เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดนักรบจอมราชัน นิยาย บท 1279

ตอนที่ 1279 การลงโทษแบบหุนหันพลันแล่น

………………..

หลังจากพูดจบเย่เชียนก็เพิกเฉยต่อสายตาที่ตกใจของอธิบดีหลี่และใบหน้าอันขมขื่นของผู้อำนวยการจ้าวแล้วหันไปมองที่เสี่ยวเทียนจากนั้นทั้งสองก็เขาเดินลงไปข้างล่าง เห็นได้ชัดว่าอธิบดีหลี่ตกตะลึงอย่างมากเพราะเขาไม่ได้คาดหวังว่ารองนายกเทศมนตรีคนใหม่ของเมืองเสิ่นหยางจะมีอำนาจและหยิ่งผยองขนาดนี้ซึ่งวิธีการของเขาค่อนข้างนองเลือดและเดือดดาลอย่างมาก

ผู้กำกับหลี่เป็นคนฉลาดเพราะถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ภูมิหลังและประวัติของเย่เชียนก็ตามแต่เขาก็ไม่กล้าที่จะทำให้รองนายกเทศมนตรีขุ่นเคืองในสำนักงานของรัฐบาลเด็ดขาด ซึ่งถ้าหากเขาไม่มีข้อมูลใดๆ เขาจะกล้าทำแบบนั้นได้อย่างไร? ยิ่งกว่านั้นถ้าหากเย่เชียนไม่มีคนสนับสนุนที่แข็งแกร่งแล้วเย่เชียนจะกล้าพูดประโยคแบบนี้ได้อย่างไร? ดังนั้นอธิบดีหลี่จึงไม่ต้องการมีส่วนร่วมในเรื่องนี้แต่ดูเหมือนไม่ง่ายนักสำหรับเขาที่จะหลีกหนีจากเรื่องนี้และเขาก็อดไม่ได้ที่จะปวดหัว

หลังจากเดินไปไม่กี่ก้าวเย่เชียนก็หันกลับมาและพูดว่า “อีกเรื่อง!..ผมไม่รู้ว่าคุณจ้างพนักงานต้อนรับสองคนด้านล่างมาได้ยังไง..พวกเธอไม่มีคุณสมบัติและความสามารถเลยแม้แต่น้อย..เพราะงั้นอธิบดีหลี่คงจะรู้ใช่มั้ยว่าจะทำยังไงต่อ? ..ผมคิดว่าอธิบดีหลี่น่าจะชัดเจนใช่มั้ย?”

หลังจากพูดจบเย่เชียนก็หันกลับเข้าไปในลิฟต์และเสี่ยวเทียนก็เหลือบมองเย่เชียนแล้วพูดเบาๆ ว่า “ท่านรองนายกเทศมนตรีเย่คะ..แบบนี้มันจะไม่แย่ไปหน่อยเหรอคะ? ..ฉันไม่ต้องการสร้างปัญหาให้กับท่านรองนายกเทศมนตรีเย่ค่ะ..คราวนี้ฉันทำหน้าที่ได้ไม่ดีเอง”

เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ยัยโง่คุณคิดว่าผมโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ? ..คุณคิดว่าผมจะยอมปล่อยไปง่ายๆ งั้นเหรอ? ..ไม่ต้องกังวลไปหรอกผมแค่จะดูความสามารถในปัจจุบันของพวกเขาเท่านั้น..ยิ่งไปกว่านั้นในเมื่อเขาหยามเกียรติผมแล้วผมก็ปล่อยเขาไปไม่ได้หรอก..พวกเขาควรจะได้รับผลที่ตามมาและดีแค่ไหนแล้วที่ผมไม่ฆ่าพวกเขา!”

เมื่อได้ยินแบบนั้นเสี่ยวเทียนก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและมุมปากของเธอกระตุกเล็กน้อยและพูดว่า “ขอบคุณค่ะ!”

เย่เชียนก็แสยะยิ้มแล้วพูดว่า “ขอบคุณอะไรกัน..ดูเหมือนคุณจะลืมสิ่งที่ผมบอกไปแล้วงั้นเหรอ..เรียกผมว่าคุณเย่สิไม่ต้องเรียกผมว่ารองนายกเทศมนตรีเย่ตลอดเวลาก็ได้..ผมไม่ค่อยชินกับมันเลย”

หลังจากออกจากลิฟต์เย่เชียนก็เดินออกไปทันทีและที่ประตูผู้หญิงสองคนมีเลือดเต็มปากร้องไห้ไม่หยุดและน่าสังเวช เมื่อเธอเห็นเย่เชียนแล้วเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสามก็รีบทักทายเขาและพูดว่า “รองนายกเทศมนตรีเย่!”

เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและเหลือบมองผู้หญิงสองคนแล้วพูดว่า “พวกคุณอย่าได้ดูถูกคนอื่นอีก..วันนี้ผมอารมณ์ดีและไม่อยากฆ่าใครแต่ถ้าคราวหน้าผมเห็นพวกคุณอีกพวกคุณจะไม่โชคดีอย่างวันนี้” จากนั้นเย่เชียนก็เหลือบมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสามและพูดว่า “ไปกันเถอะ!”

เมื่อพูดจบเย่เชียนก็เดินตรงไปที่รถและเมื่อไปถึงรถเย่เชียนก็ยื่นเอกสารในมือให้เสี่ยวเทียนและพูดว่า “ช่วยผมนำเอกสารเหล่านี้ไปจัดการก่อนเพราะผมยังมีธุระที่ต้องไปทำกับพวกเขาอยู่..แน่นอนว่านายกเทศมนตรีหวังจะต้องถามอย่างแน่นอนแต่ถ้าเขาถามคุณว่าเกิดอะไรขึ้นคุณก็สามารถบอกให้เขามาถามผมได้โดยตรง”

เสี่ยวเทียนเหลือบมองเย่เชียนและพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการตอบกลับ เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ขับรถดีๆ ล่ะ..คุณกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ” หลังจากนั้นเย่เชียนก็โบกมือและเดินออกไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามคนและโบกแท็กซี่แล้วออกไปอย่างรวดเร็วจากประตูทางเข้าสำนักงานกรมที่ดินและทรัพยากร

เมื่อมองไปที่แผ่นหลังของเย่เชียนแล้วเสี่ยวเทียนก็รู้สึกประทับใจมากแต่ยิ่งมองเย่เชียนมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งดูเหมือนอันธพาลมากขึ้นเท่านั้นแต่สิ่งที่เย่เชียนทำนั้นน่าประทับใจมาก ซึ่งเสี่ยวเทียนก็ไม่รู้เลยเพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอก็คงจะเกลียดคนที่มีนิสัยอันธพาลแบบนี้แต่ตอนนี้ไม่เพียงแต่เธอไม่ได้เกลียดชังแต่เธอกลับมีความรู้สึกแปลกๆ เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

เสี่ยวเทียนส่ายหัวแรงๆ และเข้าไปในรถแล้วสตาร์ทรถเพื่อขับรถกลับ

ในเวลานี้อธิบดีหลี่ก็ลงมาจากชั้นบนเช่นกันและเห็นปากของผู้หญิงสองคนที่ประตูเต็มไปด้วยเลือดและใบหน้าของพวกเธอบวมเหมือนหัวหมูเขาก็อดไม่ได้ที่จะปวดหัวแต่กลับใจเย็นโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งเขาคิดในใจว่า ‘ดูเหมือนว่ารองนายกเทศมนตรีคนใหม่คนนี้จะเป็นคนที่เกลียดชังความไม่ถูกต้องอย่างมาก’

ต้องบอกว่าวิธีการเลือดเดือดของเย่เชียนยังคงมีผลดีในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐหลายๆ คนในปัจจุบันนี้พวกเขาไม่ค่อยคุ้นเคยกับวิธีการของเย่เชียน ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังลังเลและกลัวความตายและถึงแม้ว่านี่จะไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแต่สำหรับเย่เชียนเขาไม่ได้จะอยู่ในแวดวงนี้เป็นเวลานานและไม่ได้คาดหวังที่จะแก้ไขนิสัยและการกระทำของข้าราชการเหล่านี้อย่างถาวร เขาเพียงต้องการปล่อยให้คนเหล่านี้เชื่อฟังเพียงชั่วคราวเพราะมันจะง่ายที่จะทำสิ่งต่างๆ หลังจากนี้

เมื่อนั่งแท็กซี่ไปเย่เชียนก็หันไปมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสามและพูดว่า “เราไปกินข้าวกันก่อนแล้วค่อยไปทำธุระกัน..ว่าแต่พวกคุณอยากจะกินอะไรกันล่ะ?”

“ก็คุณสงสัยไม่ใช่เหรอว่าฉันมีความสัมพันธ์ลับลมคมในกับอู๋เป้งเต๋าเพราะงั้นตอนนี้คุณพอใจแล้วหรือยัง..ฉันฆ่าเขาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของฉันแล้ว” ฮั่นหนิงซือพูด “เราแต่งงานกันมาหลายปีแล้ว..ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะไม่เชื่อใจฉันแถมยังส่งคนมาคอยสะกดรอยตามฉันด้วย..ถ้าคุณอยากรู้อะไรก็ถามฉันตรงๆ มาเลยสิ..คุณรู้มั้ยว่าคุณเป็นคนทำให้สายหมอกต้องถูกฆ่าน่ะ”

เมื่อได้ยินแบบนั้นจินเจิ้งผิงก็ตกตะลึงไปชั่วขณะหนึ่งแต่อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ ต่อสายหมอกเพราะเขาแค่ใช้เธอ และโดยธรรมชาติแล้วเขาก็ไม่มีความเจ็บปวดหรือลังเลใจต่อการตายของเธอ อย่างไรก็ตามฮั่นหนิงซือก็รู้ดีว่าสายหมอกนั้นถูกเขาส่งไปสะกดรอยตามเธอแต่ฮั่นหนิงซือก็ยังลงมือฆ่าเธออีกซึ่งทำให้เขารู้สึกว่าฮั่นหนิงซือไม่ได้เกรงกลัวเขาเลยดังนั้นเขาจึงไม่สบอารมณ์อย่างมาก “คุณรู้ไม่ใช่เหรอว่าสายหมอกนั้นเป็นคนของผมเพราะงั้นคุณกล้าฆ่าเธอได้ยังไง?” จินเจิ้งผิงพูดอย่างเย็นชา

“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของคุณกับเธอเป็นยังไง..ที่ผ่านมาฉันก็แค่หลับตาข้างเดียวและแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรแต่คราวนี้ยัยนั่นกล้าที่จะท้าทายฉันเพราะงั้นคุณคิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอฆ่าฉันง่ายๆ เหรอ? ..อีกอย่างฉันเป็นถึงปรมาจารย์ด้านศิลปะการต่อสู้เพราะงั้นคุณคิดว่าเธอจะทำอะไรฉันได้จริงๆ งั้นเหรอ?” ฮั่นหนิงซือพูด “เราแต่งงานกันมาหลายปีแล้วฉันรู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่แต่คุณต้องเข้าใจว่าเราเป็นสามีภรรยาเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเพราะงั้นถ้ามีเรื่องอะไรเราก็ควรพูดคุยกันตรงๆ ..แบบนี้มันก็มีแต่จะเปิดโอกาสให้คนนอกใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เพื่อโจมตีพวกเรา”

จินเจิ้งผิงขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “ผมไม่ได้คิดเลยว่าคุณจะทำแบบนี้..คุณปิดบังความสัมพันธ์ของคุณกับอู๋เป้งเต๋ามานานแล้วเพราะงั้นการที่ผมจะสงสัยมันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง? ..ยิ่งไปกว่านั้นผมก็ถามคุณตรงๆ แล้วแต่คุณกลับตอบอย่างคลุมเครือ..คุณคิดเอาสิเองว่าตั้งแต่ที่คุณแต่งงานกับผมแล้วคุณเปลี่ยนไปมากขนาดไหน?” หลังจากนิ่งไปสักพักจินเจิ้งผิงก็พูดต่อ “เห็นได้ชัดว่าอู๋เป้งเต๋ามีความสำคัญต่อเราในตอนนี้และมันก็ขึ้นอยู่กับเขาว่าเราจะได้รับสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินหรือเปล่า..แต่คุณกลับฆ่าเขาในตอนนี้และถ้าเขาตายเย่เชียนจะมอบสิทธิ์ในการขุดเจาะให้กับเรางั้นเหรอ? ..คุณลืมไปแล้วหรือไงว่ามรดกและสมบัติของตระกูลอยู่ในภูเขาหินนั่นและผมจะไม่ยอมให้ใครเอาไป”

ฮั่นหนิงซืออดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งเพราะแท้จริงแล้วเธอหุนหันพลันแล่นเกินไปและเธอก็ไม่ได้คิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพราะตอนนี้อู๋เป้งเต๋าตายไปแล้วและมันค่อนข้างยากที่จะแก้ไขเรื่องของเย่เชียนได้ อย่างไรก็ตามสิ่งต่างๆ ได้เกิดขึ้นแล้วและไม่สามารถแก้ไขเรื่องนั้นได้อีก ในเวลานี้ฮั่นหนิงซือก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “ให้ฉันจัดการเรื่องนี้เอง..ฉันสัญญาว่าจะรับสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินมาให้ได้”

“คุณ..คุณจะทำยังไง..ถ้าตอนนี้เย่เชียนรู้ว่าอู๋เป้งเต๋าตายแล้วเขาจะหันมาต่อต้านเราอย่างแน่นอนและเราจะไม่ได้อะไรเลย” จิน เจิ้งผิงพูด “ซึ่งถ้าหากตระกูลหยุนคว้าสิทธิ์ในการขุดเจาะไปล่ะก็ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะไม่มีที่สำหรับตระกูลจินของเราอีกต่อไปคุณเข้าใจมั้ย?”

.

.

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน