เธอรู้สึกถึงเม็ดเหงื่อที่ซึมออกมาจากหลังของตัวเอง
หลินเซียวดูมีอำนาจจริงๆ!
“แกจะฆ่าฉัน? มีปัญญาเหรอ?”
“มาสิ ฉันจะยืนอยู่ตรงนี้ แกลุกขึ้นมาฆ่าฉันสิ!”
หญิงสาวเท้าเอว หันไปมองรถเข็นอย่างดูถูก
“คุณหลิน คุณหลินอยู่บ้านไหมครับ?”
ในเวลานั้นก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านนอกพอดี
จากนั้น หลี่หงซินก็เดินเข้ามาในบ้าน
“หา? ประธานหลี่?”
“ประธานหลี่ คุณมาได้ยังไง?”
หญิงสาวเมื่อแห็นว่าเป็นหลี่หงซิน ก็ตื่นตะหนกขึ้นมาทันที
หลี่หงซินมีหุ้นอยู่ในบริษัทรับทำความสะอาดที่เธอทำงานอยู่ไม่น้อย พูดง่ายๆ คือเขาเป็นเจ้านายของเธอ!
หลี่หงซินโบกมือเล็กน้อย “นี่กำลังทำอะไรอยู่?”
“ท่านประธานคือว่าฉันกำลังจะให้เจ้าโง่นี่ช่วยซักเสื้อผ้าสักหน่อยน่ะค่ะ แต่ในเมื่อเขาไม่อยากทำฉันก็ไม่ได้บังคับอะไรเขา แต่เขากลับบอกว่าจะฆ่าฉัน”
“คุณว่ามันประสาทไหมคะ?”
หญิงสาวมองไปทางหลินเซียวและแบะปากให้เขา
“เธอให้เขาซักผ้างั้นเหรอ?”
หลี่หงซินมองอย่างอึ้งๆ เขาถามขึ้นราวกับไม่อยากจะเชื่อ
“ใช่ ใช่ค่ะ…”
ในตอนนั้นเองหญิงสาวรู้สึกได้ถึงลางไม่ดี
“เธอรู้หรือเปล่าว่ามือคู่นี้มีคุณค่ามากแค่ไหน?”
“นี่เธอให้มือของเขาซักผ้างั้นเหรอ?”
หลี่หงซินพูดอะไรไม่ออก
“…” หญิงสาวเงียบไป
“และถึงแม้มือของเขาจะธรรมดา แต่เขาก็เป็นลูกค้า”
“ใครให้อภิสิทธิ์เธอในการให้ลูกค้ามาทำงานแทน?”
“เธอไปคำนวณเงินเดือนมาได้เลย แล้วพรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานอีก”
หลี่หงซินไม่อยากเสวนากับหญิงสาวแล้ว
“ประธานหลี่ ไม่ได้นะคะ!”
“ฉันยังต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนที่บ้าน คุณสงสารฉันเถอะค่ะ!”
หญิงสาวตกใจมากจึงรีบขอร้องอ้อนวอนต่อหลี่หงซิน
“ทำตัวเองแท้ๆ!”
หลี่หงซินโบกมือเล็กน้อย จากนั้นก็มีบอดี้การ์ดชุดดำสองคนเข้ามาลากหญิงสาวออกไป
“ผมต้องขอโทษจริงๆ ครับคุณหลิน”
“เธอเป็นพนักงานในบริษัทขของผม เรื่องนี้ผมต้องรับผิดชอบ”
หลี่หงซินขอโทษต่อหลินเซียว
“ไม่เกี่ยวกับคุณหรอกครับ นั่งเถอะ”
หลินเซียวชี้ไปที่เก้าอี้เพื่อบอกให้หลี่หงซินนั่งลง
“ครับ พอดีผมได้ยินมาจากประธานหลี่ว่าคุณได้รับรถแล้ว”
หลี่หงซินนั่งลงและเริ่มเปิดประเด็นคุย
“คุณส่งมาเองเหรอ?”
หลินเซียวอึ้งไปสักพักก่อนจะสบายใจขึ้นมา
ทั้งเมืองเจียง ตอนนี้เขาได้มีปฏิสัมพันธ์กับตระกูลหลี่บ้างแล้ว
“เราไม่มีเจตนาอื่นนะครับคุณหลิน”
“พอดีนายท่านตระกูลเราต้องการส่งสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่คุณ”
หลี่หงซินกลัวว่าหลินเซียวจะคิดมาก จึงรีบอธิบาย
“ขอบคุณครับ”
หลินเซียวพยักหน้า
การที่เขาช่วยเหลือนายท่านหลี่นับว่าเป็นบุญคุณอย่างมาก
รถแค่คันเดียว ไม่นับว่ามากมายอะไร
หากหลินเซียวไม่รับเอาไว้ พวกเขาคงอดที่จะคิดมากไม่ได้
“ความจริงผมอยากโทรมาแจ้งคุณหลิน แต่ผมเพิ่งรู้ว่าไม่มีเบอร์คุณ”
“ดังนั้นจึงมาแจ้งคุณหลินด้วยตัวเอง”
หลี่หงซินพูดไปด้วย และโบกมือให้แก่บอดี้การ์ดไปด้วย
ไม่นานนัก บอดี้การ์ดก็เดินเข้ามาพร้อมกล่องใบหนึ่ง
“พอดีว่าเพื่อนผมคนหนึ่ง ส่งโทรศัพท์มาให้ผม”
“มันวางอยู่บนรถมานาน ถ้าคุณหลินไม่รังเกียจก็นำไปใช้ได้เลยนะครับ”
“อยู่บนรถของผมก็เกะกะเปล่าๆ”
หลี่หงซินหยิบกล่องโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับยื่นไปให้หลินเซียว
หลินเซียวมองหลี่หงซินสักพัก
“ฉันเจรจาธุรกิจครั้งนี้ด้วยตัวเอง ”
“ฉันเป็นเพื่อนมัธยมของเชียนจินตระกูลหลี่ เพราะฉะนั้นตระกูลหลี่จึงให้เกียรติฉัน”
“แล้วเธอมาทำอะไรล่ะ?”
“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเธอด้วยเหรอ?”
“หรือว่าเธอคิดจะมาแย่งความดีความชอบไป?”
ฉินเฟยถามต่อทำเอาฉินหว่านชิวพูดอะไรไม่ออก
“ถ้าไม่มีธุระอะไรที่เกี่ยวกับเธอ เธอก็กลับไปได้แล้ว”
สมาชิกตระกูลฉินที่เดินผ่านมาก็อดที่จะแสยะยิ้มให้เธอไม่ได้
ฉินหว่านชิวกัดริมฝีปากแน่นและหันหลังเดินจากไป
“เหอะ เรื่องอะไรดีๆ ก็คิดจะแย่งทำไปซะหมด ไม่รู้ว่าขยันอะไรนัก”
ฉินเฟยหยิบกระจกเครื่องสำอางขึ้นมาส่อง พลางบ่นพึมพัมไปด้วย
“คุณฉินมองไม่ออกจริงๆ เหรอ?”
“ถ้าเธอไม่ขยันหาเงิน แล้วจะเลี้ยงไอ้ง่อยที่บ้านได้ยังไงล่ะ?”
คนที่อยู่ข้างๆ หัวเราะออกมา
“ฮ่าฮ่า! ก็จริง!”
ฉินเฟยหัวเราะ และเดินเข้าไปในห้องรับรองแขก
“ยินดีต้อนรับค่ะ!”
“หลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอลมาถึงที่นี่ นับว่าเป็นเกียรติแก่พวกเรามากจริงๆ ค่ะ!”
ครอบครัวตระกูลฉินพูดประจบชายวัยกลางคน
“ทุกท่านเป็นกันเองกับผมก็ได้ครับ”
“ประธานหลี่ของพวกเราบอกมาว่างานที่คุณหลินมอบหมายจะต้องออกมาดีแน่”
ผู้บริหารระดับสูงที่มาจากหลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอลยกมือโบกขึ้นเล็กน้อย
“หา?”
ครอบครัวตระกูลฉินอึ้งไป
คุณหลิน?
คุณหลินคือใคร?
“จริงสิ แล้วผู้จัดการฉินหว่านชิวอยู่ไหนครับ?”
“การเจรจาครั้งนี้ผมอยากคุยกับเธอ”
ชายวัยกลางคนมองไปรอบๆ และถามขึ้นอีกครั้ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ดาบพิทักษ์แผ่นดิน
รบกวนอัพเดทเรื่องนี้ให้หน่อยครัย...