เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดนักรบจอมราชัน นิยาย บท 1215

ตอนที่ 1215 ชายหนุ่มธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

………………..

‘คุณหลง’ เมื่อเย่เชียนได้ยินชื่อนี้คนแรกที่เข้ามาในความคิดของเขาคือหลงซือผู้นำองค์กรซูเหลียนแต่เย่เชียนก็ยังไม่แน่ใจ เพราะคนที่มีแซ่สกุลหลงไม่ได้มีคนเดียวและอาจจะไม่ใช่หลงซือก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามแต่มันไม่สำคัญว่าจะเป็นหลงซือคนนั้นหรือไม่เพราะตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรซูเหลียนกับองค์กรสามมุมเมืองนั้นกำลังตึงเครียดและสันนิษฐานว่าหลงซือจะไม่เต็มใจที่จะยั่วยุศัตรูเพิ่มอีกใช่ไหม? ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม้ว่าจะเป็นองค์กรซูเหลียนก็ตามแต่เย่เชียนก็ไม่กลัวพวกเขา

ผู้จัดการร้านกาแฟก็มีปฏิกิริยาเช่นเดียวกันกับเย่เชียนเพราะหลังจากได้ยินคำว่า ‘คุณหลง’ แล้วคนแรกที่โผล่เข้ามาในหัวของเขาก็คือหลงซือและเขาก็กระวนกระวายเพราะถ้าเป็นหลงซือจริงๆ เรื่องนี้คงจัดการได้ยากและเป็นไปได้มากว่าร้านกาแฟแห่งนี้จะต้องพังทลายใช่ไหม?

อย่างไรก็ตามในขณะนี้เขาไม่สามารถรู้ภูมิหลังและตัวตนของเย่เชียนได้ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะรุกรานเย่เชียนง่ายๆ เช่นกัน ซึ่งถ้าหากคุณหลงคนนั้นไม่ใช่หลงซือล่ะก็นั่นจะเป็นการทำให้เย่เชียนขุ่นเคืองและอะไรๆ ก็อาจจะแย่ลงไปอีก แต่สิ่งต่างๆ ได้พัฒนามาถึงจุดนี้และผู้จัดการของร้านกาแฟก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปล่อยสิ่งต่างๆ ดำเนินไปตามกระแส จากนั้นผู้จัดการร้านกาแฟก็มองไปที่เย่เชียนแล้วพูดว่า “เอ่อ..คุณครับให้ผมทำแผลให้เขาก่อนหรือเปล่าครับ?”

เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็เหลือบมองไปที่เจิ้งตงและพยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นดึงเหลียงหยานไปนั่งที่อื่นแล้วนั่งลงและสั่งกาแฟเพิ่มอีกสองแก้ว จากนั้นผู้จัดการร้านกาแฟก็บอกพนักงานเสิร์ฟทั้งสองและสั่งให้พวกเธอทำห้ามเลือดให้เจิ้งตงด้วยผ้าก๊อซยา จากนั้นเหลียงหยานก็เหลือบมองเย่เชียนและพูดว่า “ไปกันเถอะอย่าสร้างปัญหาเพิ่มเลย”

เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “อะไรกัน..เธอกลัวว่าฉันจะสู้พวกมันไม่ได้เหรอ?”

“แน่นอนว่าฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นแต่เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะฉันเพราะงั้นฉันจะรู้สึกแย่มากถ้าปัญหามันบานปลายและถ้าพี่หลันรู้เรื่องนี้เธอจะต้องโกรธฉันแน่นอน” เหลียงหยานพูด

เหลียงหยานตกตะลึงไปครู่หนึ่งเพราะเธอรับผิดชอบศูนย์ขนส่งโลจิสติกส์ที่ไต้หวันดังนั้นเธอยังคงชัดเจนเกี่ยวกับกองกำลังของไต้หวันบางส่วนและเธอก็รู้โดยธรรมชาติว่าคนชื่อหลงที่เย่เชียนพูดเป็นผู้นำขององค์กรซูเหลียนหรือเปล่าแต่ยิ่งเป็นแบบนี้เหลียงหยานก็ยิ่งรู้สึกผิดเพราะถ้าหากเป็นหลงซือจริงๆ ย่อมหมายความว่าเรื่องนี้บานปลายอย่างไม่ต้องสงสัยและเขาก็ได้สร้างศัตรูอีกรายให้เย่เชียนโดยไม่มีเหตุผล

เย่เชียนเห็นความคิดของเหลียงหยานแล้วยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “อย่าคิดมากสิเธอก็น่าจะรู้ว่าแผนของฉันคืออะไร..ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เล็งเป้าหมาที่ฉันแต่ฉันก็จะตามล่าเขาในสักวันอยู่ดีเพราะงั้นนี่ก็เป็นแผนการที่ดีเลยไม่ใช่เหรอ?”

