บางเรื่องไม่ต้องพูดให้มากความ
ช่างเถอะ!
จากนี้ไป เขาแค่ต้องการชดเชยในสิ่งที่ฉินหว่านชิวเสียไปก็เป็นพอ
สำหรับคนอื่นก็เรื่องของมัน
“หลินเซียว งั้นก็ต้องรบกวนคุณแล้วนะ”
ฉินหว่านชิวหันหน้าไปพูดกับหลินเซียว
หลินเซียวตอบรับ ก่อนจะออกไปข้างนอก
ในใจพลางคิดไปว่า ยัยเด็กโง่นี่ฉันรบกวนเธอมาตั้งสองปี เรื่องเล็กแค่นี้มันจะไปทดแทนได้ยังไง?
“นังหนูโง่หรือเปล่าเนี่ย?”
“ลูกจะให้มันไปส่งแต่ยังต้องพยุ่งมันขึ้นรถอีก ลูกขี่มอเตอร์ไซต์ไปเองไม่ดีกว่าเหรอ?”
หวางเฟิ่งชำเลืองมองฉินหว่านชิว
“เขาแค่อยากทำอะไรให้หนูบ้าง”
“ถ้าหนูปฏิเสธเขาจะเป็นการไม่ให้เกียรติเขาน่ะสิคะ”
ฉินหว่านชิวเปลี่ยนรองเท้าเป็นที่เรียบร้อยและกำลังจะเดินออกไป
“เหอะ!เป็นแค่ไอ้ง่อย จะไปมีกงมีเกียรติอะไรกัน?”
หวางเฟิ่งนั่งโมโหอยู่บนโซฟา
“ต่อไปคุณก็อย่าใจดำกับหลินเซียวขนาดนี้สิ”
“แค่เมื่อก่อนก็พอแล้ว ตอนนี้เขากลับมาสติปัญญาดีทุกอย่างแล้วก็ควรจะไว้หน้าเขาบ้าง”
ฉินเค่อสิงที่นั่งอยู่บนโซฟามาตลอดก็วางหนังสือพิมพ์ลง
“มันมีหน้าอะไรให้ไว้งั้นเหรอ?”
“ถึงมันอยากให้คนไว้หน้ามันจริงๆ ก็ไม่ควรมาอาศัยอยู่บ้านตระกูลฉินสิ”
หวางเฟิ่งกอดออก ยิ่งคิดยิ่งโมโห
“คุณต้องเข้าใจด้วยว่าเขาไม่ได้มาอาศัยอยู่”
“นายท่านก็เคยบอกเอาไว้แล้วว่าเขาเป็นคนไปขอร้องเรื่องแต่งงานด้วยตัวเอง ใช้เวลานานกว่าที่ครอบครัวของหลินเซียวจะตอบตกลง”
“พวกเราจึงต้องรักษาโอกาสนี้ไว้ดีๆ นี่เขามาอาศัยอยู่ตรงไหน?”
“ตอนแรกเป็นพวกเราที่ขอร้องเขา ตอนนี้เป็นแบบนี้ไม่เหมาะสมเลย”
ฉินเค่อสิงพับหนังสือพิมพ์ลงและส่ายหน้าไปมา
“เหอะ! แล้วมันยังไง?”
“คนเราย่อมแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าอยู่แล้ว!”
“เมื่อก่อนเขาอาจเป็นคนมีฝีมือ แต่ตอนนี้ให้พูดก็พูดเถอะเขามันก็แค่ไอ้ง่อยคนหนึ่ง ไอ้ง่อยที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย”
หวางเฟิ่งแสยะยิ้ม ไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“ไร้เหตุผล”
ฉินเค่อสิงหยิบกระเป๋าเอกสารขึ้นมาก่อนจะเดินจากไป
……
ระหว่างทาง
เฟอร์รารีสีแดงเพลิงราวกับกองไฟเคลื่อนที่กำลังพุ่งทะยานไปบนท้องถนน
ระหว่างทางก็ได้รับสายตาชื่นชมนับไม่ถ้วน
“ฉันไม่คิดว่าคุณจะขับรถได้”
ฉินหว่านชิวที่นั่งอยู่ข้างคนขับ มองซ้ายมองขวาจับนู้นจับนี่ไปเรื่อย แววตาสะท้อนความดีใจจนปิดไม่มิด
หลินเซียวเงียบไป เขาส่ายหน้าไม่พูดอะไร
เขาไม่อยากจะปิดบังอะไรกับฉินหว่านชิว แต่บางเรื่องยิ่งรู้มากก็ยิ่งเป็นอันตราย
“เมื่อวานฉันคุยโทรศัพท์กับเพื่อนสนนิท เธอเองก็อยู่ในกองทหารเหมือนกัน เธอเล่าเรื่องในนั้นให้ฉันฟังเยอะเลย”
“ผู้บัญชาการทหารสูงสุดไนท์สตาร์มีหน้าที่อะไรเหรอ?”
ฉินหว่านชิวปัดผมที่ปรกหน้าออก เธอมองหลินเซียวและถามเขา
หลินเซียวเงยหน้ามามองเธอ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดไนท์สตาร์!
สมญานามที่เขาคิดถึง
“มันเป็น… ตำแหน่งสูงสุดของผู้บัญชาการทหาร”
“เป็นผู้ออกคำสั่งทหารนับล้าน และควบคุมม้าศึกด้วย”
“ผู้บัญชาการทหารสูงสุดไนท์สตาร์ในประเทศของเรามีเพียงคนเดียวเท่านั้น”
แววตาของหลินเซียวสะท้อนความทรงจำมากมาย เขายังคงไม่อยากจะยอมรับมัน
“เก่งจัง!”
ฉินหว่านชิวเบิกตากว้าง เธอพูดพึมพัม “ดูแล้วซูรุ่ยคงไม่ได้หลอกฉันว่าเขาคนนั้นเก่งกาจมากแค่ไหน!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ แววตาของฉินหว่านชิวสะท้อนความชื่นชมและยกย่องออกมา
“ซูรุ่ย?”
หลินเซียวอึ้งไป
ซูรุ่ย…
ผู้หญิงที่ห้าวหาญ เด็ดเดี่ยวคนนั้น
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหลินเซียวกลับเป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานไม่มีใครเกินคนนั้นน่ะเหรอ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ดาบพิทักษ์แผ่นดิน
รบกวนอัพเดทเรื่องนี้ให้หน่อยครัย...