ตรงนี้น่าจะถูกจัดวางค่ายกลสังหารไว้แล้ว คนเหล่านั้นจะเข้ามาไม่ได้ชั่วขณะ
แต่......
ค่ายกลถูกทำลาย ก็เป็นเรื่องของความช้าเร็วแล้วเท่านั้น
ทันทีที่พังทลาย จากสถานการณ์ของนางและเซียวหยู่เซวียนในตอนนี้ จะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่มีเวลาไหนที่นางอยากจะฟื้นฟูร่างกายให้ได้โดยสมบูรณ์เท่านี้มาก่อน
ชิงเฟิงร้อนใจจนหัวหมุนนั่งไม่ติด
“ทางกลับไปแคว้นเย่ถูกเวินเส้าหยีสกัดกั้นแล้ว แม้ว่าพวกเราจะมีขวานผานกู่ ก็ไปถึงภูเขาลูกนั้นไม่ได้ ฉีกมิติเวลาให้แยกออกก็ต้องใช้เวลา นี่จะทำอย่างไร?”
เสียงการฆ่าฟันด้านนอกสั่นสะเทือนฟากฟ้า กลิ่นคาวเลือดลอยมาตามลม การต่อสู้กันกลางอากาศก็ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
กู้ชูหน่วนกล่าว “เจ้าอยากช่วยนายท่านของเจ้าหรือไม่?”
“อยากแน่นอนอยู่แล้ว แต่สงครามใหญ่ระดับสุดยอดเช่นนี้ ข้าเข้าไปก็เป็นแค่การเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆเท่านั้น”
“สงครามของเย่จิ่งหานและเวินเส้าหยีเจ้าช่วยไม่ได้ แต่เจ้าสามารถช่วยกำจัดความกังวลเบื้องหลังได้”
“ท่านหมายถึงการร่วมมือกันโจมตีของทุกๆพรรคใหญ่หรือ? ค่ายกลมากมายที่นายท่านวางไว้ ถูกทุกพรรคใหญ่แต่ละพรรคทำลายเกือบหมดแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงแค่ค่ายสุดท้ายด่านเดียว ด่านสุดท้ายมีเจี่ยงเสวียเฝ้าคุ้มกันอยู่ ทันทีที่ถูกทำลาย เกรงเพียง......”
ชิงเฟิงไม่กล้าพูดอะไรต่อไปอีก พูดเพียงแค่ “นายท่านสั่งไม่ให้ข้าไปไหน ให้อยู่ที่นี่เพื่อปกป้องพวกท่าน”
“เจ้าน่าจะรู้ว่าค่ายกลถูกทำลาย หมายความว่าอะไรสินะ”
“ท่านต้องการจะพูดอะไร?”
“หยิบพู่กันและกระดาษมา”
แม้ว่าชิงเฟิงจะไม่ค่อยเข้าใจว่านางคิดจะทำอะไรกันแน่ แต่ก็ให้คนหยิบกระดาษและพู่กันมาอย่างรวดเร็วแล้ว มองดูกู้ชูหน่วนวาดๆเขียนๆบนกระดาษ
“จัดค่ายกลตามตำแหน่งบนรูป ต้องเร็ว หากช้าก็จะไม่ทันแล้ว”
ชิงเฟิงรับกระดาษมา ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการตามคำสั่งของนาง
“แม่นางมู่ ท่านก็เคยเรียนวิธีจัดค่ายกลหรือ?”
“คงเคยเรียนล่ะมั้ง” กู้ชูหน่วนหยิบกระดาษแผ่นใหม่มาหนึ่งแผ่น วาดๆเขียนๆต่อ
“ความจำเสื่อมแล้ว สิ่งต่างๆมากมายจำไม่ได้ แต่ข้าน่าจะเข้าใจวิชาการจัดค่ายกล”
“วิธีการจัดค่ายกลของพระชายาของข้าก็เก่งกาจเช่นกัน เก่งกาจซะยิ่งกว่านายท่านของข้าซะอีก”
“นี่เป็นรูปเค้าโครงค่ายกลด่านที่สอง นี่เป็นสูตรของสมุนไพรปรุงยา ให้คนจัดตามสัดส่วนให้ดี โรยไว้บนค่ายกลที่สอง”
ชิงเฟิงตะลึงไปเล็กน้อย
นางวางค่ายกลก็วางค่ายกลสิ ยังจะทำสมุนไพรปรุงยาอะไรอีก
“นิ่งทำอะไรอยู่ รีบไปสิ”
“ขอรับ ให้คนมา รีบดำเนินการตามรูปในกระดาษของแม่นางมู่ แม่นางมู่ ทรัพยากรที่นี่มีจำกัด และก็ไม่รู้ว่าสมุนไพรปรุงยาเหล่านี้ที่ท่านเขียนมานี่จะรวบรวมได้หรือไม่”
“วางใจเถอะ ข้าอาศัยอยู่ที่นี่มาสิบเอ็ดวันแล้ว ที่นี่มีอะไรข้ารู้ดีกว่าเจ้า ที่นี่พวกเรายังมีคนอีกมากมายเท่าไหร่?”
“มีเพียงแค่ยี่สิบกว่าคน ที่เหลืออยู่ด้านนอก”
“ยี่สิบกว่าคนน้อยไปหน่อย ทำได้เพียงพยายามสุดความสามารถแล้ว นี่คือหน้าไม้ พิมพ์เขียวของอาวุธลับ เจ้าสั่งให้คนไปประดิษฐ์เดี๋ยวนี้ ประดิษฐ์ทั้งวันทั้งคืน ยิ่งมากยิ่งดี”
“ขอรับ”
เพิ่งจะมอบงานทั้งหมดออกไป ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้หนึ่งก็เข้ามารายงานด้วยความรีบร้อน
“รายงาน.....ค่ายกลด่านสุดท้ายถูกทำลายแล้ว ผู้นำเจี่ยงเสวียและเหล่าพี่น้องทำสงครามด้วยเนื้อตัวอาบเลือด บาดเจ็บล้มตายอย่างสาหัส ยังดีที่แม่นางมู่สร้างค่ายกลขึ้นใหม่อีกด่านหนึ่ง ผู้นำเจี่ยงเสวียถอยมาอยู่บนค่ายกลของแม่นางมู่แล้ว”
“เจี่ยงเสวียบาดเจ็บอย่างไรบ้าง?”
“แผ่นหลังถูกฟันไปหนึ่งดาบ แผลลึกมาก จำเป็นต้องพักผ่อนเพื่อรักษาบาดแผล แต่ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิตขอรับ”
ในดวงตาของชิงเฟิงปิดบังความเป็นห่วงไว้ไม่ได้
หากไม่ใช่เพราะนายท่านสั่งว่าแม้ตายก็ให้เขาอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องพวกเขาทั้งสอง เขาก็พุ่งออกไปช่วยนานแล้ว
ค่ายกลที่นายท่านสร้างนั้นร้ายกาจมาก เขาใช้เวลาไปหลายวัน จัดตั้งค่ายกลขึ้นมาด้วยความลำบากแล้วก็ถูกทำลายไปอย่างรวดเร็วขนาดนี้ แล้วค่ายกลของแม่นางมู่จะสามารถยืนหยัดได้นานเพียงไร
ในทวีปปิงหลิง พวกเขาแปลกถิ่นแปลกหน้า
กองกำลังที่นำมาทั้งหมดก็อยู่ที่นี่แล้ว
หากการต่อสู้ครั้งนี้พ่ายแพ้ ก็จะไม่มีใครมาช่วยเหลือเป็นกองหนุนพวกเขาได้
“รองผู้นำชิงเฟิง ค่ายกลของแม่นางมู่ร้ายกาจมาก แต่ละพรรคเข้ามาทำลายค่ายกลครั้งแล้วครั้งเล่า ล้วนไม่สามารถทำลายค่ายกลได้ แม้แต่ผู้อาวุโสของสี่ของตระกูลใหญ่ก็ออกมาแล้ว แต่ก็ไม่มีคนทำลายได้” หน้าตาของคนที่มารายงานเต็มไปด้วยความดีใจ
พวกเขาคิดว่าค่ายกลถูกทำลาย ทุกคนก็จะจบเห่แล้ว
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: อัจฉริยะแพทย์สาว ข้ามภพรักอ๋องเทพสงคราม
อ่านๆ ไปแล้วก็รู้สึก ประสาท เว่อวัง คิดว่าอ่านจะซ่อนความอะไรไว้ แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่เจอเลย ลำไยมาก...
บางทีก็เบื่ออีนางเอกนี่ กำเริบเสิบสานกวนตีนได้สุดยอด ไล่ออกจากแคว้นก็ได้แล้ว...
ตอนที่1142-1190หายไปค่ะ...
ตอนที่ 1142-1190 หายไปค่ะ...