หวางเฟิ่งอึ้งไปจากนั้นก็หันหน้ามามองหลินเซียว
“นี่แกกลับมาโง่อีกแล้วเหรอ? พูดอะไรไร้สาระ?”
“นี่แกรู้ไหมว่ารถคันนั้นราคาเท่าไหร่? แล้วแกรู้ไหมว่าล้อรถคันนั้นแค่ล้อเดียวซื้อรถเข็นของแกได้กี่คัน?”
“หลินเซียว ฉันจะบอกให้แกฟังชัดๆ นะ!”
“ชีวิตนี้แกไม่มีวันได้ขับรถแบบนั้นหรอก!”
“เพราฉะนั้นก็หัดเจียมตัวสะบ้าง เป็นแค่คางคกอย่าริมากินเนื้อห่านฟ้า”
หวางเฟิ่งยืนกอดอกต่อว่าเขาอย่างดูถูก
“ตุ้บ”
หลินเซียวขี้เกียจต่อปากต่อคำ เขาหยิบกุญแจรถขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ
ไม่ต้องพูดให้มากความ
สายตาหวางเฟิ่งมองมาที่กุญแจรถ
ม้าสีดำบนพื้นสีเหลือง
สัญลักษณ์ที่โดดเด่นของเฟอร์รารี่พุ่งเข้าตาของเธอในทันที
หวางเฟิ่งตะลึงงัน
หลินเซียวหยิบกุญแจรถออกมาจริงๆ เหรอ?
เฟอร์รารี่หลายสิบล้านที่อยู่หน้าประตูเป็นของเขางั้นเหรอ?
หวางเฟิ่งใจเต้นรัวไม่หยุด เธอถึงกับพูดอะไรไม่ออก
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
หลินเซียวมีปัญญาซื้อรถคันหลายสิบล้านได้จริงๆ เหรอ?
นี่เขามีทรัพย์สินที่แอบซุกซ่อนไว้งั้นเหรอ?
ไม่แน่ว่าเขาอาจจะมีเบื้องหลังอะไรที่น่ากลัวอยู่?
ในเวลานั้นหวางเฟิ่งมีความคิดผุดขึ้นมานับร้อยพัน
“ผมหวังว่าคุณจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง”
“นึกถึงหว่านชิวให้มากๆ และเรื่องในอดีตทั้งหมดผมจะไม่ถือสาอะไร”
“ให้เวลาผมสักหน่อย อะไรที่หว่านชิวต้องการหรือคุณต้องการ ผมจะให้มันทั้งหมด”
หลินเซียวพูดกับหวางเฟิ่งอย่างจริงจัง
ที่เขายอมเอ่ยปากพูดมากขนาดนี้ทั้งหมดก็เพื่อฉินหว่านชิว
“แก…แก…”
หวางเฟิ่งสับสนมึนงงไปหมด
ทั้งเรื่องที่หลินเซียวหยิบกุญแจรถเฟอร์รารี่ออกมาต่อหน้าเธอ แถมยังคำพูดที่น่าตกใจของเขาอีก
เรียกได้ว่าเกินรับไหวเลยทีเดียว
“หว่านชิว คุณออกมาได้แล้ว”
จากนั้นไม่นาน หวางเฟิ่งก็จากไป
ฉินหว่านชิวมองหลินเซียวสักพักก่อนจะเดินตามหวางเฟิ่งออกไป
หลินเซียวที่นั่งอยู่ในห้อง เขามองเวลาก่อนจะเตรียมตัวเพื่อทำการฝังเข็มให้ขาตัวเอง
……
ในห้องรับแขก
“หนูบอกแม่มาตรงๆ ว่ารถคันนั้นมาจากไหน?”
หวางเฟิ่งเงียบไปครึ่งนาทีก่อนจะเอ่ยถามฉินหว่านชิว
“เป็นของหลินเซียว”
ฉินหว่านชิวตอบอย่างไม่ลังเลใจ
“ไม่ใช่”
ฉินหว่านชิวส่ายหน้าก่อนจะพูดว่า “หนูก็แค่อยากทำหน้าที่ ยังไงซะก็เป็นคำสั่งเสียของคุณปู่…”
ไม่รอให้ฉินหว่านชิวพูดจบ หวางเฟิ่งก็ยกมือขึ้นแทรกเธอทันที
“พอ ไม่ต้องพูดแล้ว แม่ไม่ต้องการศักยภาพอะไรของมัน”
“ศักยภาพเป็นสิ่งที่ไม่มีค่าที่สุด”
“เมื่อแม่มีสูตรสำเร็จอย่างคุณชายจ้าวอยู่แล้ว ทำไมจะต้องไปเดิมพันว่ามันจะมีศักยภาพหรือไม่อีกล่ะ?”
หวางเฟิ่งพูดอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ฉินหว่านชิวหมดปัญญาตอบโต้
“ไม่ว่าจะด้านไหนๆ คุณชายจ้าวก็ดีกว่ามันทั้งนั้น”
“อย่างน้อย ร่างกายของคุณชายจ้าวก็แข็งแรงสมบูรณ์ดี ไม่เหมือนกับหลินเซียวที่ไม่ว่ายังไงก็เป็นแค่ไอ้ง่อยอยู่วันยันค่ำ”
“หวางเฟิ่งคนนี้ขอบอกไว้เลยว่า ทั้งชีวิตนี้ยอมไม่มีลูกเขยดีกว่าจะต้องรับไอ้ง่อยมาเป็นลูกเขย ”
เมื่อหวางเฟิ่งพูดจบก็ลุกขึ้นและเขาไปในห้องตัวเองทันที
“เห้อ”
ฉินหว่านชิวถอนหายใจเบาๆ เธอกำมือตัวเองเอาไว้
จากนั้นไม่กี่นาที ฉินหว่านชิวก็มาเคาะประตูห้องของหลินเซียว “หลินเซียว คุณควรอาบน้ำได้แล้ว…”
“ให้ฉันช่วยไหม?”
เมื่อฉินหว่านชิวถามแบบนั้นออกไป เธอก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย
สองปีมานี้เธอคอยดูแลหลินเซียวมาโดยตลอด
เรื่องกิจวัตรประจำวันเธอเองก็ช่วยเขาทำเหมือนกัน
แต่เมื่อก่อนตอนที่หลินเซียวสติสัมปชัญญะยังไม่กลับมา เขาเหมือนกับเด็กน้อยคนหนึ่ง เธอจึงไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่ในตอนนี้เขาคิดได้ทุกอย่างแล้วและกลายเป็นชายหนุ่มเลือดร้อน เธอจึงรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไหร่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ดาบพิทักษ์แผ่นดิน
รบกวนอัพเดทเรื่องนี้ให้หน่อยครัย...