ตอนที่ 1350 โอ่วหยางหมิงซวนมาเยือน
………………..
แน่นอนว่าไม่สามารถพูดได้ว่าคำพูดของถังจิงหนานนั้นผิดเพราะท้ายที่สุดโลกนี้ก็ยังต้องการศีลธรรมและกฏระเบียบและมันก็เป็นเพียงการที่ตัวเองต้องต่อสู้กับศีลธรรมเหล่านี้กับศัตรูโดยขาดความรับผิดชอบ แต่สำหรับเย่เชียนแล้วเขาไม่กังวลใดๆเพราะในการกำจัดศัตรูเขาควรใช้วิธีการของตนเองและใช้กลอุบายเฉพาะของเขาเองเพื่อบรรลุผลเท่านั้น
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เชียนแล้วถังจิงหนานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไรมากเพราะท้ายที่สุดเขาก็ไม่สามารถพูดได้ว่าแนวทางของเย่เชียนนั้นผิดเพราะโลกใบนี้มันเป็นแบบนั้นจริงๆและเต็มไปด้วยอุบายและเล่ห์เหลี่ยมมากมาย ดังนั้นหากทำตามกฎของโลกทุกอย่างเราเองที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในที่สุด
หลังจากหยุดไปชั่วขณะถังจิงหนานก็หันความสนใจไปที่จินเหว่ยห่าวแล้วเปลี่ยนหัวข้อและถามว่า “เอ็งล่ะเป็นยังไงบ้าง?”
จินเหว่ยห่าวก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “สำเร็จแล้วครับแต่ถึงแม้ว่าผลลัพธ์จะไม่เป็นอย่างที่ผมหวังเอาไว้แต่นี่ก็ยังเป็นบทสรุปที่ดี..อาจารย์ถังครับคราวนี้ที่ผมจะมายังตระกูลถังนั้นจริงๆแล้วผมมีอีกเรื่องที่อยากจะคุยกับอาจารย์ถังครับ”
“ถ้าเอ็งมีอะไรจะพูดก็พูดออกมาเถอะ..เอ็งไม่ใช่คนนอกอีกต่อไป” ถังจิงหนานพูด
“ผมต้องการมาสู่ขอแต่งงานกับอาจารย์ถังและผมหวังว่าอาจารย์ถังจะตกลงยอมให้ผมแต่งงานกับซินเอ๋อร์และยกซินเอ๋อร์ให้กับผม..ผมรู้ว่าผมไม่มีความสามารถและทักษะต่างๆของผมก็ยังอ่อนแอมากแต่ผมรักซินเอ๋อร์มากและผมก็พร้อมจะดูแลเธออย่างดีไปตลอดชีวิต..ผมหวังว่าอาจารย์ถังจะเห็นด้วยและทำให้รักของพวกเราเกิดขึ้นได้นะครับ” จินเหว่ยห่าวพูด
เมื่อได้ยินแบบนั้นถังยู่ซินก็แน่นิ่งไปชั่วขณะจากนั้นก็ยิ้มอย่างมีความสุขและเขินอายเล็กน้อยแต่เธอก็คาดหวังเอาไว้เช่นกัน ส่วนถังจิงหนานก็ถึงกับผงะจากนั้นก็หันไปมองถังฮงแล้วถามว่า “เสี่ยวฮงแกว่าไง?”
“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพ่อครับ” ถังฮงพูด เขารู้อยู่ในใจว่าถ้าเขาทำตามเงื่อนไขของเขาเองเขาจะไม่ต้องการหมั้นหมายถังยู่ซินกับจินเหว่ยห่าวเด็ดขาดเพราะท้ายที่สุดแล้วในแง่ของเงื่อนไขนั้นจินเหว่ยห่าวไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของเขาในหลายๆด้าน อย่างไรก็ตามจินเหว่ยห่าวก็เป็นเพื่อนของเย่เชียนดังนั้นถ้าเขาทำให้เรื่องยุ่งยากมันก็ย่อมเป็นการรบกวนเย่เชียนอย่างไม่ต้องสงสัยและเขาก็ไม่เต็มใจเพราะนี่จะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเขาไม่ใช่เหรอ? แต่ทว่าในตอนนี้จินเหว่ยห่าวก็ถือได้ว่าเป็นผู้นำตระกูลจินแล้วดังนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องละอายใจหรืออับอายถ้ามีลูกเขยแบบนี้และเขาก็จะเต็มใจช่วยจินเหว่ยห่าวในอนาคตอย่างแน่นอน
หลังจากหยุดไปชั่วขณะถังฮงก็พูดต่อ “แต่ว่าฉันสัญญากับโอ่วหยางหมิงซวนเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าฉันจะหมั้นหมายซินเอ๋อร์กับเขาเพราะงั้นมันค่อนข้างยากที่จะอธิบายได้จริงๆ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นถังจิงหนานก็ขมวดคิ้วและตะคอกอย่างเย็นชาว่า “หืม..นี่แกกล้าขนาดนี้แล้วเหรอ?..แกกล้าที่จะตัดสินใจด้วยตัวเองแล้วเหรอ?..ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องที่สำคัญขนาดนี้แต่แกกลับไม่บอกฉันก่อนเลย..ในสายตาของแกแล้วแกยังเห็นฉันเป็นพ่อของแกอยู่ไหม?”
ถังฮงถึงกับสั่นไปทั้งตัวและรีบคุกเข่าลงอย่างเร่งรีบและพูดว่า “พ่อครับผมไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นอย่างแน่นอน..ผมไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกและผมก็คิดว่าโอ่วหยางหมิงซวนเหมาะสมกับซินเอ๋อร์..ผมผิดเองที่ตัดสินใจโดยไม่ขออนุญาตจากพ่อก่อน..ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วยครับ”
ถังจิงหนานพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ฉันรู้ว่าแกกำลังคิดอะไรอยู่ในใจแต่เรื่องแบบนี้ทำไมแกต้องปิดบังครอบครัวด้วย..อย่าได้คิดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ตอนที่ฉันยังไม่ตายเด็ดขาดเพราะมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแกที่จะทำเพื่อตำแหน่งเจ้าสำนักถัง..ถ้าแกทำแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับการลับหลังฉันเลย..นี่แกกำลังทำเพื่อยึดอำนาจใช่ไหม?..เพราะงั้นอย่ามาโทษที่ฉันโหดร้ายกับแกก็แล้วกัน”
หลังจากพูดจบเย่เชียนซึ่งตกใจก็รีบคุกเข่าลงเช่นกัน “คุณปู่ผมไม่คิดว่าลุงฮงจะทำแบบนั้นจริงๆหรอกครับเพราะในแง่ของเงื่อนไขความเหมาะสมแล้วโอ่วหยางหมิงซวนก็เพรียบพร้อมจริงๆและผมก็คิดว่าลุงฮงกำลังคิดเผื่ออนาคตของสำนักถังจริงๆ..เพราะงั้นคุณปู่อย่าโกรธไปเลยเพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีใครผิดหรอกครับ” เย่เชียนรีบไกล่เกลี่ยให้สถานการณ์เบาลง
ถังจิงหนานก็ถอนหายใจเงียบๆและโบกมือแล้วพูดว่า “เอาเถอะลุกขึ้นซะ” จากนั้นเขาก็ถอนหายใจอีกครั้งและพูดว่า “แต่เรื่องนี้จัดการยากนิดหน่อยเพราะแกดันไปสัญญากับโอ่วหยางหมิงซวนแล้วและฉันจะทำยังไงดีล่ะ..สำนักถังที่ไม่รักษาคำพูดมันเป็นอะไรที่แย่มากแกรู้ใช่ไหม?”
เย่เชียนเข้าใจความหมายของจินเหว่ยห่าวดีและเย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “คุณปู่ยังไงซะผมก็จะจัดการกับตระกูลโอ่วหยางอยู่แล้วเพราะงั้นหลังจากเหตุการณ์นี้มันจะไม่เหตุการณ์ที่สำนักถังไม่รักษาสัญญาอีกต่อไป..คุณปู่คิดว่าไงกับเรื่องนี้ครับ?”
เมื่อได้ยินแบบนั้นถังจิงหนานก็พยักหน้าเล็กน้อยและไม่พูดอะไรอีกและมองดูเวลาที่นาฬิกาแขวนพนังและยืนขึ้นแล้วพูดว่า “อาหารมื้อเที่ยงใกล้จะพร้อมแล้วไปกันเถอะ” หลังจากพูดจบเขาก็ลุกขึ้นและเดินไปที่โถงอาหารและในขณะนี้ลูกศิษย์ของสำนักถังก็เข้ามาทำความเคารพและพูดว่า “อาจารย์ถังครับ!..โอ่วหยางหมิงซวนจากตระกูลโอ่วหยางมาที่นี่เพื่อพบท่านอาจารย์ครับ”
ถังจิงหนานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นมองถังฮงอย่างจริงจังแล้วพูดว่า “ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”
“อยู่ด้านนอกประตูครับ!” ลูกศิษย์ของสำนักถังตอบ
ในความเป็นจริงก็คือโอ่วหยางหมิงซวนไม่เคยเจอหน้าถังยู่ซินมาก่อนและอันที่จริงสำหรับเขาแล้วมันไม่สำคัญว่าภรรยาของเขาจะหน้าตาเป็นอย่างไรจะสวยหรืออัปลักษณ์เพราะสิ่งสำคัญคือตัวตนและสถานะของอีกฝ่ายและถ้าเธอสามารถช่วยเขาในหน้าที่การงานและสถานะได้ล่ะก็นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขา
“เธออยู่นั่นไง” ถังฮงมองไปยังถังยู่ซินที่กำลังเดินควงแขนจินเหว่ยห่าวเหมือนหญิงสาวตัวเล็กๆ
เมื่อเห็นแบบนั้นโอ่วหยางหมิงซวนก็ขมวดคิ้วและหลังจากนึกถึงการแสดงของผู้หญิงคนนั้นในตอนนี้แล้วเขาก็เข้าใจทันทีแต่เธอจะควงแขนจินเหว่ยห่าวได้อย่างไร? “ผู้อาวุโสถังเกิดอะไรขึ้นครับ?” เห็นได้ชัดว่าโอ่วหยางหมิงซวนก็ขมวดคิ้วแน่น “ผู้อาวุโสถังสัญญากับผมเอาไว้แล้วและตอนนี้มันจะเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?”
“นายน้อยคิดว่าฉันต้องการให้มันเป็นแบบนี้งั้นเหรอ?” ถังฮงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ลูกสาวของฉันเลือกแบบนั้นเองเพราะงั้นฉันก็ทำอะไรไม่ได้แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะฉันจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อช่วยนายน้อยเองแต่จินเหว่ยห่าวนั้นไม่ง่ายเลยที่จะคุยด้วยเพราะตอนนี้เขาเป็นผู้นำตระกูลจินแล้วและสิ่งต่างๆก็ค่อนข้างยากที่จะจัดการได้”
“ผมเข้าใจความยากลำบากของผู้อาวุโสถังดีครับ” เห็นได้ชัดว่าโอ่วหยางหมิงซวนพูดประชดประชัน “ผมขอฝากเรื่องนี้เอาไว้กับผู้อาวุโสถังด้วยนะครับ..ส่วนจินเหว่ยห่าวเดี๋ยวผมจะจัดการเองเพราะครั้งนี้คุณปู่ของผมกระตุ้นให้ฉันทำสิ่งต่างๆให้ดีและถ้ามันมีอะไรผิดพลาดผมก็ไม่รู้จะอธิบายกับคุณปู่ยังไงดี”
ถังฮงพูดอย่างขมขื่ยว่า “ฉันเข้าใจ..ฉันเข้าใจ..แต่อย่าทำอะไรร้ายแรงจนเกินไปล่ะเพราะมันมีแต่จะทำให้เรื่องแย่ลงและถ้าพ่อของฉันโกรธขึ้นมาล่ะก็ฉันแย่แน่”
.
.
.
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน