ตอนที่ 1151 เรียกประชุมหารือ
………………..
ไต้หวันนั้นมีองค์กรใต้ดินหลายแห่งและไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆเช่นเดียวกับประเทศที่ญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าไต้หวันจะขยายอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจริงจังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากเบื้องบนได้เพิกเฉยต่อสภาพแวดล้อมของบ้านเมืองมันจึงนำไปสู่การเติบโตขององค์กรใต้ดินและนั่นก็ทำให้อาวุธเถื่อนจากประเทศสหรัฐอเมริกาถูกนำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันไม่ใช่เงินเพียงเล็กๆน้อยๆเลย
เย่เชียนไม่ใช่คนที่อารมณ์ร้อนและจะไม่สนใจคำพูดของเบื้องบนเกี่ยวกับการปฏิวัติประเทศญี่ปุ่น ส่วนนโยบายของรัฐบาลจีนเกี่ยวกับไต้หวันนั้นเย่เชียนก็เห็นด้วยเพราะถึงแม้ว่าเย่เชียนจะสามารถครอบครองไต้หวันได้ก็ตามแต่ถ้าหากไต้หวันเหลือแค่เมืองเปล่าๆนั้นมันจะไปมีประโยชน์อะไร? ซึ่งปัญหามากมายไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจนด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ ดังนั้นหูวหนานเจียนจึงขอให้เย่เชียนบรรลุผลด้วยวิธีการดังกล่าวและอันที่จริงเย่เชียนก็เห็นด้วยอย่างมาก
การกำจัดศัตรูโดยไม่ต่อสู้นั้นถือเป็นกลยุทธ์ขั้นสูงสุดในการรบและแน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่ยากมากและต้องใช้เงื่อนไขมากมาย อย่างไรก็ตามหูวหนานเจียนก็เชื่อว่าเย่เชียนมีความสามารถเหล่านี้และเย่เชียนก็ไม่อยากพลาดโอกาสดีๆแบบนี้อีกด้วย ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่อยากเข้าสู่แวดวงการเมืองแต่เขาก็ไม่รังเกียจที่จะเปลี่ยนไต้หวันให้เป็นเหมือนประเทศญี่ปุ่นและทำให้ไต้หวันเป็นดินแดนและฐานทัพขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า
จิตใจของนักการเมืองเป็นสิ่งที่เข้าใจยากที่สุดและเย่เชียนก็ไม่โง่พอที่จะคิดว่าเขาสามารถเข้าใจความคิดของนักการเมืองได้อย่างง่ายดาย อันที่จริงแม้แต่นักการเมืองของประเทศจีนเองก็ยังเป็นที่รู้จักในโลกกว้างเพราะนักการเมืองเหล่านี้มีชื่อเสียงมากในแวดวงและพวกเขาก็สามารถหากลยุทธ์และศิลปะแห่งสงครามของซุนวูมาประยุกต์ใช้เสมอ ดังนั้นถึงแม้ว่าตอนนี้ทุกอย่างจะดูเหมือนจะสงบและไม่มีปัญหาก็ตามแต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรดังนั้นเย่เชียนจึงต้องกังวลเกี่ยวกับอนาคตของเขาและวางแผนให้ดีที่สุด
คนที่ประสบความสำเร็จไม่ควรสนใจแต่สถานการณ์ในปัจจุบันแต่ต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลด้วย ถ้าต้องเดินต่อชีวิตก็เหมือนเล่นหมากรุกและถ้าพิจารณาแต่สถานการณ์ปัจจุบันล่ะก็ภาระที่แบกรับอาจจะลดลงก็จริงแต่ทว่ามันก็มีโอกาสที่จะล้มเหลวมากขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน
หลังจากวางสายของหยานเทียนเป่าแล้วเย่เชียนก็เอนกายลงบนโซฟาแล้วหรี่ตาเล็กน้อยเพื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบบุหรี่ออกมาจุดไฟ เพราะภารกิจที่เย่เชียนมอบให้กับหยานเทียนเป่าทำนั้นเป็นส่วนสำคัญสำหรับเขาที่จะครองโลกใต้ดินของไต้หวันได้ ดังนั้นถ้าหากมีอะไรผิดพลาดล่ะก็การเตรียมการมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะพังทลายไม่เหลือชิ้นดีและถึงแม้ว่าจะมีการโทรปรึกษากันเป็นครั้งคราวในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ตามแต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมั่นใจสิ่งต่างๆได้ผ่านการคุยโทรศัพท์ แต่แน่นอนว่าจะมีผู้นำที่ประสบความสำเร็จคนไหนที่จะไม่รู้ความคิดของผู้ใต้บังคับบัญชาบ้าง?
หลังจากที่โทรศัพท์ดังขึ้นสองสามครั้งอีกฝ่ายก็รับสายและเสียงของหวางหมิงก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม “บอสครับตอนนี้บอสอยู่ที่ไหน?..ผมกำลังจะโทรหาบอสพอดีเพราะมีบางอย่างผิดปกติที่นี่”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
“เมื่อวานหัวหน้าขององค์กรเทียนเต๋าถูกฆ่าและศพของเขาก็ถูกทิ้งในถิ่นทุรกันดารและสถานการณ์ขององค์กรเทียนเต๋าในตอนนี้กำลังวุ่นวายอย่างมาก” หวังหมิงซูพูด “บอสครับตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างที่จะเลวร้ายพอสมควรเลย..เรากำลังเคลื่อนไหวแบบเปิดเผยและที่เป็นความลับก็ส่วนหนึ่งเพราะงั้นมันจะกระทบต่อแผนการของเราจนมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเปล่าครับ?”
“แบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ?” เย่เชียนตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขาและพูดว่า “ฉันเพิ่งจะมาถึงไต้หวันในวันนี้และดูเหมือนว่าพระเจ้าจะกำลังช่วยฉันอยู่สินะ”
“บอสครับผมเกรงว่ามันจะไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะถ้าเราพลาดมันก็เป็นไปได้มากที่แผนการที่เราวางเอาไว้ตั้งแต่แรกๆมันจะไร้ประโยชน์” หวังหมิงซูพูด
“อืม” เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ถ้างั้นพรุ่งนี้นายก็เช้ามาที่บ้านของฉันตอนเก้าโมงเช้าและหลังจากที่เราพบกันเราค่อยหารือในรายละเอียดว่าจะแก้ไขมันยังไง”
“บอสทีแผนการที่จะเคลื่อนไหวครั้งใหญ่หรือเปล่าครับ?” หวังหมิงซูถาม
“เดี๋ยวนายจะได้รู้หลังจากที่เราเจอกัน..ตอนนี้พูดอะไรมากไปก็เปล่าประโยชน์เพราะงั้นฉันจะรอนายพรุ่งนี้เช้าและฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาสายด้วย” หลังจากพูดเย่เชียนบอกกับหวังหมิงซูเกี่ยวกับที่อยู่ของเขาแล้ววางสายไป ในการสนทนาสั้นๆในตอนนี้อย่างน้อยๆน้ำเสียงของหวังหมิงซูก็ยังดูปกติและกระตือรือร้นอย่างมาก แต่ทว่าทุกอย่างจะได้รับการยืนยันหลังจากได้พบกันในวันพรุ่งนี้
อย่างไรก็ตามเมื่อเย่เชียนได้ยินเรื่องแบบนี้ที่เกิดขึ้นกับองค์กรเทียนเต๋าแล้วเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและแอบสงสัยว่าใครทำสิ่งนี้ จะเป็นองค์กรสามมุมเมืองหรือเปล่า? หรือองค์กรซูเหลียนกันแน่? หรืออาจจะเป็นคนอื่น? เย่เชียนไม่สามารถรู้ได้และสิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้ก็คือรอสถานการณ์ดำเนินต่อไปเพราะเย่เชียนเชื่อว่าอีกฝ่ายจะปรากฏตัวขึ้นแล้วเขาก็จะรู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายว่าต้องการอะไรนั่นเอง
ตอนนี้เย่เชียนทำได้เพียงแค่รอและหลังจากที่หยายเทียนเป่ากับหม่าฮงจงรายงานสถานการณ์โดยรวมตามความเป็นจริงแล้วเย่เชียนก็จะสามารถจัดการสิ่งต่างๆได้อย่างสมเหตุสมผลที่สุด ดังนั้นตอนนี้การคิดมากเกินไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรและอีกอย่างการที่เย่เชียนเดินทางไปรอบๆทะเลเย่เชียนก็เหนื่อยอย่างมากและถึงแม้ว่าสมรรถภาพทางร่างกายของเขาจะดีเยี่ยมแต่เขาก็ไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตในทะเลจริงๆ
เย่เชียนก็ยิ้มอย่างขมขื่นและรู้สึกลำบากมากขึ้นเรื่อยๆเพราะเหลียงหยาน ถึงแม้ว่าเขาจะเคยรับมือกับเธอมาก่อนแต่ก็ไม่ได้ยากเหมือนครั้งนี้และดูเหมือนว่ามีบางอย่างอยู่ในใจของเธอตลอดเวลา “ถ้างั้นก็กินก่อนแล้วค่อยคุยกันวันอื่นก็แล้วกัน” เย่เชียนรีบก้มหน้าแล้วยัดอาหารเข้าปากทันทีและไม่กล้ามองเหลียงหยานอีกเลยไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นอีก
หัวใจของเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะไตร่ตรองเพราะคราวนี้ซ่งหลันดูเหมือนจะกระตือรือร้นเกินไปเพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนซ่งหลันก็แค่สั่งให้คนของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปมาคอยต้อนรับเย่เชียนเพียงเท่านั้น ซึ่งถ้าหากเย่เชียนต้องการอะไรก็แค่โทรไปหาเธอโดยตรงแต่คราวนี้เธอกลับสั่งให้เหลียงหยานมาคอยดูแลเรื่องอาหารและชีวิตประจำวัน หรือนี่เป็นเพราะเหลียงหยานเป็นผู้ช่วยคนโปรดของซ่งหลันกันแน่? แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเย่เชียนไม่มีเวลามาคิดมากอยู่ดี
เมื่อเห็นว่าเย่เชียนเงียบไปเหลียงหยานก็ไม่พูดอะไรอีกและเธอก็ก้มหน้าลงและกินอย่างเงียบๆ ส่วนทีวีในห้องนั่งเล่นก็ยังคงเปิดอยู่และข่าวก็กำลังออกอากาศไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังข่าวของคนในวงการบันเทิงเหล่านั้นแต่เย่เชียนก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่ในเวลานี้เขาพบว่าใบหน้าของเหลียงหยานค่อยๆมืดมนและเธอก็เริ่มหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆจนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะผงะไปครู่หนึ่งแล้วมองเธอด้วยความประหลาดใจ
“ไอ้สารเลว” เหลียงหยานพึมพำ
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนถึงกับตกตะลึงไปครู่หนึ่งและไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเพราะเขาไม่เข้าใจว่าเขาไปทำให้เธอโกรธตอนไหน เขาเลยตำหนิตัวเองและเมื่อเห็นสีหน้าเธอดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่เย่เชียนก็ไม่คิดที่จะโกรธเธอ เมื่อเหลียงหยานเห็นการแสดงออกของเย่เชียนเธอก็รู้ได้ว่าเย่เชียนกำลังคิดอะไรอยู่ดังนั้นเธอจึงรีบพูดว่า “ฉันไม่ได้พูดถึงพี่เย่ฉันกำลังพูดถึงเขา” ขณะที่เธอพูดเธอเหลือบมองไปที่ทีวีในห้องนั่งเล่น
.
.
.

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน