงตั้งใจทำให้บรรยากาศคึกคักอย่างจงใจแต่ดูเหมือนทุกคนจะไม่เล่นด้วยเพราะดวงตาของหลี่ซือจับจ้องไปที่รถแท็กซี่และมือของเธอก็จับที่มุมเสื้อผ้าของเธอโดยไม่รู้ตัวและรู้สึกประหม่าอย่างมาก แต่หยุนโอ่วเทียนกลับรู้สึกกระวนกระวายและเขานั้นก็ถือคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คแล้วหันไปหันมา

“เอี๊ยด!” ด้วยเสียงเบรกรถแท็กซี่ก็หยุดและประตูก็เปิดออกจากนั้นเย่เชียนก็ก้าวออกมาจากรถแล้วหว่านไห่ก็ตามมาอย่างใกล้ชิดและดวงตาของเขาก็จ้องไปที่เยว่เหอตูและคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างหน้าเขา สายตาของเขากวาดมองไปทีละคนราวกับว่ากำลังพยายามค้นหาว่าในสามคนนี้ใครคือเยว่เหอตู

ก่อนที่เย่เชียนจะเดินมาถึงหลี่ซือก็กระโดดเข้าไปกอดเย่เชียนทันทีโดยใช้มือทั้งสองข้างกอดเอวของเย่เชียนเหมือนปลาหมึกและเธอก็ไม่สนใจใครอีกต่อไปและจูบเย่เชียนอย่างดุเดือดจนเย่เชียนไม่ทันได้ตั้งตัว

เป็นเวลานานที่หลี่ซือจูบเย่เชียนอย่างดูดดื่มและใบหน้าของเธอก็แดงก่ำและมีเสน่ห์และจากนั้นเธอก็จ้องไปที่เย่เชียนและพูดอย่างเย้ยหยันว่า “นายมันเลว..นายหายไปนานมาก..ทำไมนายไม่โทรมาหาฉันบ้าง..รู้มั้ยว่าฉันคิดถึงนายมากแค่ไหน? ..พูดออกมาสิว่านายคิดถึงฉันหรือเปล่า?”

“ใช่..ฉันคิดถึงเธอ” เย่เชียนพยักหน้าอย่างหนักหน่วงและพูดว่า ในเวลานี้แม้แต่คนโง่ก็พูดไม่ได้ว่าเขาไม่ต้องการเพราะนั่นเป็นการมองหาความตายอย่างเห็นได้ชัด

“ฉันจะเชื่อนายแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น..หึ!” หลี่ซือพูด

เย่เชียนก็ยิ้มอย่างเขินอายและมองไปที่หว่านไห่ช้าๆ จากนั้นเขาก็หันไปมองหลี่ซือแล้วพูดว่า “นี่เธอผอมลงไปเยอะเลย..เธอไม่กลัวคนอื่นจะมองว่าเธอไม่สวยเหมือนแต่ก่อนแล้วเหรอ?”

เย่เชียนตบไหล่ของเยว่เหอตูแล้วพูดว่า “ฉันจะพูดยังไงดีล่ะ..เอาเป็นว่าไม่ต้องกังวลไปหรอก..นายกลัวว่าฉันจะหลอกนายอย่างงั้นเหรอ?”

“เอ่อผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น” เยว่เหอตูยิ้มอย่างเขินอายแล้วพูดแต่เขายังคงมีความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกอยู่ในใจแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เขายังคงเชื่อในตัวของเย่เชียนและไม่ว่าเหตุผลใดก็ตามเย่เชียนก็จะไม่มีวันทรยศเขาอย่างแน่นอน เขาจะไม่เสียใจเพราะเย่เชียนมอบทุกอย่างให้กับเขาและถ้าไม่ใช่เพราะเย่เชียนแล้วล่ะก็เขาอาจจะต้องทำงานพาร์ทไทม์ไปตลอดและได้แค่เงินเดือนเล็กๆ น้อยๆ แต่แล้วตอนนี้ล่ะไม่ต้องพูดถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ใดๆ เพราะตอนนี้เขาไม่ได้ด้อยเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว หลังจากไปถึงโรงน้ำชาแล้วทั้งสามก็ตรงไปที่ชั้นสองและนั่งข้างหน้าต่าง จากนั้นเย่เชียนก็สั่งชาหลงจิ่งแล้วเหลือบมองเยว่เหอตูและพูดว่า “เหอตู..ฉันจะเล่าอะไรที่สำคัญให้ฟัง” เยว่เหอตูอดไม่ได้ที่จะชะงักเล็กน้อยและเหลือบมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจและเขาก็ไม่เข้าใจว่าเย่เชียนหมายถึงอะไรแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธและพยักหน้าตอบ

หลังจากที่เย่เชียนเหลือบไปมองที่หว่านไห่แล้วเขาก็ค่อยๆ อธิบายเรื่องของหว่านไห่และซวนหมิงอย่างละเอียด แน่นอนว่าหัวข้อที่สำคัญที่สุดคือเยว่เหอตูเป็นลูกชายของหว่านไห่ ในตอนที่พวกเขาอยู่บนเครื่องบินเมื่อคืนนี้หว่านไห่ก็บอกกับเย่เชียนทุกอย่างดังนั้นเย่เชียนจึงสามารถพูดได้อย่างถูกต้อง

ไม่รู้ว่าเย่เชียนพูดได้ดีหรือหว่านไห่นั้นยังคงสะเทือนใจอยู่กันแน่เพราะเมื่อเย่เชียนพูดจบใบหน้าของหว่านไห่ก็เต็มไปด้วยน้ำตา และเยว่เหอตูที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ตกตะลึงมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามหลังจากฟังคำพูดของเย่เชียนแล้วเยว่เหอตูก็มีความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ในใจและมองไปที่เย่เชียนแล้วถามว่า “เอ่อ..ลูกพี่..เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับผมจริงๆ ใช่มั้ย?”

.

.

.

.

.

.

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน