เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดนักรบจอมราชัน นิยาย บท 1206

ตอนที่ 1206 อดีตที่ขมขื่น

………………..

จากการพบกันสองครั้งเย่เชียนดูเหมือนจะรู้ได้สึกเบาๆ ว่าจุดประสงค์ของหลัวอวี่ในครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ได้รับคำสั่งมาจากตระกูลจินเพื่อลอบสังหารเขา เพราะถ้าเป็นแบบนั้นหลัวอวี่ก็ไม่จำเป็นต้องบอกอะไรกับเขามากนักเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ซึ่งความเป็นไปได้ที่เหลือคือเธอมาเพราะจินเหว่ยห่าวดังนั้นเย่เชียนจึงต้องรู้ให้ได้

เมื่อออกจากห้างสรรพสินค้าแล้วหลัวอวี่ก็พาเย่เชียนไปที่ร้านอาหารตะวันตกสุดหรูและสั่งสเต๊กสองชิ้นหอยทากราดซอสและไวน์แดงหนึ่งขวด ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะเคยไปร้านอาหารตะวันตกมาหลายครั้งแต่เขาก็ยังไม่ชินกับอาหารตะวันตกมากนัก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ปฏิเสธอาหารตะวันตกแต่เขาก็ไม่ได้ชอบรสชาติมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเย่เชียนอยู่กับพ่อของเขาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กเขามักจะเห็นหอยทากเหล่านั้นคลานไปมาหลังบ้านและถึงแม้ว่าหอยทากตัวนี้จะไม่เหมือนหอยทากเหล่านั้นก็จามแต่เย่เชียนก็ยังยากที่จะยอมรับมันได้

“ทำไมนายไม่กินล่ะ?” หลัวอวี่มองไปที่เย่เชียนและถามด้วยความสงสัย “แต่ถ้านายมีอะไรจะพูดก็ช่วยรอจนกว่าฉันจะอิ่มก่อนก็แล้วกัน..ตอนนี้ฉันหิวมาก”

“หอยทากพวกนี้มันน่าขยะแขยงผมกินไม่ลง” เย่เชียนพูด

เมื่อได้ยินแบบนั้นหลัวอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะมองเย่เชียนแล้วพูดว่า “นายไม่เคยกินงั้นเหรอ? ..นี่เป็นหอยทากฝรั่งเศสราดซอสและรสชาติมันก็ดีมาก”

“หอยทากฝรั่งเศสมันจะไปต่างอะไรกับหอยทากจีนยังไงบรรพบุรุษของพวกมันก็เหมือนกันอยู่ดี” เย่เชียนพูด

หลัวอวี่ก็ยิ้มอย่างไร้ซึ่งหนทางเพราะเธอรู้สึกว่าเธอไม่สามารถสื่อสารกับเย่เชียนได้ดังนั้นเธอจึงควรเพิกเฉยต่อเขาจะดีกว่าไม่อย่างนั้นถ้าเย่เชียนพูดคำที่แปลกประหลาดออกมาเธอก็คงไม่อยากกินอาหารมื้อนี้จริงๆ ซึ่งท่าทางการกินของหลัวอวี่นั้นสง่างามมากจนเย่เชียนคิดว่าบางครั้งการดูผู้หญิงสวยๆ กินอาหารก็เป็นความเพลิดเพลินอย่างหนึ่งเช่นกัน แน่นอนว่าหลัวอวี่ก็รู้สึกถึงการจ้องมองของเย่เชียนอย่างชัดเจนแต่ไม่ได้พูดอะไรและยิ่งเธอเข้าใกล้ผู้ชายคนนี้มากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ลึกลับมากเท่านั้น เธอคงไม่โง่พอที่จะคิดว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าของเธอเป็นผู้ชายโง่ๆ ธรรมดาๆ เพราะเขาสามารถนั่งอยู่ในตำแหน่งผู้นำองค์กรทหารรับจ้างเขียวหมาป่าและนำเขี้ยวหมาป่าขั้นเป็นราชาแห่งโลกของทหารรับจ้างได้นั้นเขาก็ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ดังนั้นเย่เชียนจึงไม่เหมือนใครเพราะแม้แต่ตระกูลนักรบโบราณใหญ่ๆ ในประเทศจีนต่างก็ถูกเขากำจัดออกไปอย่างง่ายดาย ด้วยเหตุนี้คนแบบนี้จะเป็นคนประเภทที่ไม่มีสมองได้ยังไง?

หลังจากกินสเต๊กต่อหน้าเย่เชียนแล้วหลัวอวี่ก็กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบขวดไวน์แดงแต่เย่เชียนก็ช่วยเธอโดยการหยิบขวดไวน์ขึ้นมาแล้วเทไวน์ใส่แก้วให้เธอ “ขอบคุณมาก!” หลัวอวี่หยิบแก้วไวน์แล้วจิบ ซึ่งท่าทางของเธอสง่างามมากและนี่ไม่ใช่ผู้หญิงไฮโซที่แสร้งทำท่าทางให้คนอื่นสนใจแต่เธอดูเป็นธรรมชาติมาก จากนั้นหลัวอวี่ก็เช็ดปากของเธอด้วยผ้าเช็ดปากแล้วมองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “นายไม่หิวจริงเหรอ? ..ถ้าหิวก็สั่งข้าวผัดมาสิ..ถึงแม้ว่าข้าวผัดที่นี่จะไม่รสจัดเหมือนของจีนแต่มันก็กลมกล่อมรสชาติดีเหมือนกัน”

เย่เชียนส่ายหัวเล็กน้อยและไม่พูดอะไร

หลัวอวี่สูดหายใจเข้าลึกๆ และร่างรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ของเธอและถามเบาๆ ว่า “ตอนนี้นายน้อยเป็นยังไงบ้างเขาสบายดีมั้ย?”

เย่เชียนตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่านายน้อยที่หลัวอวี่พูดนั้นน่าจะหมายถึงจินเหว่ยห่าว “คุณคิดว่าไงล่ะ? ..เขาที่ถูกตระกูลจินทอดทิ้งมานานหลายปีและต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอดและเมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดแต่กลับไม่มีใครในตระกูลที่เต็มใจที่จะยื่นมือช่วยเขาเลยสักคน..คุณคิดว่าแบบนั้นเขาจะมีชีวิตที่ดีได้งั้นเหรอ?” เย่เชียนพูด

หลัวอวี่ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ แล้วพูดว่า “ตระกูลใหญ่ๆ ก็มักจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติและท้ายที่สุดแล้วก็มีเพียงผู้สืบทอดของตระกูลในอนาคตได้เพียงคนเดียวเท่านั้น..แต่นายน้อยจินนั้นแทบจะไม่มีโอกาสนั้นเลยเพราะแม่ของเขาเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเป็นเด็กและนอกจากนี้แม่ของเขาก็ไม่มีสถานะใดๆ ในตระกูลจินเลย..เพราะงั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่คนในตระกูลจะปฏิบัติต่อเขาแตกต่างจากคนอื่นๆ ..อีกอย่างตระกูลจินเป็นตระกูลใหญ่และมีประวัติศาสตร์ที่รุ่งโรจน์มาเสมอ”

“ประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์อะไรกัน..นั่นมันสามารถเรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์แห่งความอัปยศเลยไม่ใช่เหรอ?” เย่เชียนอย่างดูถูก “ถ้าทำเพื่อตระกูลแล้วพวกเขาก็ทำได้ทุกอย่างโดยไม่มีความละอายใจเลยใช่มั้ย? ..นี่มันยุคสมัยไหนแล้วทำไมพวกเขาถึงยังจินตนาการถึงความรุ่งโรจน์ในอดีตของเขาอยู่อีก?”

“คุณกำลังพูดถึงตระกูลหยุนหรือเปล่า?” เย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อยและถามอย่างไม่มั่นใจเพราะเย่เชียนรู้แค่บางเรื่องเกี่ยวกับจินเหว่ยห่าวแต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีรายละเอียดมากนักแต่เย่เชียนก็รู้ว่าจินเหว่ยห่าวเคยมีความขัดแย้งครั้งใหญ่กับตระกูลหยุนเกี่ยวกับแฟนสาวของเขาและในเวลานั้นไม่มีใครจากตระกูลจินที่ยื่นมือมาช่วยเขาเลย

หลัวอวี่พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ใช่..นั่นเป็นเรื่องเด็กสาวรักแรกของนายน้อยจินและมันก็เป็นความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ที่สุดจริงๆ เพราะฉันไม่เคยเห็นนายน้อยหัวเราะเลยก่อนที่เขาจะเจอกับผู้หญิงคนนั้น..ซึ่งการหัวเราะของเขาทำให้ฉันมีความสุขมากและฉันก็คิดว่านายน้อยได้พบเส้นทางชีวิตของเขาแล้ว..แต่ทว่าเด็กสาวคนนั้นกลับต้องฆ่าตัวตายเพราะถูกเด็กจากตระกูลหยุนขืนใจจนเธออับอาย..ฉันคิดว่านายน้อยเองก็รู้เรื่องนี้เพราะเด็กสาวคนนั้นเธอคิดว่าเธอไม่บริสุทธิ์แล้วและไม่คู่ควรกับนายน้อยจินอีกต่อไป..ตั้งแต่นั้นมานายน้อยก็ถูกคนในตระกูลจินขัดขวางและตำหนินับครั้งไม่ถ้วนและถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำอะไรกับเด็กหนุ่มตระกูลหยุนอย่างเด็ดขาด”

เมื่อได้ยินแบบนั้นมุมปากของเย่เชียนก็กระตุกสองสามครั้งเพราะเขาโกรธมากแต่สุดท้ายเขาก็ระงับมันเอาไว้

“หลังจากเหตุการณ์นั้นฉันได้แอบบุกไปที่บ้านของตระกูลหยุนแต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นฉันอ่อนแอมากจนทำอะไรไม่ได้เลย..ซึ่งพอผู้อาวุโสของตระกูลจินรู้เรื่องนี้เข้าพวกเขาก็สั่งห้ามฉันให้หยุดการกระทำทั้งหมด..มันเป็นเพราะฉันถูกรับอุปการะเลี้ยงดูโดยตระกูลจินตั้งแต่ยังเด็กและทำหน้าที่เป็นนักฆ่าของตระกูลเพราะงั้นฉันจะพูดหรือโต้แย้งอะไรได้?” หลัวอวี่หัวเราะเยาะตัวเองและพูดว่า “หึๆ ..แต่หลังจากที่นายน้อยจินรู้เรื่องนี้แล้วเขาก็บอกให้ฉันหยุดและเขาก็พูดว่าเรื่องของเขาทั้งหมดเขาจะเป็นคนจัดการเอง..แน่นอนว่าฉันเชื่อว่าเขาจะต้องทำได้ในสักวันหนึ่งแต่เนื่องจากเขาถูกตระกูลจินทอดทิ้งฉันก็เลยคิดว่ามันคงจะยากที่นายน้อยจินจะประสบความสำเร็จในการแก้แค้นและในช่วงหลายปีที่ผ่านมานายน้อยจินก็ยังไม่สามารถทำได้จนถึงทุกวันนี้!”

.

.

.

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน