เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดนักรบจอมราชัน นิยาย บท 1324

ตอนที่ 1324 เหมือนมืดแปดด้าน

………………..

เย่เชียนรีบกลับไปที่เมืองเสิ่นหยางทันทีแต่เขาก็รู้สึกกังวลเล็กน้อยเพราะนี่มันผ่านมาสองวันแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องและยาฉะก็ยังไม่มาพบเขา ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะย่ำแย่กว่าที่คิดและในช่วงสองวันที่ผ่านมาเย่เชียนไม่ค่อยสบายตัวเลยและก่อนเที่ยงคืนของทุกวันตาซ้ายของเขาก็เจ็บปวดมากและมีเลือดไหลออกมาด้วยและสิ่งนี้ก็ทำให้เขาอดไม่ได้นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในธนาคารวันนั้นและเขาก็ไม่รู้ว่าทำไม

ในช่วงสองวันที่ผ่านมาสถานการณ์ในเมืองเสิ่นหยางก็เปลี่ยนไปตลอดเวลาเช่นกันและหยุนเซินก็ตกหลุมพรางของหว่านจื่อตงและเชื่อในคำพูดของเขา เมื่อสำเร็จภารกิจแล้วหว่านจื่อตงก็แทบรอไม่ไหวที่จะออกไปจากที่นี่เพราะเขาไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไปไม่อย่างนั้นตระกูลหยุนกับตระกูลจินจะไม่มีวันปล่อยเขาไปอย่างแน่นอน

ในตอนเช้าเย่เชียนเพิ่งตื่นขึ้นเพราะโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นและเมื่อเย่เชียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นสายจากหว่านจื่อตงและเย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วกดปุ่มรับสาย ในไม่ช้าเสียงของหว่านจื่อตงก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม “คุณเย่ครับแผนการปล่อยข่าวลวงเรียบร้อยแล้ว..ผมเชื่อว่าหยุนเซินเชื่อคำพูดของแล้ว” หลังจากหยุดไปชั่วขณะหว่านจื่อตงก็พูดต่อ “คุณเย่ตอนนี้ผม..”

“ไม่ต้องห่วงผมจะทำตามที่สัญญาเอาไว้เดี๋ยวผมจะจัดการส่งคุณไปแคนาดาภายในคืนนี้และถ้ามีปัญหาอะไรอีกในอนาคตก็โทรมาหาผมได้เสมอแล้วผมจะช่วยคุณแก้ปัญหาเอง..คุณเตรียมตัวรอได้เลย..แต่คุณต้องระวังให้ดีอย่าให้หยุนเซินรู้ว่าคุณกำลังจะหนีออกนอกประเทศเด็ดขาดไม่อย่างนั้นสิ่งต่างๆจะแย่ลงมาก” เย่เชียนพูด แน่นอนว่าเย่เชียนจะทำตามสัญญาที่เขาให้ไว้กับคนอื่นไม่อย่างนั้นใครจะเชื่อในตัวเขาได้ในอนาคตและจะสั่งให้คนอื่นทำสิ่งต่างๆให้เขาได้อย่างไร?

หว่านจื่อตงก็มีความสุขมากและขอบคุณเย่เชียนครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งตอนนี้เขาก็ไม่ได้คิดอะไรนอกจากจะออกไปจากประเทศจีนให้ได้โดยเร็วที่สุดเพราะเขาอยู่ในวงการนี้มาหลายปีแล้วและเขาก็ใช้วิธีของตัวเองเดินไปท่ามกลางกองกำลังต่างๆและดูเหมือนเขาจะชัดเจนมากว่าเขาได้รุกรานผู้คนมากเกินไปและอาจตายได้ทุกเมื่อ ซึ่งอันที่จริงหว่านจื่อตงรู้ชะตากรรมของตัวเองมานานแล้วแต่ตอนนี้มันต่างออกไปเพราะเขามีภรรยาและลูกและเขาก็ไม่ต้องการให้ครอบครัวมาเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้เพราะมันเป็นเรื่องไร้สาระที่จะทำร้ายครอบครัวตัวเองเพราะการกระทำของตัวเองและไม่มีใครรู้ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเขาหลังจากที่เขาตายไป

เย่เชียนไม่พูดอะไรมากและหลังจากเล่าบางอย่างให้เขาฟังเย่เชียนก็วางสายไป ซึ่งเหตุผลที่เย่เชียนไม่ส่งหว่านจื่อตงออกไปนอกประเทศในตอนแรกเพราะเขารู้ว่าไหวพริบและเล่ห์เหลี่ยมของหยุนเซินนั้นเป็นอย่างไรและจะไม่ไว้ใจหว่านจื่อตงง่ายๆอย่างแน่นอนและหยุนเซินจะต้องส่งคนไปติดตามหว่านจื่อตงอย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าหากหว่านจื่อตงถูกส่งตัวไปในเวลานั้นมันจะทำให้หยุนเซินสงสัยอย่างแน่นอนและถึงแม้ว่าตอนนี้หยุนเซินจะเชื่อคำพูดของหว่านจื่อตงแล้วก็ตามแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหยุนเซินจะไม่ส่งคนมาสะกดรอยตามหว่านจื่อตงเสมอไป ด้วยเหตุนี้ถ้าหากเย่เชียนส่งหว่านจื่อตงออกไปในเวลานี้หยุนเซินจะคิดว่าหว่านจื่อตงหลอกเขาและต้องการที่จะหลบหนีไป ดังนั้นการทำแบบนี้หยุนเซินจะไม่มีข้อสงสัยดังกล่าวมากเกินไปนั่นเอง

หลังจากอาบน้ำเสร็จเย่เชียนก็กำลังจะออกไปข้างนอกและโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้งซึ่งหลินเฟิงโทรมาบอกว่าจินเหว่ยห่าวกับจินเหว่ยเซียงไปที่เขตบ้านพักตระกูลจิน เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ตกตะลึงไปชั่วขณะเพราะดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นวันที่จินเจิ้งผิงจัดพิธีงานศพให้ฮั่นหนิงซือ เมื่อนึกถึงสิ่งที่จินเหว่ยเซียงพูดในวันนั้นเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเพราะดูเหมือนว่าวันนี้พวกเขาจะนำร่างของฮั่นหนิงซือออกจากสุสานตระกูลจินแต่มันจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ? ยิ่งไปกว่านั้นการปรากฎตัวของจินเหว่ยเซียงที่นั่นก็เท่ากับการส่งแกะเข้าปากเสือไม่ใช่เหรอ? แต่การที่จินเหว่ยห่าวไม่ได้บอกเขานั้นเย่เชียนก็เข้าใจว่ามันเป็นเพราะเขารู้สึกผิดต่อเขานั่นเองดังนั้นจินเหว่ยห่าวจึงไม่อยากสร้างปัญหาให้เขาอีกต่อไปเพราะท้ายที่สุดเงื่อนไขที่เจรจากันในตอนแรกคือถ้าหากเย่เชียนช่วยให้จินเหว่ยห่าวชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลจินได้ล่ะก็จินเหว่ยห่าวก็จะใช้อิทธิพลของตระกูลจินเพื่อช่วยให้เขาทำสิ่งต่างๆได้มากขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแห่งนี้แต่ตอนนี้จินเหว่ยห่าวไม่ต้องการต่อสู้อีกต่อไปเพราะเขารู้สึกละอายใจต่อเย่เชียนและไม่ต้องการสร้างปัญหาให้กับเย่เชียนอีกต่อไปแล้ว

อย่างไรก็ตามเย่เชียนไม่สามารถเพิกเฉยได้และเมื่อนึกย้อนกลับไปตอนที่เขาตกลงกับจินเหว่ยห่าวเอาไว้เย่เชียนก็ไม่ได้คิดอะไรมากเกินไปเกี่ยวกับผลประโยชน์เพราะท้ายที่สุดถ้าเป็นแบบนั้นเย่เชียนก็อาจจะเลือกที่ร่วมมือกับจินเจิ้งผิงตั้งแต่แรกเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเขี้ยวหมาป่าคงจะดีกว่าและเย่เชียนก็เชื่อว่าจินเจิ้งผิงจะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน ดังนั้นเหตุผลที่เย่เชียนเลือกจินเหว่ยห่าวนั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะตัวของจินเหว่ยห่าวเองและถ้าพูดกันตามจริงแล้วจินเหว่ยห่าวก็ถือเป็นคนรักของลูกพี่ลูกน้องของเขาด้วยใช่ไหม? ดังนั้นถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับจินเหว่ยห่าวล่ะก็มันคงเป็นเรื่องยากสำหรับเย่เชียนที่จะอธิบายให้ลูกพี่ลูกน้องของเขาฟัง

ในขณะนั้นเย่เชียนก็ไม่กล้าที่จะลังเลอีกต่อไปและหลังจากคุยกับหลินเฟิงแล้วเย่เชียนก็วางสายโทรศัพท์ไปและขับรถไปที่เขตบ้านพักของตระกูลจินทันที ซึ่งระหว่างทางเย่เชียนก็แวะรับหลินเฟิงจากนั้นขับรถตรงไปที่บ้านพักของตระกูลจินต่อ ซึ่งหลินเฟิงก็ชำเลืองมองเย่เชียนและถามว่า “ฉันได้ยินมาว่านายกลับไปที่เมืองเซี่ยงไฮ้เมื่อสองวันก่อนแล้วเป็นไงบ้างล่ะแจ็คเป็นอะไรหรือเปล่า?”

เย่เชียนส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “แจ็คไม่เป็นไรเพราะอีกฝ่ายแค่อยากเจอผมและไม่เคยคิดที่จะทำร้ายแจ็คเลย” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็ถามว่า “ว่าแต่พี่หลินเคยได้ยินชื่อสกายเน็ตบ้างหรือเปล่า?”

หลินเฟิงส่ายหัวเล็กน้อยและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “พวกนั้นเป็นองค์กรประเภทไหน?..แล้วมันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้หรือเปล่า”

“ที่จริงผมก็ไม่รู้เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้เหนือจินตนาการของผมมากและจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมมันจะเป็นจริงหรือภาพลวงตา” เย่เชียนพูด

หลินเฟิงตกตะลึงและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “นายหมายความว่าไง?..อะไรคือความจริงและภาพลวงตา?..แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็มันต้องเป็นความจริงสิ”

เย่เชียนหันไปมองหลินเฟิงแล้วพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “พี่หลินก็ระวังเอาไว้ด้วยล่ะผมไม่ต้องการให้พี่ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้” ไม่ใช่ว่าเย่เชียนไม่เชื่อมั่นในหลินเฟิงแต่เป็นเพราะเย่เชียนรู้จักหลินเฟิงดีและรู้ว่าสิ่งที่หลินเฟิงตัดสินใจนั้นยากที่จะเปลี่ยนแปลงและถึงแม้ว่าหลินเฟิงจะไม่เห็นด้วยแต่หลินเฟิงก็จะทำมันอย่างลับๆโดยไม่บอกเขา แต่ทว่าถ้าหากหลินเฟิงบอกเขาล่ะก็ด้วยวิธีนี้หลินเฟิงจะไม่ลำบากใจและจะบอกเขาเกี่ยวกับการสืบสวนเบาะแสเมื่อใดก็ได้และถ้าหากหลินเฟิงตกอยู่ในอันตรายเขาก็จะสามารถช่วยหลินเฟิงได้โดยเร็วที่สุด

ในขณะที่พูดพวกเขาก็มาถึงประตูเขตบ้านพักตระกูลจินแล้วและถนนทั้งสายนอกเขตบ้านพักตระกูลจินก็เต็มไปด้วยรถยนต์มากมายและถึงแม้ว่าจินเจิ้งผิงจะบอกเพียงไม่กี่คนเกี่ยวกับพิธีงานศพของฮั่นหนิงซือก็ตามแต่ในวันนี้หลายๆคนก็มาร่วมพิธีหลังจากได้ยินข่าวนี้ เพราะตระกูลจินมีสถานะที่สูงมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ทั้งแปด ดังนั้นตระกูลใหญ่ๆทั่วประเทศจีนจึงส่งคนมาร่วมพิธีเพื่อเป็นเกียรติ

ในเมื่อบรรดาแขกมาที่นี่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จินเจิ้งผิงจะไล่พวกเขาออกไปเพราะเดิมทีจุดประสงค์ของเขาในการจัดงานศพนี้คือเพื่อล่อให้จินเหว่ยเซียงออกมาแต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นแบบนี้ไปแล้วเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับมัน ไม่อย่างนั้นทุกคนก็จะดูถูกเขาและหยามเกียรติของตระกูลจิน

เย่เชียนและหลินเฟิงก็เปิดเผยตัวตนของพวกเขาและบุคคลที่รับผิดชอบในการต้อนรับของตระกูลจินนั้นก็ไม่กล้าละเลยพวกเขาและพาพวกเขาเข้ามายังล็อบบี้ของตระกูลจิน ซึ่งทั่วห้องโถงก็ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราโดยมีรูปถ่ายขนาดใหญ่ของจินเหว่ยเซียงแขวนอยู่ตรงกลางพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ ซึ่งผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่กับการควบคุมสิ่งต่างๆมาตลอดทั้งชีวิตต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้และไม่ว่าจะบอกว่าเกิดจากตัวเองหรือเกิดจากวัฏจักรของกรรมก็ตามแต่ฮั่นหนิงซือก็ยังคงเป็นแม่ที่มีความสามารถและสำหรับจินเหว่ยเซียงแล้วเธอสมควรได้รับการเรียกว่า “แม่”

ห้องโถงพิธีงานศพก็เต็มไปด้วยแขกที่มาร่วมงานศพและเย่เชียนก็กวาดสายตามองไปรอบๆแต่เขาไม่พบร่างของสองพี่น้องจินเหว่ยห่าวกับจินเหว่ยเซียงเลยจนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเล็กน้อยและอดไม่ได้ที่จะแอบคิดว่า ‘หรือมีบางอย่างเกิดขึ้นกับพวกเขากันแน่?’

.

.

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน