บ่วงแค้นแสนรัก บทที่53หรือว่าเป็นกันจงใจเหรอ

sprite

เวินหนิงพึ่งจะรู้ว่าผมของเธอไปพันติดอยู่กับกระดุมเสื้อตรงหน้าอกของผู้ชายโดยไม่รู้ตัว การกระทำเมื่อครู่นี้ของเธอ เกือบจะดึงผมจุกนั้นหลุดออกมา ทำให้เธอเจ็บจนน้ำตาจะไหลออกมาอยู่แล้ว

"รอแป๊ปหนึ่งนะ ฉันกำลังแกะออก" ใบหน้าของเวินหนิงร้อนอย่างกับโดนเผา แค่อยากบอกว่าผมของตัวเองรู้จักสร้างปัญหาจริงๆ ยังรู้จักหาที่หาเวลาด้วย

ลู่จิ้นยวนไม่มีการขยับใดๆ ปล่อยให้เธอทำอยู่ยังงั้น

แต่เวินหนิงต้องก้มศีรษะไว้เพื่อไม่ให้ผมของเธอถูกดึง ดังนั้น จึงแกะอยู่นานเป็นครึ่งวัน ได้แค่จับตรงซ้ายทีหนึ่งขวาทีหนึ่งตรงหน้าอกของผู้ชาย มันไม่ได้ผลอะไรเลย กลับทำให้ตัวเธอรู้สึกละอายใจไปหมด จนอยากจะหารูมุดตัวเข้าไปซ้อน

“ นี้เธอกำลังแกะผม หรือกำลังลวนลามกันแน่” ลู่จิ้นยวนโดนมืออันอ่อนนุ่มราวกับไม่มีกระดูกของเธอสัมผัสไปมา ในสายตานั้นร้อนระอุไปสองสามนาที

ผู้หญิงคนนี้ หรือว่าเป็นกันจงใจเหรอ

"ไม่ใช่ ฉัน ... ฉันมองเห็นไม่ถนัด ... " เวินหนิงมีอาการบ่นเล็กน้อย "ถ้าไม่งั้น ก็ใช้กรรไกรตัดทิ้งเลยดีกว่า"

ลู่จิ้นยวนได้เห็นหูที่แดงอย่างกับลูกตำลึงของหญิงสาว ใช้นิ้วเรียวยาวของเขายื่นไปแกะอยู่สองสามที น่าประหลาดใจผมที่เวินหนิงแกะยังไงก็ไม่สามารถแกะได้ในตอนนี้กับถูกแกะออกอย่างง่ายดาย

"ยังบอกจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจอีก" ลู่จิ้นยวนกล่าวด้วยสีหน้าติดแกล้งหน่อยๆ

"ฉัน ... " เวินหนิงได้แต่จ้องมองแต่พูดอะไรไม่ออก เมื่อเห็นความรู้สึกผ่อนคลายที่หาได้ยากบนใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายคนนี้ ดูเหมือนอุณหภูมิที่เขาเพิ่งกอดนั้นยังคงติดอยู่ที่ตัว แต่กลับรู้สึกคอแห้งไปขึ้นมา "ฉันออกไปแป๊ปหนึ่งนะคะ ลองไปถามดูว่าเกิดอะไรขึ้น”

ลู่จิ้นยวนเห็นแต่ด้านหลังที่รีบร้อนหลบหนีของเธอ รอยยิ้มบนมุมปากของเขาก็กว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ทันใดนั้น เขานึกจำอะไรบางอย่างได้ก็เลยลดรอยยิ้มลง แล้วโทรไปหาอันเฉิน

"ช่วยไปเชิญคนของตระกูลยวี๋ออกไปจากโรงพยาบาลหน่อย"

สายตาของลู่จิ้นยวนหนักแน่นและน้ำเสียงเย็นชา

คำพูดของยวี๋เฟงหมิงที่พูดเข้าหูเขาในวันนี้ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมาก จำเป็นต้องได้รับการสั่งสอนนิดหน่อย

"นี่ ... มันจะดูไม่ค่อยดีหรือเปล่าคะ เพราะตอนนี้บริษัทตระกูลลู่กำลังเจรจาตกลงแผนธุรกิจสถานบันเทิงที่อยู่ภายใต้ของตระกูลยวี๋"

สีหน้าของอันเฉินรู้สึกลำบากใจ ไม่รู้ว่าเจ้านายไปโดนลมอะไรพัดมา

ลู่จิ้นยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย พึ่่งนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านั้นบริษัทตระกูลลู่นั้นมีประสงค์ร่วมมือกับตระกูลยวี๋ เพื่อขยายแผนธุรกิจของวงการบันเทิง

"ไปบริษัทเดียวนี้ ฉันต้องการตรวจสอบความเสี่ยงของการร่วมมือนี้ใหม่อีกครั้ง"

ลู่จิ้นยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตัดสินใจโดยกันตบยนโต๊ะ

รู้สึกแย่แต่ก็พูดอะไรมากไม่ได้ วางแผนเจรจากันมาอย่างดีและกำลังจะตกลงกันได้แล้ว

เมื่อเวินหนิงกลับมาถึงที่ห้องผู้ป่วย ลู่จิ้นยวนได้จากไปแล้ว เมื่อมองไปที่ห้องว่างเปล่า ความรู้สึกว่างเปล่ากระทบใจเขาชั่วขณะ

แต่ไม่ช้า เวินหนิงก็ส่ายหัวไปมา เป็นไปได้ไง ที่เธอกำลังเพ้อฝันหวังว่าลู่จิ้นยวนจะมาอยู่กับเธอในคืนนี้

เพียงเพราะเขามาเยี่ยมเธอครั้งเดียว คิดไปไกลแล้ว มันจะเป็นกันหลงตัวเองมากไปแล้ว

...

เวินหนิงนอนอยู่ในโรงพยาบาลคืนหนึ่ง ในเช้าวันรุ่งขึ้น เพราะไม่อยากเห็นความวุ่นวายและปัญหาที่ไม่จำเป็นที่ยวี๋เฟงหมิงก่อขึ้น จึงได้ทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลทันที

หลังจากคุยกับคุณหมออยู่สองสามประโยค เวินหนิงก็ได้เดินออกไปพร้อมกับยาบำรุงร่างกาย รถส่วนตัวของตระกูลลู่ได้จอดรออยู่ด้านนอกแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ที่บริษัทเธอก็ลางานไปหลายวันแล้ว ถ้าเธอยังไม่ไปทำงานอีกก็รู้สึกผิดต่อเงินเดือนที่นายท่านจ่ายให้ ดังนั้นจึงได้ตรงไปยังบริษัทตระกูลลู่

กลับมายังชั้นที่สำหรับลู่จิ้นยวนโดยเฉพาะ เหลียบมองไปที่ห้องทำงานของเขาแป๊ปหนึ่ง แต่คนๆนั้นไม่อยู่ ไม่รู้ว่าเขาออกไปทำงานข้างนอกหรือเปล่า

ในใจของเวินหนิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย จากนั้นเธอก็อดส่ายหัวไปมาไม่ได้ แล้วตบแก้มเล็กๆของเธอเบา

ช่วงนี้เธอเป็นอะไรไป ... แต่ก่อนเมื่อเห็นลู่จิ้นยวนแล้วจะรู้สึกกังวลกลัว ได้แต่หวังว่าถ้าเขาไม่อยู่ก็คงจะดี แต่ตอนนี้เขายุ่งมากจนไม่เห็นตัวเลยตั้งแต่เช้ายังเย็น แต่เธอกลับรู้สึกไม่ชินซะงั้น

เพื่อที่ไม่อยากไปคิดถึงเรื่องวุ่นวายสับสนใจเหล่านี้ เวินหนิงรีบหางานต่างๆมาให้ตัวเองทำ จะได้ยุ่งอยู่กับงานจนไม่มีเวลาไปคิดถึงเรื่องวุ่นวายสับสนใจเหล่านั้นอีกต่อไป

ช่วงครึ่งวันเช้าก็ผ่านไป ถึงเวลาพักกลางวัน เวินหนิงและคนอื่น ๆ ได้เดินออกไปพร้อมกัน เพื่อไปทานอาหารในร้านอาหาร ทันใดนั้นก็มีคนเบียดเข้ามาคว้าแขนของเธอไว้ "เธอมานี่หน่อย

เวินหนิงหันกลับไปเห็นคนที่มา ทำไมถึงเป็นยวี๋เฟยหมิงอีกแล้ว ...

ทำไมตอนนี้เขาถึงได้ตื้อดื้อรั้นขนาดนี้ หรือว่าวันนั้นเวินหลานไม่ได้ตักเตือนสั่งสอนว่าเขาเลยหรือไง

พูดขึ้นอย่างเฉยเมย "ขอโทษทีค่ะ ฉันจะไปทานข้าว

ก็ต้องฟัง " ยวี๋เฟงหมิงโมโหโกธรมาก "เป็นเพราะเธอไปเป่าหูผู้อุปถัมภ์ของเธอใช่ไหม ให้เขาต่อต้านครอบครัวตระกลูยวี๋ของเรา

เช้าวันนี้เขาตั้งใจจะไปหาเวินหนิงเพื่อคิดบัญชีแค้นกับเธอซะหน่อย แต่คิดไม่ถึงยังไม่ทันออกไปไหน กลับได้รับแจ้งให้พวกเขาทำเรื่องกันย้ายออกจากโรงพยาบาล

เป็นสถานที่ที่มีการดูแลรักษาทางการแพทย์ในระดับที่สูงที่สุดใน เมืองเจียงเฉิง การที่สามารถรักษาตัวและพักอยู่ในห้องผู้ป่วยวีไอพีที่นี่

ตระกลูยวี๋จะตอบตกลงกับคำขอนี้ได้อย่างไร ที่สำคัญคือ ต่อให้พวกเขาพูดดีมากแค่ไหนก็ตาม ไม่ว่าจะไม้อ่อนหรือว่าไม่แข็งก็ตามทางโรงพยาบาลก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่นิด ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องการให้พวกเขารีบทำเรื่องการย้ายออกไปจากโรงพยาบาลทันที

ช่วงนี้คนที่ยวี๋เฟงหมิงไปสร้างปัญหาหรือไปรุกรานนั้น คิดไปคิดมาแล้ว ก็มีเพียงแค่เวินหนิงและผู้ผู้อุปถัมภ์ของเธอเท่านั้น

บ่วงแค้นแสนรัก บทที่53หรือว่าเป็นกันจงใจเหรอ

อ่าน บทที่53หรือว่าเป็นกันจงใจเหรอ นิยาย บ่วงแค้นแสนรัก โดย ชิวเซิง บ่วงแค้นแสนรัก เป็นแบบเต็มอ่าน บทที่53หรือว่าเป็นกันจงใจเหรอ และบทถัดไปได้ฟรีทางออนไลน์ที่นี่

หมายเหตุ: เว็บไซต์ novelones.com รองรับการอ่านฟรีและดาวน์โหลด PDF สำหรับนิยาย บ่วงแค้นแสนรัก

บทที่53หรือว่าเป็นกันจงใจเหรอ