ในฐานะปรมาจารย์สลักวิญญาณคนหนึ่ง แน่นอนว่าหลินสวินรู้ชัดเรื่องนี้
เหมือนกับอาวุธวิญญาณที่แม้อานุภาพจะยิ่งใหญ่ แต่เมื่อเทียบกับสมบัติวิญญาณในระดับเดียวกันแล้ว อานุภาพยังด้อยกว่าไปหนึ่งระดับอย่างเห็นได้ชัด
เหตุผลอยู่ที่ว่า สมบัติวิญญาณมีจิตวิญญาณแสงสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์ แต่อาวุธวิญญาณนั้นไม่มี
แต่เมื่อเทียบกันแล้ว สมบัติโบราณที่สามารถดำรงอยู่ได้ตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันโดยไม่สึกกร่อนไปตามพลังกาลเวลา และรักษาความสมบูรณ์ของจิตวิญญาณได้นั้น มีความพิเศษมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ดังเช่นดาบวิญญาณม่วงในมือหลินสวินก็เป็นสมบัติวิญญาณเช่นกัน แต่หลินสวินกลับมั่นใจมากว่า ถ้าให้ดาบวิญญาณม่วงคงอยู่ผ่านยุคสมัย ผ่านการกัดกร่อนของกาลเวลา มันคงจะสลายไปไม่สามารถอยู่รอดอย่างสมบูรณ์แบบได้แน่
เช่นนี้ก็จะสะท้อนให้เห็นคุณค่าอันเป็นเอกลักษณ์ของสมบัติโบราณ
น้ำเต้าเพลิงแดงที่อยู่ในมือก็เป็นสมบัติโบราณชิ้นหนึ่ง อีกทั้งจิตวิญญาณยังหลั่งไหลสมบูรณ์แบบไม่มีสึกหรอ ลึกลับอย่างที่สุด ราวกับมีวิญญาณสถิตอย่างไรอย่างนั้น
พื้นผิวของมันเงาวาวหมดจดเหมือนหยกเพลิง เป็นประกายแวววาว สว่างไสวราวกับเปลวไฟแห่งเทพกำลังแผดเผา
เมื่อดูอย่างละเอียดจะพบว่ามีรอยสลักวิญญาณลึกลับคลุมเครือประทับอยู่ราวกับเป็นลวดลายเมฆ สลักเป็นภาพเซ่นไหว้ของบรรพบุรุษ ภาพเซ่นไหว้โบราณแห่งสรรพสิ่ง จิตวิญญาณอันเป็นธรรมชาติสายหนึ่งไหลวนเวียนอยู่ภายในราวกับมีชีวิต
หากเพียงเท่านี้ก็ไม่ต่างอะไรกับดาบวิญญาณม่วงในมือหลินสวิน
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ในลายสลักวิญญาณซึ่งประทับบนน้ำเต้านี้มีท่วงทำนองแห่งมรรคโบราณที่อธิบายไม่ถูกอยู่รางๆ ทำให้มันดูแตกต่างอย่างสิ้นเชิง!
ท่วงทำนองมรรค ก็คือท่วงทำนองสัมผัสแห่งมหามรรคอันยิ่งใหญ่ อย่างเช่นกลิ่นอาย ร่องรอย ลึกลับเกินคาดเดา
สมบัติวิญญาณชิ้นหนึ่งถึงกับมีท่วงทำนองมรรค ก็ไม่แปลกที่มันจะสามารถคงอยู่ได้ตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน ทั้งยังรักษาจิตวิญญาณได้อย่างสมบูรณ์เต็มเปี่ยม
เรียกได้ว่ายอดเยี่ยม ไม่อาจประเมินค่า!
หลินสวินเก็บสายตา ในใจก็รู้สึกตื่นเต้น เริ่มทำความเข้าใจวิธีใช้ที่ซ่อนอยู่ของสมบัติชิ้นนี้อย่างละเอียด
ปากน้ำเต้าถูกปิดผนึกด้วยลายลึกลับ เปลวไฟแผ่ลอย ราวกับตราประทับอันเจิดจ้า สมบูรณ์แบบไม่มีสึกหรอ
เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นกู่เหลยจากสำนักแสงทอง หรือเหลียนเตี๋ยอีที่ชิงสมบัตินี้ไปในภายหลัง ล้วนยังไม่ทันได้สำรวจความลึกลับของสมบัติชิ้นนี้
ครืน!
ผนึกถูกเปิดออก แสงเพลิงม่วงสายหนึ่งม้วนตัวออกมาส่งเสียงครืนครัน อากาศแถบนี้ถูกเผาในพริบตา เกิดเป็นคลื่นความร้อนอันน่าสะพรึงแผ่กระจายไปรอบๆ
ชั้นเมฆบริเวณใกล้ๆ ถูกระเหยแห้ง อากาศเกิดเสียงฉ่าๆ ภาพอันน่าตระหนกนั้นทำให้ในใจหลินสวินเองยังขมวดเคร่ง พลังของแสงเพลิงม่วงนี้น่ากลัวยิ่ง ถึงขั้นสามารถเผาแม่น้ำต้มทะเลได้เลยทีเดียว
จวบจนกระทั่งปากน้ำเต้าไม่พ่นแสงเพลิงสีม่วงออกมาแล้ว พลังการรับรู้ของหลินสวินจึงแทรกซึมเข้าไปอย่างเงียบๆ
‘เลือดหยดหนึ่ง!’
หลินสวินพลันหรี่ตา ภายในน้ำเต้ามีเลือดหยดหนึ่งกลิ้งอยู่ มันเป็นสีม่วงงดงามเป็นประกาย ในเลือดหยดเล็กๆ นั้นกลับเห็นสายฟ้าแสงหิมะน่ากลัวปรากฏอยู่อย่างคล้ายมีและไม่มี เกิดกลิ่นอายน่าสะพรึงปานจะทำลายสิ้นสรรพสิ่ง
เฮือก
หลินสวินสูดหายใจเย็นเยียบ แค่เลือดหยดหนึ่งแท้ๆ กลับประหนึ่งรวมพลานุภาพมหาศาล ให้ความรู้สึกอึดอัดกดดันอย่างบอกไม่ถูก น่าสะท้านขวัญเกินไปแล้ว
ซวบ!
ทันใดนั้นก็เห็นว่าภายในเลือดสีม่วงหยดนั้นยิงรัศมีสายฟ้าออกมาสายหนึ่ง ราวกับคมดาบไหลเข้าสู่การรับรู้และจิตวิญญาณของหลินสวิน
หลินสวินแค่นเสียงในคอ ใช้ ‘ดาราจักรโคจร’ ทำลายประกายสายฟ้าที่ราวกับเส้นผมนั้นทันที
ทว่าแม้จะเป็นเช่นนั้น จิตวิญญาณของเขาก็ยังคงหวั่นหวาดสั่นไหว ปิดผนึกน้ำเต้าอีกครั้งอย่างไม่ลังเล!
นี่คืออะไร เหตุใดจึงถูกปิดผนึกอยู่ภายในน้ำเต้า
หว่างคิ้วของหลินสวินเผยความสงสัย เดิมเขาคิดว่าน้ำเต้าเพลิงแดงนี้เป็นอาวุธสังหารสมบัติโบราณที่ทรงพลังชิ้นหนึ่ง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า น้ำเต้านี้จะมีไว้เพื่อผนึกเลือดสีม่วงหนึ่งหยดที่อยู่ภายใน!
ทันใดนั้นภายในห้วงนิมิตของหลินสวินก็เพิ่มการตระหนักรู้เข้ามาอีกหนึ่งส่วน ทว่ากลับเป็นร่องรอยที่เหลือจากสายฟ้าซึ่งถูกทำลายไปแล้วสายนั้น
สิ่งที่อัศจรรย์ที่สุดคือ ร่องรอยนั้นกลับเป็นเสียงคำรามอันราบเรียบและเย็นชาไร้ที่เปรียบ…
‘ไอ้เฒ่าอู๋จิ้ว สักวันเมื่อเปิ่นจั้วหลุดออกไปได้ จะชำระล้างแดนพิสุทธิ์ยอดยุทธ์ด้วยเลือด!’
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์