ตอนที่ 1154 คำเชิญ
………………..
เซินเฉาหยางผู้นำขององค์กรเทียนเต๋าเพิ่งจะเสียชีวิตไปแต่เซินเจี๋ยกลับมัวแต่สนุกและรื่นเริงไปกับการดื่มและเที่ยวซึ่งทำให้เย่เชียนประหลาดใจเล็กน้อยเพราะเซินเจี๋ยควรจะยุ่งอยู่กับการจัดงานศพให้ของพ่อของเขาในเวลานี้ นอกจากนี้องค์กรเทียนเต๋าที่เป็นองค์กรใหญ่ถ้าหากองค์กรแบบนี้สูญเสียผู้นำไปล่ะก็มันจะต้องวุ่นวายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าเซินเจี๋ยไม่ต้องการสืบทอดตำแหน่งผู้นำขององค์กรเทียนเต๋าเลยงั้นเหรอ?
เซินเจี๋ยก็ยิ้มเล็กน้อยและเหลือบมองเหลียงหนานแล้วพูดว่า “พี่สะใภ้เก่งมาก..ผู้หญิงที่ไม่เกรงกลัวผู้ชายหาได้ยากมากในสมัยนี้”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ต้องไปชมเธอหรอกไม่อย่างนั้นเธอจะได้ใจ..ฉันต้องขอบคุณสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ด้วย..ถ้าไม่ใช่เพราะนายแล้วฉันก็ไม่รู้จริงๆว่าจะต้องทำยังไงกับผลที่ตามมา”
“พวกเรายินดีต้อนรับเสมอ..ทุกคนมาที่นี่เพื่อออกมาสนุกสังสรรค์เพราะงั้นมันก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันและนอกจากนี้ผมก็ไม่ได้ทำอะไรเลย..ถึงแม้ว่าผมจะไม่เข้าไปยุ่งผมก็เชื่อว่าคุณสามารถจัดการพวกนั้นได้อยู่ดี” เซินเจี๋ยพูด “ถ้างั้นผมขอแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการก็แล้วกัน..ผมเซินเจี๋ยแห่งองค์กรเทียนเต๋า..ว่าแต่พี่ชายชื่ออะไรเหรอ?”
“ทุกคนเรียกฉันว่าพี่เย่เพราะงั้นนายก็เรียกฉันแบบนั้นก็ได้” เย่เชียนไม่ได้พูดชื่อของเขาโดยตรงเพราะถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะยังไม่มีอิทธิพลเบื้องหน้าในไต้หวันก็ตามแต่เขาก็ต้องเคยได้ยินคนในองค์กรพูดถึงเกี่ยวกับเขาอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เย่เชียนไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของเซินเจี๋ยคืออะไรดังนั้นเย่เชียนจึงไม่สะดวกจริงๆที่จะเปิดเผยตัวตนของเขา
“ดูจากความสามารถของพี่เย่แล้วดูเหมือนว่าพี่เย่จะอยู่ในกองทัพใช่มั้ย?” เซินเจี๋ยพูด
“เอ่อ..ฉันเคยสังกัดหน่วยรบพิเศษนาวิกโยธินของกองทัพจีนน่ะและเพิ่งจะปลดประจำการได้ไม่นานเพราะงั้นฉันจึงไม่มีอะไรทำก็เลยมาเที่ยวดื่มไปวันๆ” เย่เชียนพูด
“ฝีมือของพี่เย่ไม่ธรรมดาเลยเพราะงั้นมันน่าเสียดายถ้าจะต้องกินและดื่มเที่ยวไปวันๆ..เพราะงั้นพี่เย่สนใจทำงานที่ยิ่งใหญ่หรือเปล่า?” เซินเจี๋ยกล่าว “ด้วยความสามารถของพี่เย่แล้วผมเชื่อว่าคุณจะต้องสร้างชื่อเสียงได้อย่างแน่นอน”
เย่เชียนก็ยิ้มในใจเพราะดูเหมือนว่าเซินเจี๋ยคนนี้กำลังพยายามจะซื้อใจเขา “ฉันเคยคิดเรื่องนี้มาได้สักพักแล้วแต่มันไม่ง่ายเลยที่จะทำอะไรในยุคสมัยนี้..อีกอย่างถึงแม้ว่าฉันจะไม่ใช่คนหัวรุนแรงแต่ก็ต้องมาเจอพวกนักเลงอันธพาลมาหาเรื่องอยู่ตลอดเวลา” เย่เชียนแสร้งพูดด้วยความสลดใจเล็กน้อยและใช้ความผิดหวังของเขาให้อีกฝ่ายประเมินเขาต่ำมากยิ่งขึ้น
“ถ้าพี่เย่สนใจก็มาทำงานกับองค์กรเทียนเต๋าของผมได้นะ..ผมชอบรับสมัครคนที่มีความสามารถอย่างพี่เย่..เพราะงั้นมันคงน่าเสียดายมากถ้าหากนำความสามารถของพี่เย่ไปใช้ผิดวิธี” เซินเจี๋ยพูด “ถ้าพี่เย่สนใจก็มาร่วมงานกับผมได้และผมจะมอบตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดให้กับพี่เย่อย่างแน่นอนและจะไม่ปฏิบัติแย่ๆต่อพี่เย่เด็ดขาด”
“องค์กรเทียนเต๋า?..นั่นคือหนึ่งในสามขั้วอำนาจของไต้หวันไม่ใช่เหรอ?” เย่เชียนแสร้งทำหน้าประหลาดใจและพูดว่า “เอ่อ..แล้วนายมีตำแหน่งอะไรในองค์กรเทียนเต๋างั้นเหรอ?”
“เซินเฉาหยางผู้นำขององค์กรเทียนเต๋าเป็นพ่อของผม” เซินเจี๋ยพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดาๆและไม่มีทั้งความหยิ่งผยองหรือความภาคภูมิใจใดๆเลยแม้แต่น้อย
“นี่นายคือทายาทขององค์กรเทียนเต๋าอย่างงั้นเหรอ?” เย่เชียนพูด “ฉันได้ยินข่าวมาว่าคุณเซินเฉาหยางถูกฆ่าตายเมื่อสองวันก่อน..ฉันไม่รู้เลยว่าเรื่องนี้มันเรื่องจริงหรือเปล่า?”
“อืม” เซินเจี๋ยพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “องค์กรเทียนเต๋าในนี้ค่อนข้างจะวุ่นวายและเหล่าผู้บริหารระดับสูงทั้งหมดต่างก็พยายามแย่งชิงตำแหน่งผู้นำกันและพวกเขาก็ดูเหมือนจะไม่สนใจความเป็นทายาทของผมเลย..ผมคิดว่าพวกเขาคงไม่ต้องการให้ผมรับช่วงต่อจากพ่อแน่ๆ..อีกอย่างสถานการณ์ของเราในตอนนี้ทำให้องค์กรและแก๊งค์อื่นๆจับตามองพวกเราเพราะงั้นปัญหาภายนอกและภายในเล็กๆน้อยๆมันก็อาจจะทำให้องค์กรของเราย่ำแย่ลงได้”
หลังจากหยุดชั่วขณะเซินเจี๋ยก็หันมามองเย่เชียนแล้วพูดว่า “ถ้าพี่เย่มาทำงานกับผมล่ะก็ผมเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้จะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไปแล้วเราจะสู้ไปด้วยกัน!”
ทั้งสองไม่พูดอะไรกันระหว่างทางและรถก็ขับไปที่ชายหาดอย่างรวดเร็วจากนั้นก็เปิดประตูและเดินลงไป พวกเขาเดินอยู่ที่ริมชายหาดและมองดูคลื่นทะเลซัดเข้ามาที่ชายหาดไปเรื่อยๆ จากนั้นไม่นานเหลียงหยานก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วหันไปมองที่เย่เชียนและพูดว่า “พี่เย่อยากฟังเรื่องราวของฉันมั้ย?”
เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “จริงๆแล้วเรื่องราวของเธอไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ในความคิดของฉันเลย..ถ้าเธอทำร้ายตัวเองเพื่อแก้แค้นแบบนี้ฉันก็คิดว่าเธอไม่มีค่าพอเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออะไรในการเป็นมนุษย์?..การทรมานตัวเองเพื่อแก้แค้นคนอื่นมันคือการให้ค่าคนอื่นสูงเกินไปและในความคิดของฉันมันไม่คุ้มกันเลย”
เหลียงหยานแน่นิ่งไปครู่หนึ่งและเหลือบมองเย่เชียนด้วยความแปลกใจเพราะดูเหมือนว่าเย่เชียนจะรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของเธอ หลังจากตกตะลึงไปครู่หนึ่งเหลียงหยานก็ยิ้มอย่างขมขื่นและหันไปมองดูคลื่นทะเลแล้วพูดว่า “พี่หลันเคยบอกกับฉันว่าพี่เย่โหยหาความรักแบบครอบครัวมาตลอดและบางทีเด็กกำพร้าทุกคนอาจมีความคิดแบบเดียวกันกับพี่เย่..แต่พี่เย่รู้มั้ยว่าฉันเองก็มีความคิดแบบนั้นเหมือนกันเพราะฉันต้องทนเจ็บปวดมาตั้งแต่เด็กๆ..ฉันนับถือพ่อของฉันมาโดยตลอดแต่ภายหลังกลับพบว่าเขาแอบนอกใจแม่ของฉันจนแม่ฆ่าตัวตายและตั้งแต่นั้นมาในใจของฉันก็พยายามที่จะแก้แค้นเขา..เพราะงั้นพี่เย่คิดว่าฉันจะอยู่อย่างมีความสุขได้งั้นเหรอ?..ฉันมันไม่ต่างอะไรกับเด็กกำพร้าเลย”
“การเป็นเด็กกำพร้าไม่ใช่เรื่องยากอะไรเพราะถ้าเราคิดแบบนั้นล่ะก็วันพรุ่งนี้เราก็จะกลายเป็นเด็กกำพร้าทันที” เย่เชียนพูด
เหลียงหยานอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและเห็นได้ชัดว่าเธอรู้ว่าเย่เชียนหมายถึงอะไรและหลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “ถ้าเราต้องลงโทษตัวเองเพราะความผิดพลาดของคนอื่นล่ะก็ในความคิดของฉันมันเป็นวิธีที่โง่ที่สุด..เพราะงั้นเธอควรจะเลือกอยู่ห่างจากพวกเขาซะเพราะตอนนี้เธอมีชีวิตที่ดีแล้วและชีวิตของเธอในอนาคตจะต้องมีความสุขอย่างแน่นอนเพราะงั้นเธอจะทำร้ายตัวเองไปทำไม?”
“ฉันแค่ชอบทำร้ายตัวเอง..ฉันเป็นโรคจิต..ฉันเป็นผู้หญิงเลว..ฉันแต่งงานแล้วแต่กลับต้องการผู้ชายคนอื่น!” เหลียงหยานพูดอย่างบ้าคลั่ง “ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไปแล้ว..ฉันไม่สามารถควบคุมร่างกายและสมองของฉันได้..พวกมันคิดที่จะทรยศฉันอยู่ตลอดเวลา!”
.
.

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน