เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดนักรบจอมราชัน นิยาย บท 1276

ตอนที่ 1276 เคลื่อนไหว

………………..

ทุกวันนี้มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่โอ้อวดอำนาจด้วยการพึ่งพาความสามารถของตัวเองเพียงเล็กน้อยแต่พึ่งมาครอบครัวเสียมากกว่า แต่อย่างน้อยๆ เย่เชียนก็อยู่ในฐานะรองนายกเทศมนตรีด้วยดังนั้นเลขาของเขาจะต้องไม่โดนดูถูกหรือถูกคุกคามใช่ไหม? ดังคำกล่าวที่ว่าเสียเงินไม่ว่าแต่เสียหน้าไม่ได้แต่น่าเสียดายที่เย่เชียนได้ยินจากน้ำเสียงของเสี่ยวเทียนแล้วเขาก็รู้สึกได้ว่าเธอจะต้องประสบปัญหาบางอย่างอยู่

เมื่อมองดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือแล้วมันก็ยังเช้าอยู่และเย่เชียนก็ไม่มีอะไรทำในขณะนี้ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไปหาเสี่ยวเทียนเนื่องจากตอนนี้เขานั่งอยู่ในตำแหน่งนี้จึงจำเป็นต้องแก้ไขบางสิ่งบางอย่างและเมื่อคิดแบบนั้นเขาก็ลุกขึ้นออกจากออฟฟิศและลงไปชั้นล่างจากนั้นเย่เชียนก็เรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประตูเพราะเย่เชียนต้องพาพวกเขาออกไปข้างนอกสักพักดังนั้นตอนนี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างมาก

รปภ.ตื่นเต้นมากและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ออกไปทำธุระกับรองนายกเทศมนตรีดังนั้นพวกเขาจึงมอบหมายให้หนึ่งคนเฝ้าที่นี่และที่เหลืออีกสามคนตามเย่เชียนออกไปข้างนอก

พวกเขานั่งแท๊กซี่ไปที่สี่แยกเพื่อไปยังสำนักงานกรมที่ดินและทรัพยากรไม่ไกลนักและประมาณครึ่งชม.ต่อมารถก็มาจอดที่ทางเข้าสำนักงานกรมที่ดินและทรัพยากรและเย่เชียนก็เงยหน้าขึ้นและเหลือบมองอาคารสำนักงานนั้นค่อนข้างสวยงามและดูเหมือนว่าจะใช้งบประมาณมากกว่าอาคารรัฐสภาเสียิอีก ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นปรากฏการณ์ที่พิเศษมากในประเทศจีนเพราะอาคารในเครือรัฐบาลจะกลายเป็นอาคารสถานที่ที่หรูหราอย่างมากในที่สาธารณะ

ปกติแล้วรปภ.ทั้งสามไม่รู้ว่าต้องทำอะไรแต่เย่เชียนก็ยังไม่ได้พูดอะไรและระหว่างทางเย่เชียนก็ดูเหมือนจะไม่สบอารมณ์อย่างมาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าถามอะไรมากไปกว่านี้เพราะเย่เชียนพาพวกเขามาและนี่เป็นสิ่งที่น่ายินดีสำหรับพวกเขาแล้วและพวกเขาจะกล้าดียังไงมาถามว่าพวกเขากำลังจะไปทำอะไร

หลังจากชำระค่าโดยสารแล้วเย่เชียนก็ลงจากรถและเดินเข้าไปและรปภ.ทั้งสามก็มองหน้ากันแล้วรีบตามไป จากระยะไกลเย่เชียนเห็นว่ารถ Lamboghini ยังคงจอดอยู่ที่นั่นซึ่งหมายความว่าเรื่องของเสี่ยวเทียนยังไม่จบและอันที่จริงมันก็ไม่ได้ยากที่จะดำเนินการเรื่องเอกสารเหล่านี้เลย อีกอย่างเขาก็เป็นรองนายกเทศมนตรีด้วยดังนั้นสิ่งที่คนเหล่านี้ทำคือการดูหมิ่นเขาใช่ไหม? จากนั้นเย่เชียนก็เดินตรงไปที่แผนกต้อนรับในห้องล็อบบี้ทันที

มีหญิงวัยกลางคนสองคนที่แผนกต้อนรับและกำลังกระซิบอะไรบางอย่างกันอยู่ทั้งหัวเราะเสียงดังและหยิ่งผยอง ซึ่งผู้หญิงในวัยนี้มักจะกล้าและไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพวกเธอที่จะพูดเรื่องของคนอื่นและนินทาคนอื่น เช่นเดียวกับที่ผู้ชายมักจะโม้ว่าแฟนสาวของพวกเขาสวยแค่ไหนและพวกเธอจะรับมือกับเขาบนเตียงอย่างไรนั่นเอง อันที่จริงหลายๆ คนรู้ความจริงและกลายเป็นกฎที่ไม่ได้พูดสำหรับหลายๆ สถาบันในปัจจุบันนี้

เย่เชียนเดินไปโดยไม่พูดอะไรเพียงแค่ยืนและมองไปที่ผู้หญิงทั้งสองคนและดูเหมือนผู้หญิงสองคนจะไม่ได้พูดถึงใครอื่นนอกจากเขาเองเกี่ยวกับการกระทำอย่างโจ้งแจ้งสะดุดตาของเขาแต่เย่เชียนก็เหลือบมองดูอย่าเงียบๆ และไม่มีท่าทีโกรธหรือบูดบึ้งแต่อย่างใดจนทำให้พวกเธอคาดเดาไม่ได้ว่าเย่เชียนคิดอะไรอยู่

หลังจากนั้นไม่กี่นาทีผู้หญิงทั้งสองคนก็รู้สึกแปลกๆ เล็กน้อยและหยุดพูดและผู้หญิงคนหนึ่งก็หรี่ตาของเธอแล้วเหลือบมองเย่เชียนจากนั้นก็ถามว่า “คุณมีธุระอะไรหรือเปล่า?”

