ตอนที่ 1358 คาดเดาและไม่แน่ใจ
………………..
ถ้าจะทรมานเหมือนตายสู้ตายอย่างมีความสุขดีกว่า!
ถึงแม้ว่าหว่านไห่จะไม่เต็มใจแต่นี่ก็อาจเป็นโอกาสสำหรับหลัวสุ่ยและถ้าหากเขาปฏิเสธที่จะเสี่ยงเพราะกังวลว่าเธอจะตกอยู่ในอันตรายล่ะก็เขาคงจะไม่มีทางช่วยหลัวสุ่ยได้อีกและถึงแม้ว่าจะไม่สามารถช่วยชีวิตหลัวสุ่ยได้แต่การตายแบบนี้ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของเธอก็เป็นได่ ซึ่งถึงแม้ว่าหัวใจของหว่านไห่จะเจ็บปวดมากแต่ถ้าคุณคิดจากมุมมองของหลัวสุ่ยแล้วนี่อาจเป็นโอกาสที่ดีจริงๆ
ด้วยความยินยอมของหว่านไห่นั้นเย่เชียนก็หันไปมองชายนิรนามและพูดว่า “ไม่ว่ามันจะอันตรายแค่ไหนพวกเราก็ยินดีที่จะลองดู..ได้โปรดช่วยเธอด้วยนะครับ..ไม่ว่าเงื่อนไขจะเป็นยังไงผมก็ยอม”
“อย่าพูดไปเลยเพราะถ้าผมอยากให้คุณตายคุณจะยอมหรือเปล่า?” ชายนิรนามพูด อันที่จริงการช่วยชีวิตหลัวสุ่ยนั้นเป็นเพียงงานที่ง่ายมากสำหรับเขาและไม่มีอันตรายใดๆกับเขาเลยแต่เขาแค่ไม่เคยลองดังนั้นเขาจึงไม่สามารถรับประกันได้ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาก็ไม่มีใครเคยลบล้างคาถามนต์ดำนี้ได้เลย
เย่เชียนผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นก็หยิบมีดคลื่นโลหิตออกมาแล้วแทงเข้าไปที่หน้าอกของตัวเอง เมื่อเห็นแบบนั้นหว่านไห่และเยว่เหอตูก็อดไม่ได้ที่จะผงะและรีบตะโกนออกมาแต่ทว่าชายวัยกลางคนก็รีบคว้ามือของเย่เชียนเอาไว้และยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ผมแค่ล้อคุณเล่นเฉยๆเพราะถ้าผมอยากให้คุณตายผมก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลย..ซึ่งคุณอารมณ์รุนแรงเกินไปและนี่จะเป็นจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของคุณและถ้าหากศัตรูของคุณใช้เรื่องนี้กำจัดคุณล่ะก็มันคงจะเลวร้ายมาก” หลังจากหยุดไปชั่วขณะชายนิรนามก็พูดต่อ “ถึงยังไงชะตากรรมของผมกับคุณก็หนีกันไม่พ้นเพราะงั้นครั้งนี้ผมจะช่วยคุณแต่คุณต้องทำบางสิ่งบางอย่างให้ผมด้วย”
“ไม่ว่าคุณจะขออะไรตราบใดที่ผมทำได้ผมก็ยินดี” เย่เชียนพูด
“มันก็ไม่ยากเกินไปหรอกเพราะมันเป็นแค่คำสัญญาเท่านั้น..ผมอยากได้คำสัญญาจากคุณ” ชายนิรนามพูดโดยไม่เปิดเผย
“สัญญาว่าจะช่วยฉันหนึ่งเรื่อง..ส่วนมันคืออะไรผมก็ยังคิดไม่ออกแต่ผมจะบอกคุณในภายหลังก็แล้วกัน” ชายนิรนามพูด “ว่าไงล่ะคุณจะสัญญาไหม?”
เย่เชียนเงียบไปครู่หนึ่งและสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า “ได้..ผมสัญญา!”
ชายนิรนามก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ผมเชื่อว่าคุณเย่เป็นคนที่รักษาสัญญาเพราะงั้นจำเอาไว้ล่ะว่าคุณเป็นหนี้ผมอยู่ครั้งนึง” จากนั้นเขาก็หันไปมองหว่านไห่และพูดว่า “ผู้เฒ่าวานเปิดประตูให้ผมทีครับ”
หว่านไห่ก็พยักหน้าและไปเปิดประตู จากนั้นชายนิรนามก็ไม่เกรงใจและก้าวเข้าไป ส่วนเยว่เหอตูก็เดินไปหาเย่เชียนและกำลังจะเปิดปากเพื่อพูดอะไรบางอย่างแต่เย่เชียนส่ายหัวเล็กน้อยและเยว่เหอตูก็เข้าใจสิ่งที่เย่เชียนจะสื่อเพราะแท้จริงแล้วเย่เชียนเป็นคนที่รักษาสัญญาเสมอและมันก็เป็นสิ่งที่เจ็บปวดมากสำหรับเขาที่เป็นหนี้ใครสักคนและเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายต้องการให้เขาทำอะไรดังนั้นมันเหมือนกับการถูกกลืนกินและจองจำอย่างมาก
เมื่อเย่เชียนไปถึงห้องของหลัวสุ่ยแล้วก็พบว่าเธอนอนอยู่นิ่งๆและใบหน้าของเธอก็เหมือนปกติราวกับว่าเธอหลับไปเฉยๆ อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็รู้ว่าความรู้สึกในสมองของเธอยังคงมีอยู่แต่เธอกำลังนอนหลับอยู่ในฝันร้ายและการทรมานที่เจ็บปวดแบบนั้นจะทำให้เหมือนตายทั้งเป็น
ชายนิรนามก็ยืนอยู่ที่ประตูและมองดูจากนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “เธอได้รับความทรมานทางจิตใจมากเกินไปแล้วเพราะงั้นผมก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าเธอจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือเปล่าเมื่อเธอตื่นขึ้นมา..หรือบางทีเธออาจจะกลายเป็นคนเสียสติไปเลยก็ได้..พวกคุณลองคิดดูดีๆนะเพราะถ้าจะเปลี่ยนใจตอนนี้มันก็ยังไม่สายไป”
คนเสียสติ? ต่อให้เธอกลายเป็นคนเสียสติจริงๆก็ยังจะดีกว่าตอนนี้ใช่ไหม? ดังนั้นเย่เชียนจึงพยักหน้าและพูดว่า “ไม่สำคัญหรอกว่าเธอจะเป็นอะไรขอแค่เธอตื่นขึ้นมาก็พอแล้ว”
เย่เชียนไม่ได้พูดอะไรอีกและถอยออกจากห้องพร้อมกับหว่านไห่และเยว่เหอตูแล้วปิดประตูทันที “ถ้าคุณต้องการอะไรก็บอกพวกเราได้เลยนะ” หว่านไห่พูดจบและหันไปมองเยว่เหอตูกับเย่เชียนและทั้งสองก็เดินออกไป
เยว่เหอตูเข้าใจว่าหว่านไห่หมายถึงอะไรเพราะการอยู่ที่นั่นจะเป็นการรบกวนชายนิรนามและจะไม่ดีต่อหลัวสุ่ยอย่างมาก
ข้างนอกประตูหว่านไห่เหลือบมองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “เย่เชียนเอ็งรู้จักคนๆนั้นเหรอ?..ฉันคิดว่าเขาดูคุ้นๆแต่ฉันจำไม่ได้ว่าเคยเห็นเขาที่ไหน”
“ถ้ารวมครั้งนี้ด้วยผมเคยพบเขาแค่สามครั้งเท่านั้นและเขาก็ไม่เคยบอกชื่อของเขาเลย” เย่เชียนพูด “แต่ดูเหมือนเขาจะเป็นเทพเจ้าที่ไม่ว่าผมจะไปที่ไหนเขาก็จะหาผมเจอทุกที่..ซึ่งถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้ความสามารถของเขาแต่ผมกลับรู้สึกเสมอว่าเขาจะรักษาหลัวสุ่ยได้”
หว่านไห่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “คนผู้นี้ไม่ธรรมดาเพราะถึงแม้ว่าพลังรอบๆตัวของเขาจะถูกยับยั้งเอาไว้แต่ฉันก็ยังสัมผัสมันได้ลางๆและมันก็มืดมนอย่างมาก..ฉันคิดว่าต่อให้เอ็งกับฉันจะรวมกันสู้กับเขาก็สู้เขาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว..ฉันคิดว่าคงจะมีไม่กี่คนเท่านั้นในโลกใบนี้ที่แข็งแกร่งเหมือนเขาได้”
“ที่จริงแล้วมันก็มีสุดยอดปรมาจารย์เพียงไม่กี่คนหรอกที่พวกเรารู้จักเพราะในโลกใบนี้ยังมีคนอีกมากมายที่แข็งแกร่งดั่งเทพเจ้าและเขาก็อาจเป็นหนึ่งในนั้นก็ได้” เย่เชียนพูด “แต่มันก็ไม่สำคัญว่าเขาจะเป็นใครขอแค่เขาสามารถรักษาหลัวสุ่ยได้ก็พอแล้ว”
“ฉันรู้สึกคุ้นหน้าเขามาก” หว่านไห่พูด “แต่ถึงแม้ว่าหลายคนจะไม่เชื่อว่าพ่อของเอ็งได้เสียชีวิตไปแล้วในตอนนั้นแต่นี่ก็เป็นเวลาหลายปีแล้วเพราะงั้นถ้าเขาไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนจริงๆเขาคงจะไม่มาหาเอ็งหรอก..ซึ่งบางทีฉันอาจจะคิดไปเองก็ได้”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ถ้าเขาเป็นพ่อของผมจริงๆก็ไม่เป็นไรเพราะผมจะได้ไม่ต้องเป็นหนี้บุญคุณเขาน่ะ..ฮ่าๆ”
เย่เชียนได้ยินมาตลอดว่าพ่อของเขาทรงพลังและมีชื่อเสียงแค่ไหนในโลกศิลปะการต่อสู้โบราณและถึงแม้ว่าเย่เชียนอยากจะให้พ่อของเขายังมีชีวิตอยู่เพื่อที่เขาจะได้เรียนรู้อะไรมากมายจากพ่อแต่นั่นก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าหากชายนิรนามคนนี้คือพ่อของเขาจริงๆล่ะก็เย่เชียนก็มีความสุขมาก อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นเพียงภาพลวงตาเพราะแม้แต่แม่ของเขาเองก็ยังยืนยันว่าพ่อของเขาตายไปแล้วและพ่อของเขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?
ทั้งสองไม่พูดอะไรอีกและหันหลังกลับและเดินเข้าไปในบ้าน ส่วนเยว่เหอตูก็ยืนอยู่ที่ประตูและเดินไปมาไม่หยุดและดูกระวนกระวายมากเพราะนี่ก็เป็นเวลานานมากแล้วแต่ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆในห้องและไม่มีแม้แต่เสียงใดๆทั้งสิ้น ซึ่งเยว่เหอตูก็ไม่เข้าใจจริงๆว่าชายนิรนามจะใช้วิธีใดในการรักษาหลัวสุ่ย
เมื่อเห็นหว่านไห่และเย่เชียนกลับมาเยว่เหอตูก็รีบพูดอย่างกังวลว่า “นี่มันก็ผ่านมานานมากแล้วแต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับหลัวสุ่ยกันแน่..พ่อ..บอสเราเข้าไปดูข้างในกันไหม?”
“เนื่องจากเราขอให้เขาช่วยหลัวสุ่ยแล้วก็ต้องเลือกที่จะเชื่อใจเขาและถ้าหากเราเข้าไปรบกวนเขาตอนนี้ความพยายามทั้งหมดก่อนหน้านี้อาจสูญเปล่าไปเลย” เย่เชียน “อดทนรอหน่อย!”
.
.
.
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน