เมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้นสอง หลินอันหนานกับไป๋ยิ่งอันรู้สึกราวกับนั่งอยู่บนเข็ม คุณหญิงหลินดึงมือของไป๋มู่ชิงไปอ้อนวอน “ อาเฉิน ยิ่งอัน เรื่องนี้เป็นความผิดของพวกเราจิงๆ พวกเธอช่วยพูดกับคุณยายให้ฉันหน่อยเถอะ ขอร้องล่ะ ”
ไป๋มู่ชิงก็ไม่เข้าใจ ทำไปเธอได้ถึงสนใจความคิดของคุณผู้หญิงนัก แต่ว่าหนานกงเฉินกลับเข้าใจดี
ไม่เพียงแต่คุณอาคนนี้ แม่ของเซิ่งเคอ อาใหญ่ของเขาเองก็ยังคิดว่าเขาไม่น่าจะมีชีวิตอยู่จนถึงอายุสามสิบปี ไม่สามารถเป็นหัวหน้าตระกูลหนานกงได้ ตระกูลหนานกงคงไม่มีผู้สืบทอด ตระกูลหนานกงที่ยิ่งใหญ่ก็คงต้องสืบทอดต่อไปโดยลุงป้าน้าอาเหล่านี้เป็นธรรมดา
อาใหญ่ หนานกงยู่ก็มีตำแหน่งในตระกูลหนานกงอยู่แล้ว ส่วนหนานกงหรูเมื่อตอนวัยรุ่นได้แข็งข้อกับตระกูลหนานกง ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ไม่เคยกลับมา ตอนนี้กำลังคิดหาโอกาสขอคืนดีกับคุณหญิง เพื่อจะกลับมารับมรดกของตระกูลหนานกง
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้สนใจในมรดกของตระกูลหนานกง แต่ในเมื่อวันนี้ตระกูลหลินของเธฮได้เปิดโปงตัวตนของหนานกงเฉิน ทำให้คูณผู้หญิงรำคาญใจ คุณผู้หญิงคงไม่ปล่อยตระกูลหลินชีของเธอไปง่ายๆแน่
“คุณอา .....” ไป๋มู่ชิงดึงมือของเธอกลับมาอย่างไม่ค่อยสบายใจ
เธอจะสามารถโน้มน้าวใจคุณผู้หญิงได้อย่างไร ยกย่องเธอเกินไปแล้ว
“ยิ่งอัน ขอร้องล่ะ” คุณหญิงหลินพูดอย่างวิตกกังวล “เพียงแค่เธอตอบตกลงว่าจะขอให้คุณหญิงปล่อยตระกูลหลินไป เธออยากให้ตระกูลหลินของเราทำอะไรก็ได้ อะไรก็ได้เลย........”
อะไรก็ได้เหรอ?
ไป๋มู่ชิงประหลาดใจ “อะไรก็ได้จริงเหรอ ? ”
คุณหญิงหลินรีบหยักหน้า
ไป๋มู่ชิงมองไปที่หลินอันหนานและไป๋ยิ่งอันที่ยืนจับมือกัน และชี้ไปทางที่พวกเขา “ฉันอยากให้ยกเลิกการหมั้นหมายของพวกเขา และชั่วชีวิตนี้ก็ไม่ต้องอยู่ด้วยกันอีก”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เจ้าสาวอันดับที่เจ็ด
เขียนดี แต่แปลได้สับสน วางบทตอนกระโดดไปกระโดดมา...