“พวกคุณคุยกันเสร็จแล้วงั้นเหรอ? ..ทำไมถึงไม่คุยกันต่อล่ะ?” เย่เชียนพูดอย่างเย็นชา “รัฐบาลรับพวกคุณเข้ามาทำงานที่นี่เพื่อนินทาชาวบ้านรึไง?”

ผู้หญิงคนนั้นจ้องมองเย่เชียนอย่างดูถูกและพูดว่า “แล้วแกเป็นใคร? ..แกมีสิทธิ์มาพูดแบบนี้ที่นี่งั้นเหรอ? ..หัดมีมารยาทซะบ้าง..แกมาที่นี่ทำไม? ..ถ้าแกจะมาหาหัวหน้าก็ค่อยมาวันอื่นเพราะวันนี้หัวหน้าบอกว่าไม่อยากพบใคร!”

“หึ..ถ้าแค่จัดการกับคนแบบนี้ยังไม่ได้ฉันก็คงจะไม่คู่ควรกับตำแหน่งนี้” เย่เชียนสูดลมหายใจอย่างเย็นชาและหันไปมองที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามคนที่อยู่ข้างหลังเขาและพูดว่า “พาพวกเธอไปนั่งคุกเข่าลงที่หน้าประตูแล้วสั่งสอนพวกเธอจนทำให้เธอพูดไม่ออกอีกเลย”

เมื่อได้ยินแบบนั้น รปภ.ทั้งสามคนก็ตกตะลึงไปชั่วขณะและพวกเขาประหลาดใจเล็กน้อยกับคำสั่งของเย่เชียนและพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเย่เชียนด้วยความประหลาดใจ “พวกคุณไม่ได้ยินที่ผมพูดงั้นเหรอ?” เย่เชียนพูดอย่างเย็นชา “ถ้าผมกลับมาแล้วพวกเธอยังพูดได้ล่ะก็พวกคุณเจอผมแน่” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็เดินเข้าไป

“แกอย่าเข้าไปนะ..หยุดเขาเอาไว้!” ผู้หญิงวัยกลางคนรีบตะโกนและทันใดนั้น รปภ.ของกรมที่ดินก็ได้ยินเสียงและรีบเข้าไปหยุดเย่เชียนเอาไว้ “หยุดแล้วกรุณาตามพวกเราไปที่ห้องรักษาความปลอดภัยด้วยครับ” เจ้าหน้าที่ รปภ.ของกรมที่ดินพูด

“รองนายกเทศมนตรีเย่” เสี่ยวเทียนพูดออกมาอย่างอ่อนแรงและดูเศร้าสร้อยพร้อมกับน้ำตาไหลที่ไหลออกมา ทันใดนั้นเธอก็ค้นพบว่าตัวตนที่แข็งแกร่งของเธอก่อนหน้านี้แท้ที่จริงแล้วมันเปราะบางจนเธอไม่สามารถเผชิญหน้ากับสิ่งที่เจอได้

เสี่ยวเทียนก็มองเย่เชียนด้วยความว่างเปล่าจากนั้นเย่เชียนก็พูดว่า “เดี๋ยวเราค่อยคุยกันทีหลัง” เดิมทีเย่เชียนต้องการตำหนิเสี่ยวเทียนแต่เมื่อเห็นการแสดงออกของเธอแล้วเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวแล้วหันไปมองที่รองผู้อำนวยการจ้าวแล้วพูดว่า “มันน่าจะเกินสองชั่วโมงแล้วตั้งแต่ที่เสี่ยวเทียนมาที่นี่แล้วทำไมคุณถึงยังไม่เซ็นต์เอกสารสักทีละ? ..อย่ามาแก้ตัวเด็ดขาดเพราะผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่..คุณกล้ามากเลยนะที่จะมาล่อลวงคนของผมน่ะ!”

รองผู้อำนวยการจ้าวก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านเพราะเขาไม่ได้คาดหวังว่าเย่เชียนจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่ อันที่จริงแล้วเขาได้เตรียมเอกสารเอาไว้แล้วแต่เหตุผลที่เขายื้อเวลาแบบนี้เพราะเขาเห็นรูปร่างหน้าตาของเสี่ยวเทียนแล้วรู้สึกถูกใจอย่างมาก แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เชียนแล้วรองผู้อำนวยการจ้าวก็พูดอย่างเร่งรีบว่า “ท่านรองนายกเทศมนตรีเย่ครับผมจะกล้าทำแบบนั้นได้ยังไง..นี่เป็นความจริงเพราะช่วงนี้เรามีปัญหามากมายจึงทำให้มีบุคลากรไม่พอเพราะงั้นมันเลยเกิดความล่าช้าแต่เนื่องจากรองนายกเทศมนตรีเย่มาด้วยตัวเองเพราะงั้นผมจะเซ็นต์ให้คุณทันที..เชิญคุณนั่งลงแล้วรอสักครู่นะครับผมจะรีบดำเนินการให้”

“คุณคิดว่าผมเป็นคนโง่งั้นเหรอ?” เย่เชียนพูดอย่างเย็นชา “ถ้าผมมาที่นี่ด้วยตัวเองแล้วคุณคิดว่าสิ่งต่างๆ มันจะคลี่คลายได้ง่ายๆ เหรอ?”

.

.

.

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน