ซูเปอร์ลูกเขย นิยาย บท 79

สรุปบท บทที่ 79 ทรยศอย่างมหันต์: ซูเปอร์ลูกเขย

ตอน บทที่ 79 ทรยศอย่างมหันต์ จาก ซูเปอร์ลูกเขย – ความลับ ความรัก และการเปลี่ยนแปลง

บทที่ 79 ทรยศอย่างมหันต์ คือตอนที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และสาระในนิยายนิยายจีนโบราณ ซูเปอร์ลูกเขย ที่เขียนโดย ชิงเฉิง เรื่องราวดำเนินสู่จุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยใจตัวละคร การตัดสินใจที่ส่งผลต่ออนาคต หรือความลับที่ซ่อนมานาน เรียกได้ว่าเป็นตอนที่นักอ่านรอคอย

“อวดดี? คนอวดดีคือตระกูลฉินต่างหาก!” เซียวเฉวียนตะคอกจนทุกคนหูอื้อไปหมด ไม่น่าเชื่อ ลูกเขยคนนี้กำลังกล่าวหาคุณหนูอยู่หรือ?

”คนอวดดีคือฉินซูโหรวนั่นแหละ!”

คนรับใช้มองหน้ากัน ลุงเขยกำลังกล่าวหาคุณหนูอยู่จริงด้วย?

ลุงเขยวันนี้กินยาผิดหรือเปล่า? วันนี้บ้าไปแล้วหรือ?

เซียวเฉวียนมีสีหน้าเย็นชา เป็นไปได้ไหมว่าเนื่องจากตระกูลฉินเป็นตระกูลยักษ์ใหญ่ เมื่อถูกทุบตีห้ามโต้ตอบ ถูกด่าก็ห้ามสวนปากอย่างนั้นหรือ?

w❆ap.f❇❆eng✷sh✥uge.info

เซียวเฉวียนชำเลืองมองคนที่หลบซ่อนอยู่ที่มุมห้อง "ที่ผ่านมา ฉันยอมให้ฉินซูโหรวก็แค่จะรักษาหน้าให้ผู้หญิงคนนี้ ดูเหมือนว่าตระกูลฉินวันนี้ จะไม่ต้องการแม้กระทั่งใบหน้านี้แล้ว! ขอถามท่านยายฉินว่า ฉันกับซูโหรวไหว้พิธีบูชาด้วยกันมาแล้ว ทำไมฉันถึงเข้าไปในห้องของเธอไม่ได้ ถ้าเธอต้องการเป็นแม่หม้าย ก็ไม่ต้องแต่งงาน แล้วมาแต่งงานกับฉันทำไม”

”ในเมื่อแต่งงานกับฉัน ก็จงทำในสิ่งที่ภรรยาควรทำ! ถ้าทำไม่ได้ ก็ขอให้ตระกูลฉินอย่าใช้สถานะลูกเขยไปแอบอ้างหาเรื่องอยู่ร่ำไป!”

ทุกคนล้วนอยากเป็นลูกเขยของตระกูลฉิน แต่เซียวเฉวียนกลับทำสีหน้ารังเกียจ เขาพูดซื่อๆ ว่า "ตระกูลฉินไม่ยินดีให้ฉันได้รับประโยชน์จากการเป็นลูกเขย ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์อะไรมาบังคับฉัน! ตระกูลฉินไม่มีสิทธิ์ ด้วยเหตุที่ฉันไปกินข้าวนอกบ้าน แล้วใช้กฎของตระกูลมาลงโทษฉัน มีสิทธิ์อะไร?”

ฉินเฟิงซึ่งเฝ้าดูอยู่นอกห้องบูชาบรรพบุรุษรู้สึกผงะ เซียวเฉวียนถามหาสิทธิ์ต่อหน้าบรรพบุรุษ ถามหาสิทธิ์อะไร?

ตั้งแต่ยุคสมัยโบราณ ผู้อาวุโสเปรียบดั่งท้องฟ้าเบื้องสูง เมื่อถูกตบตีต้องยืนนิ่ง ต้องยอมรับเมื่อถูกดุด่า ใครจะกล้ามาถามหาเอาสิทธิ์อะไรกับท่านยายฉิน?

สิ่งที่เซียวเฉวียนพูดไม่เพียงไร้มารยาทสิ้นดี ยังทรยศต่อขนบธรรมเนียมอย่างมหันต์!

ใบหน้าของคุณยายฉินซีดจาง เหล่าคนรับใช้ก็ตกตะลึง ลูกเขยพูดจาโอหัง ปีกกล้าขาแข็งถึงขนาดนี้แล้วหรือ?

แต่ว่าคุณยายฉินไม่ได้ตกใจกับคำพูดที่ทรยศดื้อรั้นของเขา แต่เขาช่างไม่รู้จักเรื่องอาบอายถึงเพียงนี้!

เรื่องในมุ้งของสามีภรรยาเป็นเรื่องส่วนตัว

คุณยายฉินไม่เคยคาดคิดว่าคนที่ผ่านการร่ำเรียนวิชามารยาทมาอย่างเซียวเฉวียนกล้ามาพูดเรื่องส่วนตัวของเขาต่อหน้าสาธารณะ!

เดิมทีความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฉินซูโหรวเป็นเพียงในนามนั้น แค่เป็นเรื่องซุบซิบและถือเอาเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้

ตอนนี้เซียวเฉวียนนำมาเปิดโปงเอง จนคนรับใช้ยังรู้สึกว่าลูกเขยคนนี้ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน

ถึงจะเป็นลูกเขยที่แต่งเข้ามาในบ้าน แต่พวกเขาก็เป็นคู่สามีภรรยาที่ถูกต้องตามประเพณี พวกเขาไม่เคยแม้แต่จะสัมผัสมือกัน เป็นผู้ชายที่ไหนๆ ก็คงไม่เบิกบานแน่

คนรับใช้กระซิบกระซาบ เป็นไปได้ไหมว่าคุณหนูมีความสัมพันธ์กับนายจูตามที่ภายนอกเขาลือกัน

ทุกคนทำหน้าตกตะลึง หน้าแดงและซุบซิบนินทา ในขณะที่เซียวเฉวียนยืนตัวตรง สงบนิ่ง คนโบราณมีข้อแสลงอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องสามีภรรยา เซียวเฉวียนซึ่งเป็นคนสมัยใหม่กลับไม่รู้สึกว่าจะต้องอายอะไร!

ใบหน้าของฉินซูโหรวแดงราวกับลูกมะเขือเทศ เธออยากจะมุดเข้าไปอยู่ใต้พื้นให้ได้ เธอไม่มีกะจิตกะใจที่จะอยู่ดูย่าของเธอสั่งสอนเซียวเฉวียนอย่างไรอีกต่อไป เธอหันหลังกลับและร้องไห้วิ่งหนีออกไป

เซียวเฉวียนจ้องไปที่คุณยายฉินและโบกแขนเสื้อของเขา "ท่านยายฉิน ครั้งต่อไปจะมาสั่งสอนฉัน กรุณาหาเหตุผลที่สมน้ำสมเนื้อกันหน่อย ตระกูลฉินจะได้ไม่ต้องเสียหน้า! แม้ว่าตระกูลเซียวของฉันจะไม่ร่ำรวยเท่า ตระกูลฉิน แต่......"

เขาหยุดแป๊บ "จะไม่มารับอารมณ์บ้าบอคอแตกอย่างนี้!"

เซียวเฉวียนในวันนี้ดูมีศักดิ์ศรีมากเหลือหลาย เขาทนการรังควานอย่างไร้เหตุผลของตระกูลฉินมามากพอแล้ว

ในสายตาของคุณยายฉิน ความผิดไม่ใช่อยู่ที่ตระกูลฉิน แต่เป็นเซียวเฉวียนซึ่งเปลี่ยนไป "เด็กงี่เง่า! คิดว่าเมื่อคบหาได้กับคุณอี้แล้วจะเก่งกาจนักแล้วหรือ? จากตระกูลยากจนต่ำต้อยได้คบค้ากับระดับร่ำรวยมีอำนาจแล้วจะสามารถพลิกแผ่นดินขึ้นเทียมฟ้าได้อย่างงั้นหรือ?”

คุยกันดีๆ ไม่คุย มีเหตุผลก็เหมือนไร้เหตุผล ไปเกี่ยวอะไรกับตระกูลยากจนต่ำต้อยอะไรอีกแล้ว?

คุณอี้มาเยี่ยมเยียนเซียวเฉวียน เซียวเฉวียนยังไม่รู้เรื่องนี้เลย เขาขมวดคิ้ว คุณอี้คุณอ้าอะไรกัน ตระกูลฉินก่อเรื่องซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีเหตุผล เขาไม่ต้องการที่จะอยู่รับใช้อีกต่อไปแล้ว!

คิดแล้ว เขากำลังสะบัดแขนเสื้อแล้วจากไป!

จังหวะกำลังจะก้าวออกจากประตูห้องบูชาบรรพบุรุษ คุณยายฉินตะคอกให้เขาหยุด "หากเจ้ากล้าก้าวออกจากห้องบูชาบรรพบุรุษ! อย่าแม้แต่จะคิดมาเข้าประตูของบ้านตระกูลฉินอีก!"

ใบหน้าของฉินหนานซีดลง คุณย่าของเขากำลังจะไล่พี่เขยออกจากบ้าน!

คฤหาสน์ตระกูลหยางเต็มไปด้วยเสียงร้องห่มร้องไห้ แต่พวกนักพเนจรในเมืองหลวงกลับอยู่ในสภาพที่ต่างออกไป

นักพเนจรในยุทธจักรต่างยกย่องลุงเต๊า ว่าชีวิตของลุงเต๊าตายแล้วคุมค่าจริงๆ! หนึ่งชีวิตแลกกับลูกชายสุดที่รักของหัวหน้ารัฐมนตรีทั้งเก้า ซึ่งยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับหมู่นักพเนจรในยุทธจักรเลย!

ศพของลุงเต๊าถูกโยนทิ้งไว้ในตรอกโดยคนของตึกหมิงเยว่ พวกนักพเนจรที่ชื่นชมตัวเขาจัดงานศพให้ลุงเต๊าด้วยกำลังทรัพย์ส่วนตัว เพื่อให้เขาได้ไปสู่สุคติ

เซียวเฉวียนกำลังเดินอยู่บนถนน เขาได้ยินผู้คนคุยถึงเรื่องลุงเต๊ากับหยางจู พวกเขายังสร้างเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมาหลากหลายเวอร์ชั่น

เวอร์ชั่นที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ วีรบุรุษลุงเต๊าช่วยชีวิตสาวงาม ใช้ขากระทืบเข้าไปในห้องของหยางจู นำตัวสาวหมิงเยว่ที่น่าสงสารออกจากที่นอนของไอ้หมูอ้วนตัวนี้

หยางจูไม่ได้คาดว่าเมื่อข่าวของเขาดังท่วมบดบังข้ามเซียวเฉวียนวันนั้นจะเป็นวันตายของเขาเอง

ข่าวลือในหมู่ผู้คนนั้นน่าเกียจเกินไป ตระกูลหยางต้องการระงับข่าวลือ แต่เหตุการณ์วันนั้นมีการเคลื่อนไหวมากมาย เกี่ยวพันกับลูกหลานตระกูลขุนนางมากหน้าหลายตา ไม่มีเงินใดในโลกที่เจาะทะลุไม่ได้ ข่าวลือเรื่องการเสียชีวิตของหยางจูจึงยิ่งแพร่ยิ่งเพี้ยนไปเรื่อยๆ

ตระกูลหยางร้อนใจแต่ก็ไม่สามารถหาใครมาระบายความโกรธได้ ในที่สุด ลุงเต๊าก็ตายไปแล้ว ภายใต้การคุกคามของฉินเฟิง ไม่มีใครกล้าไปยุ่งกับเซียวเฉวียนอีก

ทุกคนจบจากคุยเรื่องของหยางจู ก็มาคุยเรื่องลูกเขยเซียวเฉวียน

เขยของตระกูลฉินก็ไปที่ตึกหมิงเยว่ ไปกอดหญิงสาวเขาไม่ยอมปล่อยอย่างไร้สติ พอกลับไปถึงบ้านตระกูลฉินก็ถูกทุบตีจนขาหัก ขาแทบจะยืดลงพื้นไม่ได้

ทุกคนสุดที่จะเยาะเย้ย เซียวเฉวียนมือก็เจ็บ ขาก็หัก กำลังจะสอบตก คงต้องออกไปเที่ยวขอทานตามถนนเพื่อขอข้าวกินให้อิ่มท้อง!

เมื่อเซียวเฉวียนกลับมาจากโรงเรียน เขาเห็นเซียวจิงถือบทกวีของเขา นั่งเงียบๆ อยู่หน้าบ้าน ขอบตาของเธอแดงก่ำ และใบหน้าเล็กๆ ของเธอดูเหมือนจะเพิ่งไปทะเลาะโต้เถียงกับใครมา

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอต้องไปได้ยินเรื่องซุบซิบบนถนนมา เซียวเฉวียนยิ้ม "น้องจิง ทำไมดูหงุดหงิดอย่างนี้ละ"

"พี่ชาย พี่บอกให้ฉันไปขายบทกวี ทุกคนบอกว่ามันเป็นบทกวีหัก แถมเงินให้ยังไม่อยากซื้อเลย! ฉันโกรธและทะเลาะกับพวกเขา!"

บทกวีหัก?

เถายวนหมิง ผู้ก่อตั้งสำนักเถียนหยวน (ไร่สวน) แท้ๆ ได้รับการยกย่องว่าเป็นบทกวีของ “ปรมาจารย์แห่งนักกวีแนวสุนทรียภาพชาวไร่ชาวสวนตลอดกาล” ใครกล้าบอกว่าเป็นบทกวีหัก?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย