แม่สื่อนำชายเสื้อของทั้งสองมาผูกเข้าด้วยกันเป็นปม สื่อความหมายถึงการครองคู่ร่วมผูกใจกันชั่วนิรันดร์
บรรดาแขกเหรื่อต่างจับจ้องคู่บ่าวสาวด้วยความอิจฉาแกมชื่นชม เมื่อเห็นทั้งคู่รักใคร่ปรองดองกันเช่นนี้ คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์จำนวนไม่น้อยต่างพากันวาดฝัน หวังว่าภายภาคหน้าตนจะได้พบเจอสามีที่ดีพร้อมเช่นเจียงซื่อจื่อ เหมือนดั่งเซวียนเล่อจวิ้นจู่บ้าง
ถัดจากนั้น สาวใช้ก็ยกเกี๊ยวชามหนึ่งเข้ามาให้เจ้าสาวรับประทาน
ซูหว่านถือช้อนกระเบื้องเคลือบ มองแม่สื่อด้วยแววตาฉงนพลางเอ่ยถามว่า
“ต้องทานตอนนี้เลยหรือ?”
“เจ้าค่ะจวิ้นจู่ ท่านต้องทานเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ” แม่สื่อกล่าวอย่างอารมณ์ดี
เห็นได้ชัดว่าซูหว่านไม่รู้ความหมายของพิธีการขั้นต่อไป แต่เจียงอวี้รู้อยู่แล้ว เขาได้ศึกษาสิ่งเหล่านี้ล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี
เขาอมยิ้มมองดูนางทานเกี๊ยวคำแรก
“มันดิบ!”
ซูหว่านกัดไปคำหนึ่ง ก็พบว่าเกี๊ยวนั้นยังดิบอยู่ นางจึงชะงักไป
“จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะ?” แม่สื่อแสร้งทำเป็นตกใจ
“ดิบจริง ๆ นะ!” ซูหว่านยืนยันหนักแน่น
เหล่าสาวใช้ต่างพากันกลั้นขำจนต้องยกมือขึ้นป้องปาก ก่อนจะนำจานมารองรับเกี๊ยวดิบที่ซูหว่านคายออกมา
“เช่นนั้นจวิ้นจู่ลองชิมชิ้นอื่นดูเถิดเจ้าค่ะ” แม่สื่อยุยงอีกครั้ง
คุณหนูสูงศักดิ์ที่อยู่ในเหตุการณ์ส่วนหนึ่งยังไม่ออกเรือน จึงไม่เข้าใจความนัย ทว่าอีกส่วนหนึ่งที่รู้ความแล้วต่างพากันแอบหัวเราะคิกคัก
คนที่รู้ความหมายต่างก็ไว้หน้าเจ้าสาว ไม่ได้พูดโพล่งออกมา มิเช่นนั้นคงหมดสนุกกันพอดี
ซูหว่านหันกลับไปมองเจียงอวี้ เห็นเพียงเขาพยักหน้าให้นางวางใจทานต่อ
นางจึงใช้ช้อนตักขึ้นมาอีกชิ้นแล้วกัดลงไป
“ยังดิบอยู่เลย”
นางกล่าวอย่างมั่นใจ ในใจพลางตำหนิว่าแม่ครัวของจวนกั๋วกงช่างไม่เป็นงานเอาเสียเลย กระทั่งเกี๊ยวยังต้มไม่สุก
ทันใดนั้นแม่สื่อก็หัวเราะร่าขึ้นมา สั่งให้คนยกเกี๊ยวออกไป นางรีบหันไปถามทุกคนว่า
“ทุกท่านลองตรองดูเถิด เมื่อครู่นี้เจ้าสาวของเราพูดว่าดิบกี่คำกันเล่า?”
ถึงตอนนี้ ซูหว่านจึงเข้าใจความหมายในที่สุด
“สามคำ เจ้าสาวพูดว่าดิบสามคำ” เจียเฉิงผู้ชอบทำตัวโดดเด่น ตอบเป็นคนแรก
“เช่นนั้นเจ้าสาวของเรา ต่อไปก็ต้องมีลูกสามคน เจียงซื่อจื่อช่างมีวาสนาดีแท้”
เมื่อทุกคนเข้าใจความหมายแล้ว ต่างก็พากันส่งเสียงหัวเราะครื้นเครง
แรกเริ่มซูหว่านรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง แต่ต่อมานางก็หัวเราะตามไปด้วย
พิธีแต่งงานแบบจีนนี้จะไม่น่าสนใจกว่าแบบตะวันตกได้อย่างไร? มีหลุมพรางให้คนตกด้วย
ไม่รู้ว่าเป็นธรรมเนียมประสาอะไรเหมือนกัน
ตอนนี้นางตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนกว่าแล้ว ร่างกายก็ไม่สะดวกยิ่งขึ้น จึงได้แต่อยู่ติดบ้านอย่างว่าง่าย
เฟิงอิ่งและอาหนานได้รับคำสั่งเด็ดขาดในวันนี้ ให้ยอมตายเพื่อกันท่าเรื่องเหล้า ปกป้องความมีสติของนายน้อย
จะให้การเมามายมาทำลายค่ำคืนเข้าหอไม่ได้เป็นอันขาด
ช่วงแรกที่เขาดื่มกับทุกคนนั้นยังซื่อตรงอยู่ เป็นการดื่มสุราแท้ ๆ
แต่พอช่วงหลัง เขาก็เจ้าเล่ห์แอบสั่งให้คนเปลี่ยนสุราเป็นน้ำเปล่า ไม่ว่าใครจะคะยั้นคะยออย่างไร เขาก็รับไว้ทั้งหมด
ระหว่างนั้นเขาวิ่งไปเข้าสุขาหลายรอบ พอกลับมาก็ยังคงมีสติแจ่มใส ไม่เมามายแม้แต่น้อย
มู่หรงไหวรู้ทันทีว่าเจ้าเด็กนี่เล่นลูกไม้ เขาพยายามมอมเหล้าขนาดนี้อีกฝ่ายยังไม่เมา ก็รู้ได้ทันทีว่าสุรามีปัญหา
ในที่สุดเขาก็หาทางเปลี่ยนสุราของจริงกลับคืนมาได้ และบังคับให้เจียงอวี้ดื่มเข้าไปอีกสองกาจนได้
คราวนี้ ต้องยอมรับว่าเขาเริ่มเมาไปห้าหกส่วนแล้ว
เฟิงอิ่งและอาหนานเห็นท่าไม่ดี จะปล่อยเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?
จึงรีบเรียกองครักษ์ลับมาหลายคน เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของอ๋องสวิน
มู่หรงไหวดื่มไปดื่มมาสุดท้ายก็เมามาย เริ่มกอดคอเรียกพี่เรียกน้องกับพวกเฟิงอิ่งเสียอย่างนั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม
กดอ่านต่อบท444ไม่ได้ขึ้น erro...
ทำๆมกดอ่านไม่ได่ ขึ้น error...