เหลียงหยานก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าและอันที่จริงแผนของเย่เชียนนั้นก็ชัดเจนสำหรับเธอ ดังนั้นถึงแม้ว่าองค์กรซูเหลียนจะไม่คุกคามเย่เชียนก่อนแต่ถึงยังไงเย่เชียนำก็จะกำจัดพวกเขาอยู่ดีและมันเป็นเพียงว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นก่อนกำหนดก็เท่านั้นเองแต่ตอนนี้คิดไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้วเพราะเธอไม่รู้ว่าคนชื่อหลงที่เจิ้งตงพูดถึงคือผู้นำขององค์กรซูเหลียนหรือเปล่า ดังนั้นเมื่อสิ่งต่างๆ ได้พัฒนามาถึงจุดนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไป

เย่เชียนดูผ่อนคลายมากและดื่มกาแฟอย่างสบายใจแต่เขาก็ยังระมัดระวังอยู่เล็กน้อยเพราะหลงซือเป็นผู้มีอิทธิพลมากในไต้หวันและถึงแม้ว่าเย่เชียนจะแข็งแกร่งแค่ไหนแต่ถ้าอีกฝ่ายมีคนจำนวนมากล่ะก็ถึงแม้ว่าเขาไม่เป็นอะไรแต่เขาก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าเหลียงหยานจะปลอดภัยด้วย อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็ได้คำนวณแล้วว่าถ้าหากหลงซือคิดจะฆ่าเขาจริงๆ ล่ะก็เย่เชียนก็จะฆ่าหลงซือก่อนเป็นคนแรกหลังจากนั้นองค์กรซูเหลียนก็จะตกอยู่ในความโกลาหลและจะพังทลายลงในที่สุด

หลังจากผ่านการต่อสู้และสงครามมานับพันเย่เชียนก็มีความมั่นใจที่จะฝ่าฝูงชนเข้าไปและฆ่าหลงซือภายใต้การล้อมของสมาชิกองค์กรซูเหลียน ซึ่งในประเด็นนี้เย่เชียนก็ยังคงเชื่อมั่นในตัวเองว่าเขาสามารถทำได้

ไม่นานนักที่ด้านนอกก็ได้ยินเสียงเบรกของรถและไม่นานนักรถห้าคันก็มาหยุดที่หน้าร้านกาแฟและกลุ่มคนก็เดินเข้ามาจากด้านนอกประมาณ 30 คนและผู้นำก็เป็นชายวัยกลางคนที่ไม่ได้สวมเสื้อแต่สวมเพียงกางเกงขายาวและรองเท้าแตะพร้อมกับคาบบุหรี่อยู่ในปากและมีรอยแผลเป็นยาวๆ บนใบหน้าราวกับตะขาบคลานอยู่บนใบหน้าจนดูน่ารังเกียจอย่างมาก

หลังจากเข้ามาในร้านกาแฟชายวัยกลางคนก็กวาดสายตาไปรอบๆ และมาจบลงที่เย่เชียนจากนั้นเขาก็เดินเข้ามา เมื่อเห็นแบบนั้นผู้จัดการร้านกาแฟก็รีบทักทายเขาและพูดว่า “คุณสการ์คุณมาด้วยตัวเองเลยเหรอครับ?” แต่ในใจของเขานั้นกระวนกระวายอย่างมากและดูเหมือนว่าคนชื่อหลงที่เจิ้งตงพูดถึงก่อนหน้านี้จะเป็นหลงซือจริงๆ และชายที่ชื่อว่าสการ์ที่อยู่ข้างหน้าเขาก็เป็นผู้บังคับบัญชาของหลงซือและสถานะของเขาในองค์กรซูเหลียนก็น่าจะสูงมาก

“คุณเป็นคนดูแลร้านกาแฟแห่งนี้งั้นเหรอ” สการ์เหลือบมองไปทางด้านข้างและพูดต่อ “ร้านกาแฟของคุณคงอยากจะปิดตัวลงสินะ” จากนั้นเขาก็เหลือบมองเย่เชียนและเจิ้งตงแล้วถามว่า “ใครคือเจิ้งตง?” ผู้จัดการร้านกาแฟปวดหัวอยู่พักหนึ่งและเขาก็บ่นในใจแต่เขาใกล้าพูดอะไรในตอนนี้

“ผมเอง!” เจิ้งตงรีบพูด “คุณหลงส่งคุณมาใช่หรือเปล่า? ..ผมคือเจิ้งตง”

เย่เชียนพุ่งเข้ามาในฝูงราวกับเสือโคร่งและได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างต่อเนื่องและกระเด็นออกไปทีละคนและในตอนนี้ร้านกาแฟก็พังยับเยินทั้งโต๊ะและเก้าอี้กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น ซึ่งในเวลานี้ผู้จัดการของร้านกาแฟก็ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงเพราะนั่นคือการแสวงหาความตายอย่างไม่ต้องสงสัย

การเคลื่อนไหวของเย่เชียนนั้นงดงามมากและการเคลื่อนไหวขาของเขานั้นก็รุนแรงราวกับระเบิดและแน่นอนว่านี่ไม่ใช่พลังการต่อสู้ที่แท้จริงของเย่เชียนและเป็นเพียงทักษะการต่อสู้คิกบ็อกซิ่งธรรมดาเท่านั้นเพราะเย่เชียนขี้เกียจเกินไปที่จะใช้พลังปราณจัดการกับคนเหล่านี้ ซึ่งทักษะคิกบ็อกซิ่งนี้ก็มีชื่อเสียงโด่งดังมากในไต้หวันเพราะท้ายที่สุดโรงยิมในเครือน่านฟ้ากรุ๊ปก็จัดการเรียนการสอนทั่วทุกแห่งในไต้หวัน ซึ่งแน่นอนว่าพวกมาเฟียอันธพาลเหล่านี้หลายๆ คนก็เป็นนักเรียนของโรงยิมเครือน่านฟ้ากรุ๊ปเช่นกัน ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วพวกเขาก็สามารถเห็นได้อย่างรวดเร็วและบางคนก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนว่า “นี่มันคือคิกบ็อกซิ่งนี่หน่า!”

“พวกแกก็ฉลาดดีนี่” เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและการเคลื่อนไหวของเขาก็เร็วขึ้น “ฉันจะแสดงให้พวกแกดูว่าการต่อสู้ที่แท้จริงเป็นยังไง..ที่พวกแกเห็นก่อนหน้านี้มันก็แค่ของเด็กเล่นเท่านั้น!” เมื่อเสียงนั้นจบลงการเคลื่อนไหวของเย่เชียนก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันและขาของเขาก็ขยับแบบแปลกๆ แต่พลังการทำลายนั้นยิ่งใหญ่กว่ามาก ซึ่งในช่วงเวลาสั้นๆ คนสามสิบคนที่อยู่ข้างหน้าเย่เชียนทั้งหมดก็นอนอยู่บนพื้นและโอดครวญอย่างน่าอนาถ

เมื่อเห็นแบบนั้นผู้จัดการร้านกาแฟก็ตกใจมากเพราะเขาเคยเห็นการต่อสู้มาหลายครั้งแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นคนที่แข็งแกร่งอย่างเย่เชียนและเขาก็ชื่นชมเย่เชียนจริงๆ ส่วนสการ์ก็ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์แบบและใบหน้าของเขาก็ดูสยดสยองเพราะฉากตรงหน้าอย่างมาก จากนั้นเย่เชียนก็ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวและเดินไปข้างหน้าของสการ์แล้วพูดว่า “เป็นไง? ..แกต้องการที่จะเล่นกับฉันต่อหรือเปล่า? ..ลูกน้องของแกมันก็แค่เด็กน้อยเพราะงั้นรีบๆ เรียกหลงซือให้มาที่นี่ด้วยตัวเองซะ..ฉันจะให้เวลาสิบนาทีและถ้าเขาไม่มาฉันจะหักกระดูกของแกทั้งตัว!”

เมื่อได้ยินแบบนั้นสการ์ก็ตัวสั่นไปครู่หนึ่งและขาของเขาอ่อนแรงลงและเขาก็คุกเข่าลงทันที

.

.

.

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน