“ซิงอวี่กับเฟยเฟยเก่งจริงๆ”
“ตระกูลหลี่นั่นหยิ่งจะตาย คาดไม่ถึงเลยว่าซิงอวี่จะเอาอยู่”
“เห็นไหม…นี่เขาเรียกว่าความสามารถ!”
คนตระกูลฉินบางคนก็ยกย่อง บางคนก็อิจฉาริษยา ทว่าภายนอกกลับล้วนชื่นชมทั้งสองไม่หยุดหย่อน
หากร่วมงานครั้งนี้ได้สำเร็จ เช่นนั้นพวกเขาทั้งสองก็จะเป็นฮีโร่ของตระกูลฉินกลายเป็นคนดังในสายตาของคุณหญิงฉิน!
ตอนนี้คนตระกูลฉินยังไม่รีบประจบสอพลออีก?
“ได้เห็นว่ารุ่นหลังของตระกูลฉินมีคนแบบนี้ ฉันดีใจมาก ซิงอวี่กับเฟยเฟยเก่งมาก ถ้าปล่อยตระกูลฉินไว้ในมือพวกเขาในอนาคต ฉันเองก็วางใจ” คุณหญิงฉินนั่งอยู่บนเก้าอี้ สีหน้าภาคภูมิใจ
เมื่อคนอื่นๆ ได้ยินดังนั้นก็ตะลึงงันทันที ความหมายของคุณหญิงฉินนี้หมายความว่าจะเอาตระกูลฉินมอบให้กับฉินซิงอวี่กับฉินเฟยน่ะเหรอ!
ถึงตรงนี้ คนอื่นๆ ก็ยิ่งทำตัวเป็นมิตรต่อทั้งสองทันที
“คุณย่าคะ ความจริงหนูก็ไม่ได้ทำอะไรมากหรอกค่ะ หนูรู้สึกว่าในฐานะที่เป็นคนของตระกูลฉิน การที่คิดและช่วยตระกูลฉินเป็นเรื่องที่สมควรต้องทำอยู่แล้วค่ะ!”
“ชอบบอกว่าฉินเฟยเป็นแค่แจกันดอกไม้ แต่ความจริงแล้วหนูคิดเผื่อตระกูลฉินตลอด อย่างน้อยหนูก็ไม่อยากเป็นตัวถ่วงและทำให้ตระกูลฉินขายหน้าแน่”
สีหน้าของฉินเฟยดูจริงจังมาก แถมยังมีความน่าสงสารปนอยู่ด้วยราวกับว่าเธอถูกคนอื่นเข้าใจผิดอย่างไรอย่างนั้น
“เฟยเฟย อย่าพูดแบบนี้สิ เธอทำให้ตระกูลฉินขายหน้าที่ไหนกันล่ะ?”
“นั่นน่ะสิ เธอไม่ได้เป็นตัวถ่วงของตระกูลด้วย แต่มีบางคนที่เป็นแบบนั้นนะ แต่ไม่รู้ตัวเอาซะเลย”
“ฮึ! พูดแล้วก็ขึ้น ตอนนั้นที่ตระกูลฉินต้องเป็นแบบนั้นก็เพราะคนบางคนกลายเป็นตัวตลกของคนอื่นน่ะสิ”
เป็นไปตามคาด การที่ฉินเฟยจงใจว่าให้ตัวเองแบบนั้น ทำให้หัวข้อสนทนาเปลี่ยนมาที่หลินเซียวกับฉินหว่านชิวในทันที
นี่เป็นจุดประสงค์ของเธอ
ฉินหว่านชิวหมดคำจะพูด ส่วนหลินเซียวกลับหลับตาพักสายตาราวกับไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาอย่างไรอย่างนั้น
“ฮึ! ฉินเฟยมันเสแสร้ง!” หวางเฟิ่งพึมพำเบาๆ อย่างไม่พอใจ
คนตระกูลฉินว่าโทษให้ฉินหว่านชิวไม่หยุด
คุณหญิงฉินขมวดคิ้วเบาๆ แล้วมองไปยังฉินหว่านชิว
ถึงฉินหว่านชิวจะไม่ทำอะไร แต่ทุกคนต่างก็โทษเธอ เข่นนั้นธอย่อมต้องเป็นคนผิดอยู่แล้วเหมือนสุภาษิตที่ว่า ชายสามคนสร้างเสือ
“หว่านชิว เธอรู้สึกไม่พอใจใช่ไหม?” คุณหญิงฉินวางมือทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะแล้วมองฉินหว่านชิว
“คุณย่าคะ หนู….หว่านชิวไม่ได้รู้สึกแบบนั้นค่ะ” ฉินหว่านชิวก้มศีรษะหลับตาแล้วเงยหน้าขึ้นมาตอบ
“ไม่ก็ดี เรื่องบางเรื่องถูกกำหนดให้เป็นเรื่องผิดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทำผิดก็แก้ได้ แต่ทำไมเธอถึงยังเลือกเส้นทางผิดๆ อยู่อีกล่ะ?” คุณหญิงฉินพูดแบบนี้ดูแล้วคิดจะฉุดดึงหลานสาวคนนี้กลับมา
ฉินหว่านชิวไม่ได้พูดอะไร
“เส้นทางผิดๆ ที่ท่านว่าอาจจะไม่ได้ผิดเหมือนที่คิดก็ได้ หรือเส้นทางที่ถูกต้องที่คุณคิด ก็อาจจะไม่ดีอย่างที่คิดก็ได้” จู่ๆ หลินเซียวก็เงยหน้าขึ้นมองคุณหญิงฉิน
ในห้องอาหารเงียบลงชั่วขณะ
“หลินเซียว ที่นี่มีโอกาสให้นายได้ออกความเห็นด้วยเหรอ?”
“นายพูดแบบนี้กับคุณหญิงฉินได้ยังไง? ดูสีหน้าอารมณ์ของนายซิ?”
“ฉันว่านายไม่รู้จักคำว่าเคารพคนแก่เอ็นดูเด็กน้อยด้วยซ้ำ! ยิ่งไม่มีความกตัญญู”
ห้องอาหารชุลมุนวุ่นวายขึ้นมาทันที
ตอนที่หลินเซียวไม่พูด ทุกคนต่างก็มองเขาเป็นมนุษย์ล่องหน แต่พอเขาพูด คนตระกูลฉินก็โจมตีเขาทันที
“มาหลอกกินก็หลอกกินดีๆ ให้นายกินข้าวสักคำไม่กระทบอะไรมากหรอก แต่นายต้องรู้ฐานะของตัวเอง”
“นายลองบอกฉันมาซิว่าสองปีมานี้นายกับฉินหว่านชิวเคยทำอะไรให้กับตระกูลฉินบ้าง?”
แม้ว่าคุณจะไม่บอกว่าคุณทำงานหนัก แต่อย่างน้อยคุณก็ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด
แต่…
การที่เธอรับหลินเซียวไว้ในตระกูลฉิน ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของตระกูลนั้น เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด!
"ตระกูลฉินมีบริษัทย่อยในเมืองเจียงหลายแห่ง แต่บริษัทที่หว่านชิวดูแลมีผลงานดีที่สุด นี่ยังพิสูจน์อะไรไม่ได้เลยเหรอ?”
หลินเซียวมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างลึกซึ้งแล้วพูดเบาๆ "ธุรกิจพวกนั้นซิงอวี่กับเฟยเฟยเป็นคนทำไว้แล้วส่งต่อให้กับหว่านชิวยังไงล่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเซียวคุณหญิงฉินก็โบกมือเล็กน้อย
ฉินหว่านชิวยิ้มอย่างขมขื่นในใจ ไม่ใช่ว่าคุณหญิงฉินไม่แบ่งแยกผิดถูก แต่เป็นเพราะหล่อนเชื่อในคำพูดของฉินซิงอวี่และฉินเฟยมากกว่า
ดังนั้นพวกเขาว่าอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นแหละ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉินหว่านชิวก็รู้สึกหมดแรง ไม่อยากจะเอ่ยปากพูดไปมากกว่านี้
“หว่านชิว บางทีเธออาจจะพูดถูกก็ได้นะ แต่ฉันมองแค่ผลลัพธ์เท่านั้นน่ะ”
"ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ เธอทำงานมาสองปีแล้ว แต่ก็ไม่ได้ให้อะไรตระกูลฉินเลย แถมเพราะคนคนนี้ ทำให้ตัวเองเสียชื่อเสียงไม่พอ ยังทำให้ตระกูลฉินเป็นตัวตลกอีก”
คุณหญิงฉินชี้ไปที่หลินเซียว ทว่าไม่ได้มองเขาเลย
"ตัดมาที่ซิงอวี่กับเฟยเฟย พวกเขาทั้งสองพยายามอย่างหนักแล้วเซ็นสัญญากับตระกูลหลี่แห่งเมืองเจียงได้สำเร็จ”
"สัญญานี้มีความสำคัญต่อตระกูลฉินมากและยังเป็นผลลัพธ์ที่ตระกูลฉินต้องการอีกด้วย"
“ซึ่งผลลัพธ์นี้ เธอทำไม่ได้” เมื่อคุณหญิงฉินพูดประโยคนี้ออกมา สีหน้าของฉินหว่านชิวก็เงียบขรึมขึ้นมาทันที
เธอทำไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ
"อย่าว่าแต่ตระกูลหลี่แห่งเมืองเจียงเลย ถึงจะเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองเจียง หว่านชิวก็สามารถทำให้พวกเขาเสนอตัวมาเซ็นสัญญาด้วยได้แน่นอน” หลินเซียววางมือไว้บนที่วางแขนของรถเข็น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ดาบพิทักษ์แผ่นดิน
รบกวนอัพเดทเรื่องนี้ให้หน่อยครัย...