เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดนักรบจอมราชัน นิยาย บท 1234

ตอนที่ 1234 หญิงแกร่งแห่งเมืองเซินเจิ้น

………………..

อากาศในเมืองเซินเจิ้นไม่ค่อยดีและมันเต็มไปด้วยฝุ่นและไอเสียจากรถยนต์ ยิ่งไปกว่านั้นยังอากาศร้อนและแดดร้อนเหมือนเตาอบ ซึ่งดูเหมือนว่าทุกคนจะร้อนจนเหงื่อออกเหมือนเครื่องระบายน้ำและถึงแม้จะยังเช้าอยู่แต่ก็ร้อนอย่างมาก

เย่เชียนตื่นแต่เช้าและหลังจากอาบน้ำเสร็จเขาก็ออกจะไปหาฟู่ฉวนซึ่งเมื่อเปิดประตูแล้วเดินออกไปแล้วก็เห็นฟู่ฉวนใส่ชุดอย่างเป็นทางการแต่ดวงตาของเธอก็แดงเล็กน้อยและดูเหมือนว่าเมื่อคืนเธอจะนอนไม่พอ ดังนั้นเย่เชียนจึงเหลือบมองเธอและพูดว่า “ไปล้างหน้าก่อนเถอะ”

ฟู่ฉวนก็พยักหน้าและเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าและเธอนั้นไม่เคยแต่งหน้าเลยสักครั้งแต่วันนี้เธอแต่งหน้าเล็กน้อย ซึ่งเย่เชียนก็ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของเธอดังนั้นเย่เชียนจึงไม่ถามเพราะนี่คือสิ่งที่ฟู่ฉวนต้องการจะทำและตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอจะไม่ใช่ฟู่ฉวนคนเดิมอีกต่อไปและเธอจะมีชีวิตที่แตกต่างออกไปซึ่งนั่นจะเป็นการบอกลาตัวตนเดิมของเธอนั่นเอง

เมื่อออกจากห้องพักเย่เชียนกับฟู่ฉวนก็ไปรับประทานอาหารเช้าแบบง่ายๆ ซึ่งเย่เชียนก็ไม่รู้ว่าเด็กสาวคนนี้เข้าใจสิ่งที่เขาพูดกับเธอเมื่อวานนี้หรือเปล่าและเย่เชียนก็พยายามถามเธออยู่หลายครั้งแต่เธอก็บอกว่าเธอเข้าใจ ดังนั้นในเมื่อเธอตัดสินใจแล้วเย่เชียนก็จะปล่อยให้เธอจัดการกับสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองและลองให้เธอเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ดู

ฟู่ฉวนดูเหมือนจะเห็นความกังวลใจของเย่เชียนแต่เธอไม่ได้ให้คำอธิบายใดๆ เธอเพียงแค่ก้มหน้าลงและกินอย่างเงียบๆ ราวกับว่าเธอกำลังคิดอะไรบางอย่างในใจอยู่และบรรยากาศมื้อเช้าก็ค่อนข้างแปลกแต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติเพราะท้ายที่สุดแล้วเย่เชียนกับฟู่ฉวนก็ยังไม่ได้รู้จักกันดีนัก

หลังจากรับประทานอาหารแล้วเย่เชียนกับฟู่ฉวนก็ขึ้นแท็กซี่และรีบไปที่สโมสรที่โจวหยวนนัดกับเหล่าผู้มีอิทธิพลในแวดวงใต้ดินเอาไว้ ซึ่งตอนนี้มันยังเช้าอยู่และคนส่วนใหญ่องค์กรใต้ดินนั้นเป็นนกฮูกกลางคืนดังนั้นปกติแล้วพวกเขาไม่ได้ตื่นเช้านัก ซึ่งถึงแม้ว่าการนัดประชุมจะอยู่ที่เก้าโมงเช้าแต่จนถึงแปดโมงครึ่งก็คาดว่าน่าจะยังไม่มีใครมา

เย่เชียนสั่งชุดน้ำชาและดื่มอย่างเงียบๆ ซึ่งมีโต๊ะทรงกลมอยู่ในห้องประชุมและฟู่ฉวนก็นั่งในตำแหน่งที่หันหน้าไปทางประตูเพราะนั่นคือตำแหน่งที่สำคัญที่สุด แน่นอนว่าฟู่ฉวนกำลังจะจัดการพวกเขาเหล่านี้ดังนั้นเธอจึงต้องรับรู้ข้อมูลประจำตัวของแต่ละคนเพื่อรับมือกับพวกเขา

เมื่อเวลาประมาณ 8:50 น. ผู้คนต่างก็เดินกันเข้ามาและมีคนประมาณ 12 คน เมื่อพวกเขาเห็นฟู่ฉวนนั่งอยู่กลางห้องประชุมพวกเขาก็ตกตะลึงเพราะฟู่อันเคยเป็นหนึ่งในลูกน้องคนสนิทของโจวหยวนดังนั้นพวกเขาทุกคนจึงรู้จักฟู่ฉวนและเมื่อพวกเขาเห็นเธอนั่งอยู่ในตำแหน่งของโจวหยวนแล้วสีหน้าของพวกเขาก็แปลกใจอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีเย่เชียนชายหนุ่มที่ดื่มชาอยู่เงียบๆ ซึ่งทำให้พวกเขาประหลาดใจมากว่าเขาเป็นใคร

เมื่อเวลาเก้าโมงผู้มีอิทธิพลมากมายในเมืองเซินเจิ้นก็มาถึงและนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฟู่ฉวนต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ดังกล่าวและมันคงเป็นเรื่องโกหกที่จะบอกว่าฟู่ฉวนไม่ได้ประหม่าเลย อย่างไรก็ตามเนื่องจากเธอได้ตัดสินใจไปแล้วและต่อให้ต้องตายเธอก็ต้องทำ เมื่อมองไปรอบๆ แล้วฟู่ฉวนก็พูดว่า “ทุกคนต้องรู้จักฉันใช่ไหม? ..ฉันจะแนะนำตัวเป็นทางการอีกครั้งฉันชื่อฟู่ฉวนและเป็นคนจัดการประชุมในวันนี้”

“สาวน้อยเธอมีสิทธิ์อะไรไปนั่งตรงนั้น..เธอรู้หรือเปล่าว่าที่นั่งนั้นเป็นของใคร?” ชายวัยกลางคนมองฟู่ฉวนอย่างดูถูกและพูด

“แน่นอนว่าตำแหน่งนี้เป็นของโจวหยวน” ฟู่ฉวนพูด “ยังไงก็เถอะเพราะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฉันจะรับตำแหน่งแทนโจวหยวนหรือพูดง่ายๆ ก็คือฉันคือหัวหน้าของพวกคุณทุกคน!”

“หัวหน้า? ..ฮ่าๆ ..เธอเนี่ยนะจะเป็นหัวหน้าของเรา..เธอเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่อยากเป็นหัวหน้าของเรางั้นเหรอ? ..นี่เธอคิดว่าพวกเราเป็นตาแก่อัมพาตที่ยอมให้แม้แต่เด็กน้อยมาหยิ่งผยองใส่งั้นเหรอ?” ชายหนุ่มสวมเสื้อกั๊กและรองเท้าแตะพูดอย่างดูถูก

“นี่หลานสาวนี่มันไม่ใช่เรื่องตลกนะเพราะงั้นอย่ามาล้อเล่นที่นี่..ไม่งั้นเธออาจจะตายโดยไม่รู้ตัวก็ได้” ชายวัยกลางคนตัวอ้วนพูด “หัวหน้าโจวอยู่ที่ไหน? ..ทำไมเขาถึงยังไม่มา?”

“โจวหยวนตายไปตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว” ฟู่ฉวนพูดอย่างเฉยเมย

ผู้คนในห้องประชุมถึงกับประหลาดใจและพวกเขาก็มองหน้ากันและสีหน้าของพวกเขาก็ดูตกตะลึงอย่างมาก “ตายแล้วเหรอ? ..เขาตายได้ยังไง?” หนึ่งในนั้นถาม

“ฉันฆ่ามันเองแหละ!” ฟู่ฉวนพูดอย่างเฉยเมย “โจวหยวนฆ่าพ่อของฉันเพราะงั้นฉันก็เลยฆ่ามันเพราะในโลกใบนี้ย่อมมีความแค้นเป็นเรื่องปกติ..เพราะงั้นฉันก็ไม่ผิด..แต่พวกคุณที่เคยติดตามโจวหยวนหลังจากนี้พวกคุณต้องติดตามฉัน!”

“ฮ่าๆ ..ติดตามเธองั้นเหรอ? ..จะให้เด็กน้อยที่ยังไม่โตมาเป็นผู้นำอย่างงั้นเหรอ? ..ถ้าใครรู้เข้าก็คงหัวเราะเยาะกันทั้งนั้นและต่อให้โจวหยวนตายไปเธอก็ไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะอยู่ในตำแหน่งนี้ได้!” ชายหนุ่มในเสื้อกั๊กพูดอย่างดูถูก “แม่งเอ๊ยเธออายุเท่าไหร่กัน..ฉันขอเตือนให้เธอรีบออกไปจากที่นี่ซะคิดซะว่าเพื่อเห็นแก่พ่อของเธอฟู่อันเราจะไม่ฆ่าเธอในตอนนี้..ไสหัวไปซะ!”

หลังจากที่เธอพูดจบฟู่ฉวนก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วโทรออกจากนั้นเธอก็พูดเบาๆ สองสามคำก่อนจะวางสายไปและในไม่ช้าโทรศัพท์มือถือของทุกคนที่มาประชุมก็ดังขึ้นทีละคนและหลังจากที่ทุกคนรับสายแล้วจู่ๆ พวกเขาก็ทำหน้าแข็งทื่อและตกตะลึงกันทีละคน ซึ่งเย่เชียนเองก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งโดยไม่รู้ว่าฟู่ฉวนกำลังเล่นอะไรอยู่

“เธอจะทำอะไร? ..นี่มันไม่เกี่ยวกับครอบครัวของเรา!..นี่มันข่มขู่กันชัดๆ” ชายวัยกลางคนตัวอ้วนพูดอย่างโกรธเกรี้ยว

“น้ำเสียงของคุณไร้มารยาทมาเลยนะ..ดูเหมือนว่าทัศนคติของคุณยังไม่เปลี่ยนไปสินะ” ฟู่ฉวนพูดต่อ “ไม่เป็นไรถ้าอย่างนั้นฉันจะสอนวิธีแก้นิสัยนี้ให้คุณเองเพื่อไม่ให้เวลาคุณออกไปไหนแล้วคนอื่นนินทาว่าฉันไม่สั่งสอนลูกน้อง” หลังจากพูดจบฟู่ฉวนก็หยิบโทรศัพท์ของเธอออกมาอีกครั้งแล้วโทรออกแล้วพูดว่า “จัดการซะ!”

“ฟู่ฉวนอย่านะ!” ชายวัยกลางคนตัวอ้วนพูดด้วยความตกตะลึง

ฟู่ฉวนยิ้มเบาๆ ไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงมองเขาอย่างเงียบๆ แล้วพูดว่า “ใกล้จะหมดเวลาแล้วเพราะงั้นคุณต้องคิดให้รอบคอบ..สาม..สอง..”

“เดี๋ยวก่อน!” ชายวัยกลางคนตัวอ้วนพูดอย่างเร่งรีบ “ฉันยอมแล้ว..ฉันตกลง..ในอนาคตเธอจะเป็นหัวหน้าของฉัน!”

“คุณพูดอะไรน่ะฉันไม่ได้ยินคุณเลย..ช่วงนี้ฉันหูอื้ออยู่บ่อยๆ เพราะงั้นคุณช่วยพูดให้ดังขึ้นหน่อยได้มั้ย?” ฟู่ฉวนพูด

.

.

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน