โลกใหญ่หงเหมิง!
บนยานลมกรด ยามนี้ทุกคนล้วนหยุดการเคลื่อนไหว แววตาเหม่อลอย จิตใจสั่นไหว
ใหญ่!
ใหญ่จนไม่อาจจินตนาการได้!
ดวงดาวที่อยู่ข้างหน้ามันล้วนเล็กจ้อยดั่งธุลี ธารดาราที่อยู่เบื้องหน้าก็เหมือนเข็มขัดหยกขาวที่ใช้คาดเอวสายหนึ่ง
กลิ่นอายแรกกำเนิดตลบอบอวล ปกคลุมโลกใหญ่หงเหมิงนั้นด้วยเงาแสงลึกลับ
นอกเรือนพัก
หลินสวินก็นิ่งเงียบเช่นกัน จิตใจสั่นสะท้าน
ปีนั้นตอนที่ไปถึงกำแพงเมืองด่านจักรพรรดิของดินแดนรกร้างโบราณ หลินสวินก็เคยถูกทำให้ตกตะลึง รู้สึกได้ว่าตัวเล็กจ้อยเป็นพิเศษ
แต่ยามนี้เมื่อเปรียบเทียบกับโลกใหญ่หงเหมิงนั่น กำแพงเมืองด่านจักรพรรดิก็ดูเล็กจ้อยเกินไปแล้ว…
“หึๆ เจอคนบ้านนอกที่ไม่เคยเห็นโลกกว้างอีกกลุ่มแล้ว”
เสียงหัวเราะระลอกหนึ่งดังมาจากจุดที่ห่างไกล
หลินสวินเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนเส้นทางฟ้าดาราใกล้เคียงมียานข้ามโลกมากมายสวนกันไปมาแน่นขนัด ยานข้ามโลกแต่ละลำล้วนใหญ่โตประหนึ่งผืนดินที่ลอยล่อง มองจากไกลๆ ยังดูโอ่อ่ายิ่งใหญ่นัก
เสียงหัวเราะนั้นดังมาจากยานข้ามโลกลำหนึ่ง
ยานข้ามโลกนั้นลักษณะคล้ายกระบี่ยักษ์ที่ยาวหลายพันจั้งเล่มหนึ่ง พาให้รู้สึกว่าสูงตระหง่านโดดเด่นและแหลมคม เหมือนว่าจะทะลวงธารดาราได้!
บนยานข้ามโลกมีธงรบที่แสงมรรคเจิดจ้าไหลบ่าแขวนอยู่ บนนั้นเขียนว่า ‘เรือนมรรคจักรวาล’
บนยานข้ามโลก ชายหญิงกลุ่มหนึ่งพิงราวกั้นทอดสายตามองไปไกล ชายหล่อเหลาหญิงงดงาม ท่วงท่าสง่าผ่าเผย แต่ละคนประหนึ่งเทพเซียน
“นี่คือ ‘ยานกระบี่แรกสรวง’ ของเรือนมรรคจักรวาล!”
มีคนสูดหายใจเย็นเยียบ
เรือนมรรคจักรวาล นั่นเป็นถึงหนึ่งในหกสำนักใหญ่ที่สะเทือนฟ้าดารา ในทางเดินโบราณฟ้าดาราที่กว้างใหญ่ใครเล่าจะไม่รู้จัก
“ในสายตาของผู้กล้าอย่างพวกเขา คนต่างถิ่นอย่างพวกเรา… ช่างไม่ต่างอะไรกับคนบ้านนอกจริงๆ”
มีคนยิ้มเยาะตนเอง น้ำเสียงเจือความอิจฉา ใฝ่ฝัน และมีความน้อยเนื้อต่ำใจที่รู้สึกต่ำต้อยอย่างหนึ่ง
แม้แต่บุคคลระดับกึ่งจักรพรรดิก็ไม่วายทอดถอนใจ รู้อยู่ว่าถูกเย้ยหยัน แต่ก็ยังรู้สึกโกรธไม่ได้
ด้วยอีกฝ่ายคือเรือนมรรคจักรวาล!
ขุมอำนาจใหญ่ยักษ์ซึ่งแข็งแกร่งพอที่จะทำให้ผู้คนยำเกรงและหวาดกลัว!
เมื่อเห็นภาพนี้ด้วยตาตนเอง เห็นการตอบสนองของทุกคนบนยาน ตอนนี้หลินสวินเพิ่งตระหนักได้อย่างลึกซึ้ง ว่าเรือนมรรคจักรวาลที่เป็นหนึ่งในหกเรือนมรรคใหญ่มีอิทธิพลน่ากลัวระดับใด
ถูกคนเย้ยหยัน แต่ไม่กล้าแม้แต่จะบันดาลโทสะ!
“พี่ชาย นั่นเป็นถึงผู้สืบทอดของเรือนมรรคจักรวาล แต่ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่หวาดกลัวเท่าไหร่”
บนกำแพงที่อยู่ห่างเรือนพักไป เด็กหนุ่มชุดป่านยิ้มน้อยๆ พลางเอ่ยปาก เขาสังเกตเห็นสีหน้าของหลินสวินว่ามีความนิ่งสงบต่างจากคนอื่น
หลินสวินเหลือบมองเจ้าหมอนี่เล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร
ปีนั้นที่แหล่งสถานคุนหลุน พวกเยี่ยนฉุนจวิน กู่ฉางซินอริยะกระบี่ชุดดำที่มาจากเรือนมรรคจักรวาล ล้วนตายในมือเขาทั้งสิ้น
เด็กหนุ่มชุดป่านพลันกล่าวขึ้น “พี่ชาย อีกเดี๋ยวก็จะถึงโลกใหญ่หงเหมิงแล้ว ที่นั่นใหญ่โตจนไม่อาจจินตนาการได้ เจ้ามีสถานที่ที่อยากไปไหม”
หลินสวินพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปด้วยกันดีไหม”
เด็กหนุ่มชุดป่านดวงตาวาววาบ “ครั้งนี้ข้าแค่มาท่องโลกเท่านั้น พวกเราร่วมทางไปด้วยกันได้นี่นา เจ้ายอมรับจินเทียนเสวียนเยวี่ยนั่นแล้ว ก็พิจารณารับน้องเล็กอย่างข้าไว้สักคนสิ”
น้ำเสียงเจือความคาดหวัง
แต่ไม่รอให้หลินสวินเอ่ยปาก เด็กหนุ่มชุดป่านก็ถูกหญิงชราใช้มือข้างหนึ่งหิ้วขึ้นมา พากลับเข้าไปในเรือน ไม่ว่าเขาจะตะโกนโหวกเหวกอย่างไรก็ไม่เป็นผล
หลินสวินยิ้ม หากให้เด็กหนุ่มชุดป่านอยู่ข้างกาย ก็เหมือนมีราชันมารจอมก่อกวนที่หาเรื่องได้ตลอดเวลาติดตามมาด้วยคนหนึ่ง อยู่ห่างเขาไว้จะดีที่สุด
“เมื่อ ‘การต่อสู้ถกมรรค’ ที่หกเรือนมรรคใหญ่จัดขึ้นเริ่มต้น พี่ชายเจ้าต้องมาให้ได้นะ ข้าเฝ้ารอที่จะได้เจอเจ้าอีก”
เสียงเอ็ดตะโรของเด็กหนุ่มชุดป่านดังมาแต่ไกล
การต่อสู้ถกมรรค?
หลินสวินก็เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน เพียงแต่คร้านจะใส่ใจ ในใจก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งอยู่แล้ว
ถึงอย่างไรหากลองกางนิ้วนับดู สามขุมอำนาจใหญ่ในหกเรือนมรรคใหญ่ อย่างเรือนมรรคดึกดำบรรพ์ เรือนมรรคจักรวาล เรือนมรรคยุทธจักร ล้วนมองเขาเป็นหนามยอกอก เมื่อหกปีก่อนก็เริ่มประกาศตั้งค่าหัว ออกหมายจับเขาไปทั่วหล้าแล้ว
หากเขาปรากฏตัวที่การต่อสู้ถกมรรคเช่นนี้ เมื่อฐานะเปิดเผย ผลที่ตามมานั้นแน่นอนว่าไม่อยากจะคิด
จินเทียนเสวียนเยวี่ยยืนเงียบสงบอยู่ข้างกายหลินสวินตลอด ท่าทางสง่างามดั่งบทกวีและภาพวาด
“ผู้อาวุโส?”
ทันใดนั้นนางพลันส่งเสียงประหลาดใจ
ก็ไม่รู้ว่าจักรพรรดิกระบี่วายุในชุดคลุม หน้าตาซูบตอบปรากฏตัวอยู่ในที่นั้นตั้งแต่เมื่อไหร่
“นางหนู อีกเดี๋ยวก็จะถึงโลกใหญ่หงเหมิงแล้ว ข้าเองก็จะกลับไปแล้ว จากนี้ไปเจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี”
จักรพรรดิกระบี่วายุกล่าวกำชับ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์