ตอนที่ 1253 เสแสร้งแกล้งทำ
………………..
เย่เชียนไม่ได้พูดอะไรอีกและเขาก็เชื่อว่าจินเจิ้งผิงสามารถเข้าใจสิ่งที่เขาหมายถึงได้และจินเจิ้งผิงก็คงจะสับสนมากขึ้นเกี่ยวกับตัวตนของเขาดังนั้นภายใต้สถานการณ์แบบนี้เย่เชียนก็เชื่อว่าจินเจิ้งผิงจะไม่กล้าทำอะไรเขาง่ายๆ และอย่างน้อยๆ เย่เชียนก็จะทำให้จินเจิ้งผิงเสียสติไปชั่วขณะหนึ่ง นี่คือสิ่งที่เย่เชียนต้องการเพราะเขาต้องการถ่วงเวลาเพื่อที่ตระกูลหยุนกับตระกูลจินจะต่อสู้กันอย่างเต็มที่เพื่อที่เขาจะได้ค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ของภูเขาหินทีททั้งสองตระกูลต้องต่อสู้แย่งชิงกัน
หลังจากออกจากบ้านตระกูลจินแล้วเย่เชียนกับหลินเฟิงก็ขับรถกลับและระหว่างทางหลินเฟิงก็เหลือบมองเย่เชียนและพูดว่า “จินเจิ้งผิงใจกว้างจริงๆ ..สิ่งนี้มันยอดเยี่ยมไปเลยนะเพราะงั้นฉันขอเถอะคิดซะว่ามันเป็นค่าจ้างของฉันในฐานะคนขับก็แล้วกัน”
เย่เชียนกลอกตาไปมาและพูดว่า “พี่หลินเป็นผู้นำองค์กรเซเว่นคิลเพราะงั้นพี่อย่าขี้งกสิ..นี่พี่จะปล้นผมงั้นเหรอ?”
“ก็ฉันมันจนนี่หน่าฉันเทียบกับนายไม่ได้หรอก..องค์กรของฉันยังมีพี่น้องอีกมากมายที่รอฉันสนับสนุนเพราะงั้นนายคงจะไม่ขี้เหนียวกับฉันหรอกใช่มั้ย?” หลินเฟิงพูด
“พูดถึงเรื่องนี้แล้วทำไมเราถึงไม่แบ่งกันคนละครึ่งไปเลยล่ะ?” เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวแล้วพูดว่า “ทับทิมเม็ดนี้ใหญ่มากและยิ่งไปกว่านั้นทั้งเมียนมาร์ทั้งจีนและแอฟริกายังไม่มีที่ไหนที่มีทับทิมที่ไม่มีไร้ตำหนิแบบนี้เลย..ดูเหมือนว่าตระกูลจินนี่จะร้ายไม่เบาเลยนะ..เพราะงั้นหลังจากจบงานนี้พี่ต้องฆ่าพวกนั้นให้หมด”
“นั่นเป็นเหตุผลที่นายรวยสินะ..แต่ฉันก็ไม่ได้ต้องการมากเกินไปหรอกแค่นิดๆ หน่อยๆ ก็พอแล้ว” หลินเฟิงฉีกยิ้มและพูด
“พวกเราเป็นพี่น้องกันเพราะงั้นเราต้องได้เท่าๆ กัน..พี่หลินอย่าปฏิเสธน้ำใจผมสิ” เย่เชียนพูด “ถึงยังไงเรื่องเงินมันก็เป็นสิ่งที่สำคัญอยู่ดี..ในชีวิตนี้ผมต้องการเงินเพราะงั้นถ้าใครพรากเงินของผมไปนั่นก็เท่ากับการพรากชีวิตของผม..เพราะงั้นพี่หลินเองก็หาผู้หญิงสวยๆ บริสุทธิ์สักคนและยุติชีวิตโสดๆ ของพี่ได้แล้ว”
หลินเฟิงกลอกตาไปมาอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าใครบริสุทธิ์? ..ถ้าฉันเลือกผิดมันคงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างมาก”
“จริงๆ แล้วผู้หญิงมีประสบการณ์ก็ดีเหมือนกันนะพวกเธอร้อนแรงดี” เย่เชียนพูด
“บ้าจริง..ฉันล่ะหมดคำจะพูดกับนายจริงๆ” หลินเฟิงยิ้มและพูด แน่นอนว่าเย่เชียนรู้ว่าหลินเฟิงกำลังล้อเล่นกับเขา เพราะความเป็นพี่น้องจะพังทลายเพราะเงินเพียงเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ได้ยังไง? แน่นอนว่าหลินเฟิงก็เข้าใจด้วยว่าเย่เชียนก็กำลังล้อเขาเล่นอยู่เหมือนกัน ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากเขาขอเย่เชียนก็เต็มใจมอบให้เขาจริงๆ โดยไม่ลังเล ถึงแม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันมานานมากนักแต่การสื่อสารทางจิตวิญญาณระหว่างพวกเขาก็สามารถเข้าใจกันได้เป็นอย่างดี
หลังจากเห็นหลินเฟิงขับรถออกไปจินเจิ้งผิงก็กลั้นยิ้มและเงยหน้าขึ้น จากนั้นก็หันไปเหลือบมองลูกศิษย์ตระกูลจินแล้วพูดว่า “ไปปล่อยตัวจินเหว่ยห่าวแล้วพาเขามาหาฉันที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้” หลังจากพูดจบเขาก็หันหลังเดินไปที่ห้องทำงานทันที
จากระยะไกลเขาก็เห็นฮั่นหนิงซือกำลังเดินเข้ามาหาเขา
“คุณมาได้จังหวะพอดี..ฉันก็กำลังตามหาคุณอยู่” จินเจิ้งผิงพูด “ช่วยฉันติดต่อท่านอาจารย์หมอทีและนัดหมายให้เขามาที่บ้านตระกูลจินเพราะเย่เชียนต้องการพบเขา”
เมื่อได้ยินแบบนั้นฮั่นหนิงซือก็ตกตะลึงไปชั่วขณะและสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว “เจิ้งผิง..เขาน่ะเป็นแค่รองนายกเทศมนตรีตำแหน่งเล็กๆ เพราะงั้นทำไมคุณถึงใจดีกับเขาขนาดนี้ล่ะ” ฮั่นหนิงซือพูด
“คราวที่แล้วเรื่องของตระกูลหยุนวุ่นวายเกินไปและมีเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมากที่ถูกกำจัดในเวลาเดียวกัน..ซึ่งถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้แตะต้องเราแต่พวกเราก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าพวกเขาจะไม่ทำอะไรพวกเราจริงๆ ..คราวนี้ที่มาของเย่เชียนนั้นลึกลับมากและฉันสั่งให้เจิ้งรุ่ยไปตรวจสอบแต่กลับไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเขาเลย..ตอนนี้เราไม่สามารถรับประกันได้ว่าเขาจะถูกส่งมาโดยรัฐบาลหรือเปล่าเพราะงั้นเราต้องระวังและยิ่งไปกว่านั้นสิทธิ์ทั้งหมดในการขุดเจาะภูเขาหินตอนนี้ก็อยู่ในความรับผิดชอบของเขาแล้ว..ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการดีที่สุดที่จะหลอกใช้เขาไม่อย่างนั้นมันจะตกไปอยู่ในกำมือของตระกูลหยุนและพวกเราก็จะเสียเปรียบทันที” จินเจิ้งผิงพูด “เดิมทีภูเขาหินเป็นสถานที่ที่บรรพบุรุษของตระกูลจินใช้เป็นฐานประจำการกองทหารของท่านและพื้นที่ทั้งหมดนี้ก็เป็นของตระกูลจินเพราะงั้นตระกูลหยุนจะครอบครองไปได้ยังไง?”
ฮั่นหนิงซือพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “นั่นเป็นเพราะว่านับวันบรรพบุรุษของตระกูลจินของคุณยิ่งไร้ความสามารถเรื่อยๆ ที่ปล่อยให้ตระกูลหยุนมาหยิ่งผยองกับเราได้..เดิมทีตระกูลหยุนก็เป็นเพียงสุนัขที่เลี้ยงโดยตระกูลจินแต่ตอนนี้พวกมันมาลอบกัดเจ้านายแบบนี้..พวกมันกล้าเผชิญหน้ากับเขี้ยวและกรงเล็บของเขาก็เพราะใครล่ะ?”
จินเหว่ยห่าวก็ไม่ได้สุภาพและนั่งลงอย่างสบายๆ แต่ดวงตาของเขาก็หันไปที่อื่นและไม่ได้เหลือบมองจินเจิ้งผิงเลย ซึ่งก่อนหน้านี้เหล่าลูกศิษย์บอกเขาว่าเย่เชียนมาที่นี่ ดังนั้นในเวลานี้เมื่อจินเจิ้งผิงเรียกเขามาเขาก็รู้ว่าจินเจิ้งผิงต้องการทราบเกี่ยวกับข้อมูลของเย่เชียนเพิ่มเติมจากปากของเขาอย่างแน่นอน
“สูบมั้ย?” จินเจิ้งผิงดันกล่องบุหรี่ไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วพูด
“ไม่ล่ะ..ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อสูบบุหรี่..ถ้าแกมีอะไรก็พูดออกมาตรงๆ ได้เลยและอย่าเสแสร้งเด็ดขาด” จินเหว่ยห่าวพูด “จริงๆ แล้วมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่เรียกฉันมาหาเพราะงั้นถ้าแกต้องการจะฆ่าฉันก็รีบๆ ทำซะ!..เพราะถ้าฉันรอดออกไปได้ล่ะก็ฉันจะไม่มีวันปล่อยตระกูลจินไปอย่างแน่นอน..แกก็รู้จักตัวตนของฉันดีและฉันก็สามารถทำได้ทันทีด้วยการโทรเพียงครั้งเดียวและให้ทุกคนจากสำนักถังมาช่วย!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นมุมปากของจินเจิ้งผิงก็กระตุกอย่างต่อเนื่องและเห็นได้ชัดว่าเขาโกรธและถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “แกคิดอะไรของแกอยู่? ..นั่นเป็นน้ำเสียงและคำพูดที่แกพูดกับพ่อของแกงั้นเหรอ? ..แกคิดว่าฉันไม่กล้าฆ่าแกงั้นเหรอ?”
“ฉันไม่มีพ่อหรือแม่และไม่มีครอบครัวหรือการศึกษาทั้งนั้นและฉันก็ไม่รู้หรอกว่ามารยาทคืออะไร” จินเหว่ยห่าวพูด “เพราะงั้นอย่ามาพูดแบบนี้กับฉัน!..อีกอย่างแกคู่ควรที่จะเป็นพ่องั้นเหรอ? ..แกต้องการให้ฉันพูดกับแกแบบไหน? ..แบบอ่อนน้อมถ่อมตน หรือเคารพกันล่ะ? ..นี่มันก็ยี่สิบกว่าปีแล้วที่แกเพิกเฉยต่อฉันทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิด!” จินเหว่ยห่าวสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “แต่ก็นะทั้งหมดนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วและฉันก็ไม่เคยต้องการความรักจากแกเลย..ตั้งแต่วินาทีที่ฉันจากไปฉันก็ตัดขาดจากตระกูลจินและไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ทั้งสิ้นและมันก็เต็มไปด้วยความเกลียดชัง!”
.
.
.
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน